×

ถก Data Center บูมในไทย ‘คุ้มจริงหรือแย่งทรัพยากร’ แนะรัฐคัด ‘ตัวจริง’ พ่วงรื้อโครงสร้างค่าสายส่งไฟสะอาด

โดย THE STANDARD TEAM
04.11.2026
เวทีเสวนา The Data Center Boom: What Does Thailand Gain? ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026

กระแสการลงทุน Data Center ในประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแพร่งสำคัญ ระหว่างการเป็น ‘ฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล’ หรือจะกลายเป็น ‘ภาระต้นทุนทรัพยากร’ ทั้งไฟฟ้าสะอาด น้ำ และที่ดิน

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

บนเวทีเสวนาหัวข้อ ‘The Data Center Boom: What Does Thailand Gain?’ ภายในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และผู้นำภาคพลังงานได้ร่วมกันชั่งน้ำหนักระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับต้นทุนที่ประเทศต้องแบกรับ พร้อมเสนอทางออกเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่การคัดกรองผู้ลงทุนไปจนถึงการปฏิรูปค่าสายส่งไฟฟ้า

 

ดร.สมเกียรติ เตือนสิทธิประโยชน์บิดเบือนกลไก ชี้ Data Center ไม่ใช่คำตอบของ AI Sovereignty

 

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า หากมองห่วงโซ่คุณค่าของ AI แล้ว Data Center เป็นเพียงโจทย์ลำดับที่ 3 เท่านั้น ขณะที่โจทย์สำคัญกว่าสำหรับประเทศไทยคือ

 

  1. การนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ในภาคการผลิตจริง
  2. การดึงดูดห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ เช่น แผงวงจรพิมพ์ (PCB) หรือเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อสร้างงานทักษะสูงให้กับคนไทย

 

ดร.สมเกียรติ เตือนว่า รัฐไม่ควรบิดเบือนกลไกตลาดด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ที่สูงเกินไป จนสร้างแรงจูงใจให้เกิดการแห่กว้านจองไฟฟ้าและที่ดินในพื้นที่ EEC ซึ่งอาจกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector)

 

นอกจากนี้ การมี Data Center ในประเทศไม่ได้การันตี ‘อธิปไตยทางข้อมูลหรือ AI’ (Data & AI Sovereignty) เต็มร้อย เพราะผู้ให้บริการคลาวด์ต่างชาติต่างอยู่ใต้กฎหมายของประเทศต้นทาง เช่น Cloud Act ของสหรัฐฯ หรือ Cybersecurity Act ของจีน ซึ่งรัฐบาลต้นทางสามารถเรียกดูข้อมูลได้ ทั้งนี้ บริการส่วนใหญ่บนอินเทอร์เน็ตไม่ได้ต้องการความหน่วงต่ำ (Latency) ระดับที่ต้องตั้งศูนย์ข้อมูลในไทยทั้งหมด

 

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย:

 

🔴 เปลี่ยนวิธีอนุมัติโครงการจาก ‘มาก่อนได้ก่อน’ (First-Come, First-Served) มาเป็นระบบประมูลหรือเปิดรับเป็นรอบ (Bidding / Phasing)

 

🔴 กำหนดโควตาทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าให้ชัดเจน

 

🔴 คัดเลือกเฉพาะโครงการที่ให้ข้อเสนอดีที่สุด ทั้งด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การจัดการน้ำ และสัดส่วนการจ้างงานวิศวกรไทย

 

GULF มองเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ ชี้ช่วยอุดรูรั่วเงินไหลออกนอกประเทศ

 

ด้านสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) มองว่า โจทย์นี้ต้องมองข้ามมิติผลได้ผลเสียระยะสั้น ไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

 

สมิทธ์ เผยว่า ปัจจุบันไทยต้องจ่ายค่าบริการดิจิทัลออกนอกประเทศราวเดือนละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 3.3 หมื่นล้านบาท) หากไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในประเทศ เม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้จะไหลออกอย่างถาวรโดยไม่หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย

 

พร้อมเปรียบเทียบว่า Data Center เสมือน ‘ถนน’ หรือ ‘โรงกลั่นน้ำมัน’ แม้ตัวอาคารศูนย์ข้อมูลจะไม่ได้จ้างงานคนจำนวนมากโดยตรง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นที่เปิดทางให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมูลค่าสูงอื่นๆ เติบโตได้

 

ส่วนข้อกังวลเรื่องการแย่งชิงน้ำนั้น ในพื้นที่ EEC มีปริมาณน้ำท่าธรรมชาติที่ไหลลงทะเลโดยไม่ได้กักเก็บกว่า 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หากมีการบริหารจัดการอ่างกักเก็บและระบบหล่อเย็นที่มีประสิทธิภาพ ย่อมไม่กระทบต่อน้ำอุปโภคบริโภคของภาคประชาชน

 

บี.กริม ชงคัด ‘ตัวจริง’ สกัดเก็งกำไร ดันเกณฑ์ Local Content 30% สร้างงานในประเทศ

 

นพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซียและโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายว่า ยอดคำขอจองพลังงานที่พุ่งสูงถึง 30,000–40,000 เมกะวัตต์ในปัจจุบัน มีส่วนหนึ่งที่เป็น ‘ตัวจอง’ หรือดีมานด์เทียมจากการเก็งกำไรโดยไม่มีสัญญาซื้อขายจริง

 

ขณะที่แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ควรคัดกรองให้เหลือเฉพาะ ‘ตัวจริง’ ซึ่งตามแผนประเมินความต้องการไว้ที่ราว 8,800 เมกะวัตต์ตลอด 25 ปี

 

ข้อเสนอจาก บี.กริม เพาเวอร์:

 

🔴 กำหนดเกณฑ์ Local Content ไม่ต่ำกว่า 30%: เดินตามโมเดลมาเลเซีย โดยบังคับสัดส่วนการใช้วัสดุอุปกรณ์และการพัฒนาบุคลากรในประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ถึง 90,000 ล้านบาทต่อ 1,000 เมกะวัตต์ พร้อมรองรับการจ้างงานกว่า 6,400 ตำแหน่ง

 

🔴 แนวคิด Build Your Own Power (BYOP): ให้ผู้ลงทุนแบกรับต้นทุนโครงข่ายและจัดหาพลังงานสะอาดของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนผันไปเป็นภาระค่าไฟของภาคประชาชน

 

เอกฉันท์รื้อ ‘ค่าสายส่งไฟสะอาด’ ปลดล็อกพลังงานหมุนเวียนไทย

 

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่วิทยากรทุกฝ่ายเห็นตรงกัน คือโครงสร้างอัตราค่าบริการสายส่งไฟฟ้า (Wheeling Charge) สำหรับการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งปัจจุบันถูกกำหนดไว้ราว 1.4 บาทต่อหน่วย

 

ทั้งตัวแทนจาก GULF และ บี.กริม มองว่าเป็นอัตราที่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล และอาจมี ‘ต้นทุนแฝง’ จากการนำภาระการลงทุนโครงข่ายในอดีตทั่วประเทศมาถัวเฉลี่ย โดยนพเดชเสนอว่า อัตราที่แข่งขันได้และเหมาะสมไม่ควรเกิน 1 บาทต่อหน่วย

 

ขณะที่ ดร.สมเกียรติ สรุปในเชิงเศรษฐศาสตร์ว่า ค่าสายส่งควรคำนวณจากต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเสมือนสร้างใหม่ในปัจจุบัน และต้องปรับลดลงตามเทคโนโลยีที่ดีขึ้น การปลดล็อกโครงสร้างค่าสายส่งให้เป็นธรรม ไม่เพียงแต่ช่วยตอบโจทย์ Data Center เท่านั้น แต่จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปิดเสรีพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์ของประเทศไทยในระยะยาว

 

เวทีเสวนา The Data Center Boom: What Does Thailand Gain? ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 1


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories