Prada Group ที่รวมทั้ง Prada, Miu Miu, Versace และ Church’s ออกมารายงานผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 มีรายได้รวม 4,541 ล้านยูโร หรือราว 1.71 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยหากนับรายได้จนถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยอดขายปลีกของกลุ่มอยู่ที่ 3,934 ล้านยูโร เติบโต 11% โดยมี Prada เป็นแบรนด์หลักที่ทำยอดขายปลีกได้ 2,414 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 2% ขณะที่ Miu Miu ทำยอดขายปลีกได้ 1,156 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แม้ Prada จะยังเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่ Miu Miu เริ่มเผชิญความท้าทายจากฐานเปรียบเทียบที่สูง หลังจากยอดขายเติบโตถึง 41% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 โดยในไตรมาส 3 ปีนี้ ยอดขายปลีกของแบรนด์ลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นครั้งแรกที่แบรนด์มาแรงในเครือ ส่อเค้าชะชอตัวในรอบ 4 ปี หลังเป็นแบรนด์ที่มียอดขายก้าวกระโดดจากการสร้างเทรนด์ต่างๆ มากมาย
ส่วน Versace สร้างรายได้รวม 441 ล้านยูโร นับตั้งแต่เข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารของ Prada อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายได้จากแบรนด์นี้ ซึ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเมื่อปลายปี 2025 การเติบโตแบบออร์แกนิกจะอยู่ที่ 4% ขณะที่รายได้ในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 11% แต่เติบโตแบบ organic เพียง 1% สะท้อนความท้าทายของตลาดลักชัวรีที่ยังมีความผันผวน
สิ่งที่น่าจับตามองในขณะนี้คือ Versace ที่ Prada Group กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับทิศทางสร้างสรรค์ครั้งใหม่ภายใต้ Pieter Mulier ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวคอลเล็กชันแรกในปี 2027 โดยบริษัทระบุว่าจะให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานทางธุรกิจและการพัฒนาแบรนด์ในระยะยาว ควบคู่ไปกับการรักษาความแข็งแกร่งของ Prada และ Miu Miu ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังคาดการณ์ได้ยาก
ภาพ: winmetawin / Instagram
อ้างอิง:


