×

เจาะลึก วัชระพล ขาวขำ เคลียร์ดราม่าพืชสวนโลก และอนาคตหลังจบ 134 วัน

04.11.2026
ภาพวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับบรรยากาศงานพืชสวนโลกอุดรธานี

HIGHLIGHTS

  • เบื้องหลังพืชสวนโลก 2,750 ล้านบาท ล่าช้า 2 ปี ยอมรับโครงการเผชิญปัญหาทั้งงบประมาณและการเตรียมพื้นที่ ต้องประคองงานให้เปิดทันตามกรอบเวลาที่กำหนด
  • รับปัญหาเปิดงานวันแรก รถไม่พอ น้ำดื่มน้อย แสงสว่างไม่ทั่วถึง เร่งประสานผู้รับจ้างแก้ไขภายในสัปดาห์ ย้ำแม้การบริหารจัดการเป็นหน้าที่ผู้รับจ้าง แต่ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้
  • ยอดผู้เข้าชม 3 วันแรก 25,121 คน จากเป้าหมาย 3.6 ล้านคน เชื่อว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นหลังแก้ปัญหาและเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน เชื่อความสำเร็จไม่ได้วัดจากยอดขายบัตร แต่ต้องดูว่าประชาชนอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงได้รับอะไร
  • อนาคตพืชสวนโลกหลังจบ 134 วัน ส่งต่อ อบจ.อุดรธานี เตรียมนำรายได้จากการจัดงานมาต่อยอด พร้อมกรอบงบดูแลสูงสุดปีละ 120 ล้านบาท หวังพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่เศรษฐกิจแห่งใหม่ โดยไม่เก็บค่าเข้าชม
  • น้อมรับเสียงวิจารณ์ไว้เอง พร้อมยกคำชมให้ชาวอุดรธานี ร่วมเป็นเจ้าภาพ ย้ำต้องไม่หลงกับเสียงชื่นชมจนลืมข้อบกพร่องที่ยังรอการแก้ไข

งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะเป็นหมุดหมายใหม่ของจังหวัด ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และการพัฒนาพื้นที่สีเขียว แต่เพียงไม่กี่วันหลังเปิดงาน เสียงวิพากษ์วิจารณ์กลับเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รถรับส่งภายในงานไม่เพียงพอ จุดบริการน้ำดื่มมีน้อย ป้ายบอกทางและแสงสว่าง ไปจนถึงขั้นตอนการเข้าชมที่ยุ่งยาก

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

คำถามสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงว่า งานพืชสวนโลกที่ใช้งบประมาณตามที่ถูกตั้งคำถามถึง 2,750 ล้านบาท มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด แต่ยังรวมถึงความคุ้มค่าของการลงทุน ใครต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และเมื่อสิ้นสุดการจัดงาน 134 วัน พื้นที่แห่งนี้จะเหลืออะไรให้กับชาวอุดรธานี

 

THE STANDARD พูดคุยกับ วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ถึงเบื้องหลังการจัดงานที่เผชิญความล่าช้ามาตลอดหลายปี ข้อจำกัดในการบริหารจัดการ ตลอดจนแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และแผนระยะยาวที่จะเปลี่ยนพื้นที่หนองแดให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ สวนสาธารณะ และพื้นที่เศรษฐกิจแห่งใหม่ของจังหวัด

 

ภาพวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับบรรยากาศงานพืชสวนโลกอุดรธานี 1

 

วัชระพลยอมรับว่า งานยังมีข้อบกพร่องหลายด้านที่ต้องเร่งแก้ไข แม้การดำเนินงานภายในพื้นที่จะเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง แต่ในฐานะรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล เขาไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

 

“อะไรชม อะไรสนับสนุน ผมยกให้พี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานีถือว่าเป็นเจ้าภาพ ส่วนอะไรที่ไม่ดี อะไรที่เป็นคำติ คำข้อเสนอแนะ คำด่า คำอะไรก็แล้วแต่ ผมรับมาไว้ที่ผมทั้งหมด”

 

จากโครงการที่ริเริ่มโดยคนอุดรฯ สู่ปัญหาความล่าช้า 2 ปี

 

เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์เรื่องความพร้อมของงาน วัชระพลเริ่มต้นด้วยการอธิบายที่มาของโครงการ โดยระบุว่า งานพืชสวนโลกอุดรธานีไม่ได้เริ่มต้นจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เป็นความริเริ่มของจังหวัดอุดรธานี ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินงานของกระทรวง

 

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการต้องเผชิญปัญหาทั้งการจัดสรรงบประมาณ การเตรียมพื้นที่ และการดำเนินงานที่ล่าช้า โดยเฉพาะกระบวนการที่ค้างอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นานถึง 2 ปี

 

“เรื่องมันไปค้างอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ ตั้ง 2 ปี ไม่ใช่น้อยนะครับ จริงๆ แล้วกระบวนการต่างๆ ควรจะเสร็จตั้งแต่ปีกว่าๆ ที่แล้ว แต่ว่าก็ล่าช้ามาอย่างต่อเนื่อง”

 

วัชระพลอธิบายว่า เขาเข้ามาทำหน้าที่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประมาณ 6 เดือน ภายใต้การนำของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะที่รูปแบบและแผนการดำเนินงานส่วนใหญ่ถูกกำหนดไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว

 

หน้าที่ของเขาจึงเป็นการเข้ามาประคองโครงการให้สามารถเปิดงานได้ตามกำหนดวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) กำหนดไว้

 

วัชระพลย้ำว่า กรอบเวลาการเปิดและปิดงานเป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ทำให้การแก้ปัญหาต้องดำเนินไปพร้อมกับการเปิดให้ประชาชนเข้าชม

 

เปิดงานวันแรก เจอปัญหาจริง รถไม่พอ น้ำดื่มน้อย เข้างานล่าช้า

 

วัชระพลยอมรับว่า หลังเปิดงานวันแรกพบปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะระบบบริการภายในพื้นที่หนองแด ซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่และจุดจัดแสดงสำคัญอยู่ห่างกัน ทำให้ประชาชนต้องเดินเป็นระยะทางไกล

 

แม้ผู้จัดงานจะเตรียมรถกอล์ฟและรถ shuttle bus สำหรับรับ-ส่ง ระหว่างจุดต่างๆ แต่จำนวนรถยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

 

แนวทางแก้ไขคือประสานผู้รับจ้างให้เพิ่มรถจากแหล่งอื่น รวมถึงสวนสัตว์โคราช พร้อมปรับระบบการเดินรถใหม่ จากเดิมที่วิ่งวนผ่านหลายจุด มาเป็นการรับส่งระหว่างจุดใกล้เคียง เช่น จุดที่ 1 ไปจุดที่ 2 และจุดที่ 2 ไปจุดที่ 3 เพื่อลดเวลารอคอย

 

ขณะเดียวกัน ยังประสานหน่วยงานท้องถิ่น เทศบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ให้สนับสนุนรถรางขนาดใหญ่เพิ่มเติม โดยคาดว่าจะเห็นผลภายในสัปดาห์เดียวกัน

 

ปัญหาจุดบริการน้ำดื่มไม่เพียงพอ ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรและคณะกรรมการสิทธิประโยชน์ประสานผู้รับจ้างเพิ่มจุดบริการ รวมถึงให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ร่วมออกบูธ สนับสนุนน้ำดื่มแก่ประชาชน

 

ส่วนขั้นตอนเข้าชมงาน แม้ประชาชนสามารถซื้อบัตรผ่าน All Ticket ที่ร้าน 7-11 ได้ แต่เมื่อเดินทางถึงหน้างานยังต้องลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน ทำให้เกิดความล่าช้า จึงเตรียมปรับระบบโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถสแกน QR Code และเข้าชมงานได้สะดวกขึ้น

 

สำหรับป้ายบอกทางและแสงสว่างที่ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน วัชระพลระบุว่าได้รับรายงานจากผู้รับจ้างว่าจะเร่งติดตั้งป้ายเพิ่มเติม และใช้ระบบโซลาร์เซลล์เข้ามาช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในสัปดาห์นั้น

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมเพิ่มจุดจอดรถบริเวณงานและพื้นที่ใกล้เคียง โดยอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมจัดระบบรถรับส่งจากลานจอดรถเข้าสู่พื้นที่จัดงาน

 

วัชระพล ระบุว่า “ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน การจัดการเป็นเรื่องของผู้รับจ้างทั้งหมด แต่ว่าในฐานะที่เราเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ เราก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้” และยืนยันว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังต้องเข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และติดตามให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

 

ภาพวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับบรรยากาศงานพืชสวนโลกอุดรธานี 2

 

งานระดับ B ต้องด้อยกว่างานระดับ A ที่เชียงใหม่จริงหรือ?

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม คือการเปรียบเทียบงานพืชสวนโลกอุดรธานี ซึ่งเป็นงานระดับ B กับงานพืชสวนโลกเชียงใหม่ที่เคยจัดขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน และเป็นงานระดับ A

 

วัชระพลมองว่า ไม่ควรนำระดับของงานมาเป็นตัวตัดสินคุณภาพทั้งหมด เพราะทั้งสองพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน

 

เชียงใหม่เป็นพื้นที่สูง ขณะที่อุดรธานีเป็นพื้นที่ราบและมีอากาศร้อน โดยพื้นที่หนองแดเดิมเป็นพื้นที่น้ำในสัดส่วนประมาณ 60-70% ของพื้นที่ที่กล่าวถึง ทำให้ต้องปรับสภาพดินและพัฒนาพื้นที่ขึ้นใหม่

 

“เรื่องคุณภาพ หรือความคุ้มค่า หรือว่างานระดับ A ระดับ B ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องที่มันห่างกัน A ต้องดีว้าว หรือ B จะต้องแย่”

 

วัชระพลยังอธิบายว่า จุดเด่นของงานอุดรธานีไม่ได้อยู่ที่การจำลองรูปแบบสวนจากเชียงใหม่ แต่เป็นการนำเสนอวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของภาคอีสาน เช่น หมู่บ้านชาวอีสาน การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้า และการแสดงศิลปวัฒนธรรม

 

“เราไม่ได้ยกของที่อื่นมาไว้ที่ของเรา เพราะเรามีอัตลักษณ์ของเรา”

 

ส่วนกระแสวิจารณ์เรื่องความสวยงามและความคุ้มค่า วัชระพลระบุว่า ยังมีพื้นที่จัดแสดงอีกหลายแห่งที่ประชาชนอาจไม่ได้เข้าถึง หรือยังไม่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์มากนัก โดยเฉพาะนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรของหน่วยงานต่างๆ

 

เช่น บูธของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่นำเสนองานวิจัยด้านพืชและเทคโนโลยีการเกษตร อาคารเรือนกระจกที่จัดแสดงพันธุ์ไม้และกล้วยไม้ รวมถึงนิทรรศการของกรมชลประทานเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งการประชาสัมพันธ์จุดเด่นเหล่านี้ ยังเป็นภารกิจที่กระทรวงเกษตรฯ คณะกรรมการระดับจังหวัด และผู้รับจ้างต้องร่วมกันดำเนินการ ซึ่งอันไหนแย่ จะนำมารับข้อเสนอแนะไปปรับปรุง

 

ภาพวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับบรรยากาศงานพืชสวนโลกอุดรธานี 3

 

เปิดตัวเลขผู้เข้าชม 3 วันแรก กับเป้าหมาย 3.6 ล้านคน

 

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าจำนวนผู้เข้าชมงานพืชสวนโลกอุดรธานี 3 วันแรก มีทั้งสิ้น 25,121 คน จากเป้าหมาย 3.6 ล้านคน (134 วัน)

 

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จำนวน 8,999 คน

 

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 จำนวน 12,794 คน

 

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จำนวน 3,328 คน

 

เมื่อถามว่า หลังแก้ไขปัญหาต่างๆ แล้ว งานยังมีโอกาสบรรลุเป้าหมายผู้เข้าชม 3.6 ล้านคนตลอด 134 วันหรือไม่ วัชระพลระบุว่า ตัวเลขผู้เข้าชมช่วงแรกยังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด รวมถึงวันที่ 3 พฤศจิกายนซึ่งเป็นวันธรรมดา

 

อย่างไรก็ตาม วัชระพลเชื่อว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน และผู้จัดงานแก้ไขปัญหาการให้บริการแล้ว จำนวนผู้เข้าชมจะเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่มีศักยภาพรองรับประชาชนได้ประมาณ 20,000 คน แต่สิ่งสำคัญคือประสิทธิภาพการบริหารจัดการของผู้รับจ้าง

 

“ตัวชี้วัดว่าเราประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ หรือคุ้มค่าไม่คุ้มค่า ไม่ใช่ขายตั๋วได้เท่าไหร่ ไม่ใช่พี่น้องประชาชนเข้ามาเท่าไหร่ ตัวชี้วัดว่าคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า และประสบความสำเร็จหรือไม่ คือพี่น้องประชาชนจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง ได้อะไร อันนี้คือสำคัญกว่า”

 

ภาพวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับบรรยากาศงานพืชสวนโลกอุดรธานี 4

 

หลังจบ 134 วัน พืชสวนโลกจะกลายเป็นอะไร?

 

วัชระพลกล่าวอีกว่า การจัดงานพืชสวนโลกไม่ควรจบลงพร้อมกับการปิดประตูงาน แต่ต้องเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาจังหวัดในระยะยาว

 

เขามองว่า หากวัดความคุ้มค่าเพียงรายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชม จะเป็นการมองประโยชน์ของพื้นที่แคบเกินไป เพราะการลงทุนครั้งนี้สามารถต่อยอดได้ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต และมิติการพัฒนา

 

ในมิติเศรษฐกิจ วัชระพลมองว่า การเกิดขึ้นของแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่จะสร้างโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่น ตั้งแต่ระบบขนส่ง โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า สินค้า OTOP ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย

 

พร้อมยกตัวอย่างเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในจังหวัดที่ระบุว่า ช่วงสุดสัปดาห์แรกของการจัดงาน โรงแรมหลายแห่งมีผู้เข้าพักเต็ม รวมถึงร้านอาหารที่มีลูกค้าเพิ่มขึ้น

 

“ขอบคุณมากเลยครับ ร้านผมไม่เคยเต็มมาก่อน วันนี้เต็ม”

 

วัชระพลระบุว่า นี่เป็นหนึ่งในเสียงสะท้อนที่เขาได้รับจากผู้ประกอบการ และเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจของการจัดงาน แม้จะยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข

 

ในมิติสังคม เขาต้องการให้พื้นที่หนองแดกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่สำหรับนักเรียน นักศึกษา ครู และผู้ประกอบอาชีพด้านการเกษตร รวมถึงสามารถใช้จัดนิทรรศการ การประชุมสัมมนา คอนเสิร์ต และกิจกรรมทางวัฒนธรรม

 

ขณะที่ในมิติคุณภาพชีวิต พื้นที่แห่งนี้จะสามารถพัฒนาเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ให้ประชาชนเข้ามาออกกำลังกาย พักผ่อน และทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวได้ในอนาคต

 

“ในอนาคตพืชพันธุ์ ไม้ต่างๆ ไม้ยืนต้น ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ จะผ่านฝน ผ่านร้อน ผ่านหนาว ร่มเงาก็จะออก ดอกผลก็จะออก ใบก็จะออก สถานที่นี้ก็จะสวยขึ้นเรื่อยๆ”

 

นอกจากนี้ วัชระพลย้ำว่า การพัฒนาพื้นที่ต้องไม่กระทบการใช้ประโยชน์เดิมของชุมชนรอบหนองแด ทั้งการทำประมงพื้นบ้าน การเกษตร และการใช้น้ำ รวมถึงต้องเปิดโอกาสให้สถานศึกษาใกล้เคียงใช้พื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้

 

ส่งต่อ อบจ.อุดรธานี พร้อมกรอบงบดูแลปีละ 120 ล้านบาท

 

หนึ่งในคำถามสำคัญคือ เมื่อจบงานแล้ว ใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดูแลสวน อาคาร และระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อบทเรียนจากงานพืชสวนโลกเชียงใหม่สะท้อนว่า การดูแลพื้นที่ขนาดใหญ่ยังต้องใช้งบประมาณภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

 

วัชระพลอธิบายว่า จังหวัดอุดรธานีได้จัดตั้งคณะกรรมการหลายชุดเพื่อวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่หลังจบงาน หรือ Legacy Plan โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีเตรียมรับช่วงบริหารจัดการ

 

แนวทางสำคัญคือการนำรายได้จากการจัดงานตลอด 134 วันมาใช้ดูแลและพัฒนาพื้นที่ต่อ รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สถานที่และอัตราค่าบริการสำหรับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เช่น คอนเสิร์ต การประชุมสัมมนา และอีเวนต์ต่างๆ

 

อย่างไรก็ตาม หากรายได้ไม่เพียงพอ ก็ยังจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ

 

วัชระพลเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) 3 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีจัดทำโครงการเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณดูแลพื้นที่ โดยระบุว่ามีกรอบวงเงินสูงสุดปีละ 120 ล้านบาท

 

ภาพวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับบรรยากาศงานพืชสวนโลกอุดรธานี 5

 

รายได้ต่อยอด ดูแลสวนต่อไป

 

ส่วนประเด็นว่าจะเก็บค่าสถานที่จัดงานพืชสวนโลกอุดรธานี หลังจบงานหรือไม่นั้น วัชระพลระบุว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการสิทธิประโยชน์ที่จะพิจารณา แต่ในความเห็นส่วนตัว ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าเข้าชม

 

“ถ้าถามความเห็นผมนะ ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องมีค่าเข้าในอนาคต”

 

วัชระพลยังเสนอแนวคิดให้มีระบบลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน หรือ QR Code เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย โดยประชาชนอาจลงทะเบียนล่วงหน้าเพียงครั้งเดียว ก่อนเข้าใช้พื้นที่ในแต่ละครั้ง

 

จากเสียงตำหนิถึงคำขอบคุณ รัฐมนตรีขอรับคำวิจารณ์ไว้เอง

 

เมื่อถามถึงเสียงสะท้อนจากประชาชน วัชระพลแบ่งความคิดเห็นที่ได้รับออกเป็นหลายส่วน ทั้งคำตำหนิเรื่องความไม่พร้อมของงาน ปัญหาการจราจรที่ส่งผลต่อคนในพื้นที่ และคำชื่นชมจากผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

 

“ถ้าเราไปหลงคำว่า เราเจออะไรที่ดีๆ อย่างเดียว เราก็จะลืม เรื่องที่พี่น้องประชาชนเขาติตรงมา”

 

วัชระพลระบุด้วยว่า สำหรับเสียงตำหนิเรื่องการจัดงาน เขายืนยันว่าจะรับข้อเสนอแนะและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขโดยตรง ปัญหาการจราจรช่วงวันแรกๆ มีความหนาแน่นสูง จึงประสานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรมทางหลวงและตำรวจ เข้ามาช่วยดูแลระบบการจราจร

 

ส่วนคำชมที่เกิดขึ้น เขาต้องการมอบให้กับประชาชนชาวอุดรธานีที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพและต้อนรับนักท่องเที่ยว

 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรองรับการขยายตัวของเมืองอุดรธานี รวมถึงกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งวัชระพลกล่าวถึงกรอบโครงการรวมกว่า 70,000 ล้านบาทที่ผ่านการประชุม ครม. สัญจร

 

ภาพวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับบรรยากาศงานพืชสวนโลกอุดรธานี 6

 

บทพิสูจน์ไม่ได้จบที่วันปิดงาน

 

แม้งานพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ตลอดหลายวันที่ผ่านมาได้ทำให้คำถามเรื่องความพร้อมและความคุ้มค่ากลายเป็นประเด็นที่ฝ่ายบริหารต้องตอบต่อสาธารณะ

 

คำชี้แจงของวัชระพลสะท้อนว่า ความล่าช้าของโครงการเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะเข้ามากำกับดูแล ขณะที่การบริหารงานประจำวันอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง แต่เขายืนยันว่าจะไม่ใช้ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธความรับผิดชอบ

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายประเด็นที่ต้องติดตาม ตั้งแต่ผลการแก้ไขระบบรถรับส่ง น้ำดื่ม แสงสว่าง และขั้นตอนเข้าชมงาน ไปจนถึงจำนวนผู้เข้าชมจริงตลอด 134 วัน รายได้จากการจัดงาน และความชัดเจนของงบประมาณดูแลพื้นที่หลังส่งมอบให้ท้องถิ่น

 

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของงานพืชสวนโลกอุดรธานีอาจไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เข้าชมหรือความสวยงามของสวนในวันเปิดงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสามารถในการรักษาและพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง

 

“สิ่งที่มันเดินทางมาถึงวันนี้ได้ ผมว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นในอนาคต เราจะเห็นอะไรที่มัน มันดีกว่านี้แน่นอน สำหรับอุดรธานี”

 

และนั่นอาจเป็นโจทย์ใหญ่กว่าการจัดงานให้ผ่านพ้นไปได้ตามกำหนด เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อจากนี้ คือพื้นที่หนองแดจะสามารถเปลี่ยนจากสถานที่จัดมหกรรมระดับนานาชาติ ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่สร้างประโยชน์แก่คนอุดรธานีได้จริงหรือไม่


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories