×

ทรู คอร์ปอเรชั่น กำไรไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุด 6,700 ล้านบาท โต 4.2 เท่า จ่ายปันผลระหว่างกาล 5,500 ล้านบาท

04.11.2026
กราฟิกรายงานผลประกอบการและกำไรไตรมาส 3 ของ ทรู คอร์ปอเรชั่น

ทรู คอร์ปอเรชั่น มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 6,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 324.1% หรือ 4.2 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.8% จากไตรมาสก่อน ถือเป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกันที่บริษัททำกำไรได้ และหากไม่นับรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในไตรมาสนี้ กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท

 

 
 

ส่วน EBITDA อยู่ที่ 2.85 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จากการให้บริการ เมื่อปรับรายการที่มีผลต่อการเปรียบเทียบแล้ว เพิ่มขึ้น 2.0% จากปีก่อน และยังโตต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน

 

คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 5,500 ล้านบาท หรือ 0.16 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 83%

 

รายได้โตจากมือถือและออนไลน์ ขณะที่ PayTV ลดลง

 

รายได้จากการให้บริการ ไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย อยู่ที่ 4.16 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากปีก่อน และ 0.6% จากไตรมาสก่อน แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ ซึ่งถูกหักกลบบางส่วนด้วยรายได้ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิกที่ลดลง

 

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่าไตรมาสนี้บริษัททำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งรายได้จากการให้บริการ, EBITDA และกำไรสุทธิ โดยการเติบโตของธุรกิจมือถือและออนไลน์ได้แรงหนุนจาก ‘ระบบบริหารคุณค่าลูกค้า’ หรือ CVM ที่ใช้ AI เลือกข้อเสนอให้ลูกค้าแต่ละคน ผ่านช่องทางและในจังหวะเวลาที่เหมาะสม

 

ซิกเว่ระบุว่า บริษัทเริ่มเห็นผลจากการนำ AI มาปรับองค์กรอย่างเข้มข้น ทั้งในแง่มูลค่าทางธุรกิจและประสบการณ์ลูกค้า ซึ่งความพึงพอใจของลูกค้าดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนในทุกกลุ่มธุรกิจ และบริษัทยังเดินตามแผนที่จะไปถึงเป้าหมายทางการเงินปี 2569 และเป้าหมายระยะกลางที่วางไว้

 

ในไตรมาสนี้ ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 142,000 เลขหมายจากไตรมาสก่อน เป็น 48.8 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้ 5G 20.5 ล้านเลขหมาย ส่วนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 30,000 ราย เป็น 3.3 ล้านราย

 

EBITDA โต 46% นับจากควบรวม หนี้สุทธิต่อ EBITDA ลดลง

 

EBITDA ที่เพิ่มขึ้นมาจากรายได้ที่โต, ประโยชน์จากใบอนุญาตคลื่นความถี่ที่ได้มา และการทำงานที่มีประสิทธิภาพขึ้น ทำให้อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการขยับขึ้น 3.1% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 68.4% และนับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ EBITDA ของทรู คอร์ปอเรชั่น เพิ่มขึ้นรวม 9,000 ล้านบาท หรือเติบโต 46%

 

ภาระหนี้ก็ลดลงต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 3.6 เท่า ลดลง 0.5 เท่าจากปีก่อน และ 0.1 เท่าจากไตรมาสก่อน

 

นกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่าคุณภาพของกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง จากรายได้ธุรกิจหลักที่โตอย่างสม่ำเสมอและการคุมต้นทุนอย่างมีวินัย โดยรายได้จากการให้บริการเมื่อปรับรายการที่มีผลต่อการเปรียบเทียบแล้วอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories