×

ถอดสูตรเปลี่ยนแต้มต่อ เป็นพลังเศรษฐกิจใหม่ หนุนไทยปักหมุด 5 ฮับของโลก

โดย THE STANDARD TEAM
05.11.2026
ศุภชัย เจียรวนนท์ บรรยายบนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026

ท่ามกลางการจัดระเบียบโลกใหม่ (New Order) ที่ขับเคลื่อนด้วยการแตกขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว การเงินดิจิทัล และการผงาดขึ้นของกลุ่ม Global South โดยมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับ Deep Tech เป็นแกนกลางทำลายล้างโครงสร้างเดิม ศุภชัย เจียรวนนท์ ได้ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาเพียงการสร้างมูลค่าภายในประเทศแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องใช้แต้มต่อทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน เชื่อมโยงตนเองเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก (Global Supply Chain) เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่

 

 

🔴 วางตำแหน่งสู่ 5 ฮับระดับโลก ขับเคลื่อนเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

 

ศุภชัย ชี้ว่า สิ่งที่ทุกประเทศกำลังแข่งขันกันคือการเป็นผู้นำและศูนย์กลาง (Hub) ของ New Economy ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพที่จะผลักดันบทบาทของตนเองใน 5 มิติหลัก ได้แก่ ฮับเศรษฐกิจใหม่ (New Economy Hub) ที่ต่อยอดจากการลงทุน Data Center สู่การดึงดูดห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตชิป ระบบอัตโนมัติ (Robotics) และการรักษาฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้อยู่ในระดับ 1 ใน 10 ของโลก

 

มิติถัดมาคือ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (Tech & Innovation Hub) ที่ต้องเร่งขยับงบวิจัยและพัฒนา ซึ่งปัจจุบันไทยอยู่ที่ 0.9% ของ GDP ให้สูงขึ้น ควบคู่กับการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากเป้าหมายเดิม 2,000 รายสู่ระดับแสนราย อีกทั้งยังต้องสร้างฮับทุนมนุษย์ (Human Capital Hub) ผ่านการสร้างระบบนิเวศ University Startup และ University Lab ให้นักศึกษา 2 ล้านคนพร้อมประยุกต์ใช้ AI ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงอุดมศึกษา

 

นอกจากนี้ ยังมีบทบาทด้านความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพ (Food Security & Healthcare Hub) ที่ต่อยอดจากศักยภาพการเกษตรและบริการสุขภาพสู่ Wellness Tourism ซึ่งตลาดโลกมีมูลค่ามหาศาล และสุดท้ายคือ ฮับการค้า โลจิสติกส์ และการเงิน (Global Trade & Logistics/Financial Hub) ที่ไทยสามารถใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์เชื่อมมหาสมุทรและภูมิภาคเพื่อยกระดับมูลค่าการค้าจากเกือบ 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

🔴 เรียนรู้โมเดลสิงคโปร์ ดึงดูดสตาร์ทอัพด้วย Matching Fund

 

ในมิติด้านนวัตกรรม ศุภชัยได้ยกกรณีศึกษาของสิงคโปร์ที่มีเทคสตาร์ทอัพจดทะเบียนกว่า 50,000 ราย โดยเสนอใช้มาตรการภาษี และนโยบาย Matching Fund หรือการที่รัฐบาลร่วมลงทุนเท่ากับสัดส่วนของ Venture Capital (VC) ระดับโลก โดยผูกเงื่อนไขให้มาตั้งห้องปฏิบัติการ R&D และจ้างงานบุคลากรในประเทศ กลไกจูงใจลักษณะนี้จะช่วยดึงทั้งทุนและคนเก่ง (Talent) เข้ามาในระบบนิเวศ ซึ่งหากไทยสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยและสนับสนุนเงินทุนตั้งต้น (Seed Fund) ในมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง ก็จะสามารถขยายฐานสตาร์ทอัพและดึงดูดผู้มีความสามารถจากทั่วภูมิภาคเข้ามาเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมในไทยได้เช่นกัน

 

🔴 เสริม 5 เสาหลักภายใน สู่ความโปร่งใสและพลังงานมั่นคง

 

การจะบรรลุเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางระดับโลกจำเป็นต้องอาศัยรากฐานความเข้มแข็งภายใน 5 ด้าน ได้แก่ ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ การมีเสถียรภาพทางการเมืองเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องทางนโยบาย ความโปร่งใสและธรรมาภิบาลภาครัฐที่ตรวจสอบได้ด้วย AI และการผลักดันระบบเศรษฐกิจไร้เงินสด (Cashless Society) ให้เหลือเงินสดในระบบเพียง 10% เพื่อให้ทุกธุรกรรมตรวจสอบย้อนกลับได้

 

ในขณะเดียวกัน ด้านความมั่นคงทางพลังงาน ไทยมีความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์จากการมีพรมแดนเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ซึ่งเอื้อต่อการวางแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดต้นทุนแข่งขันได้ รวมถึงความจำเป็นในการเร่งดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้เติบโตอย่างน้อย 3 เท่า เพื่อหนุนให้ GDP เติบโตได้ในระดับ 4-5%

 

🔴 กระจายทุนสู่ภูมิภาค และทางออกด้วย AI

 

ในประเด็นการกระจายความมั่งคั่ง ศุภชัยเสนอให้จัดสรรทุนสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานผูกโยงกับจำนวนประชากรในแต่ละระดับเมือง พร้อมยกตัวอย่างการปฏิรูปชลประทานให้เป็นสินทรัพย์ของสหกรณ์การเกษตรเหมือนโมเดลในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดความเสี่ยงน้ำท่วมน้ำแล้ง

 

พร้อมกันนี้ ยังตั้งคำถามเชิงนโยบายถึงการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (Foreign Reserve) กว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจุบันกระจายไปลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนดอกเบี้ย มาพิจารณาจัดสรรส่วนสำคัญเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5 ฮับของประเทศ เพื่อสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ทั่วถึงอย่างแท้จริง

 

ศุภชัย เจียรวนนท์ สรุปบทเรียนสำคัญทิ้งท้ายว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้น การเข้าสู่ยุค AI ไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายใหม่ แต่ปัญญาประดิษฐ์คือเครื่องมือและ “ทางออก” ที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนและปลดล็อกการเติบโตของประเทศไทยนับจากนี้

 

 


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories