คิมิ อันโตเนลลี เกิดไม่ทันแม้แต่จะได้เห็น ไอร์ตัน เซนนา ลงแข่งขันในสนามจริง
เพราะก่อนที่คิมิจะลืมตาดูโลกในปี 2006 เซนนาคว้าแชมป์โลก F1 ไปแล้ว 3 สมัย ตั้งแต่ปี 1988, 1990 และ 1991 ก่อนที่อุบัติเหตุในการแข่ง San Marino เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1994 จะพรากชีวิตของเขาไปด้วยวัยเพียง 34 ปี หรือ 12 ปีก่อนที่คิมิจะเกิด
เซนนาจากโลกนี้ไปพร้อมสถิติชนะ 41 สนาม และ 65 โพลโพซิชัน เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักขับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง โดยเฉพาะการขับบนสนามเปียก ความกล้าในการแข่งขัน และความมุ่งมั่นที่จะผลักดันขีดจำกัดของตัวเองอยู่เสมอ
แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี เรื่องราวของเขากลับเดินทางไปถึงเด็กชายคนหนึ่งในเมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี
คิมิเติบโตมากับการดูวิดีโอการแข่งขัน F1 ย้อนหลัง ตั้งแต่ยุค 1980 จนถึงยุค 2000 ผ่านแผ่น DVD ที่ทำให้เขาได้รู้จักนักขับผู้ยิ่งใหญ่มากมายในอดีต และหนึ่งในคนที่สะดุดตาเขามากที่สุดก็คือเซนนา
“ผมไม่เคยโชคดีพอที่จะได้ดูเขาแข่งด้วยตาตัวเอง แต่พอได้ดูวิดีโอเหล่านั้น ผมก็เริ่มเข้าใจว่าเขาทำสิ่งที่เหลือเชื่อไว้มากมายขนาดไหน”
คิมิเคยเล่าว่า เขาชื่นชมเซนนาทั้งฝีมือการขับรถและสิ่งที่เขาทำนอกสนาม โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้คน ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เซนนากลายเป็นนักขับที่เขาเคารพและยึดเป็นแบบอย่างมาตั้งแต่เด็ก
นอกจากนี้ คิมิยังชื่นชมวิธีคิดของเซนนาที่พยายามดึงศักยภาพสูงสุดออกจากตัวเอง พร้อมเรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ จนกลายเป็นหนึ่งในแบบอย่างที่เขายึดถือบนเส้นทางนักแข่ง
ความชื่นชมนั้นสะท้อนผ่านหมายเลข 12 ที่คิมิเลือกใช้มาตั้งแต่การแข่งขัน Formula 4 และนำติดตัวมาจนถึง F1 เพื่อยกย่องเซนนา ผู้เคยใช้หมายเลขเดียวกันในช่วงเวลาที่อยู่กับ Lotus รวมถึงปี 1988 ที่เขาคว้าแชมป์โลกสมัยแรกกับ McLaren
กระทั่งปี 2026 คิมิในวัย 20 ปี ก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลก F1 ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังเลือกเก็บหมายเลข 12 ไว้ แม้จะมีสิทธิ์เปลี่ยนไปใช้หมายเลข 1 ในฐานะแชมป์โลกก็ตาม
และในสัปดาห์การแข่งขัน São Paulo GP ที่บราซิล คิมิได้พบกับครอบครัวเซนนา พร้อมมีโอกาสเข้าไปนั่งในรถ Lotus 98T สีดำตัดทอง รถแข่งที่ไอดอลของเขาเคยใช้ลงสนามเมื่อปี 1986
“วันที่ไม่มีวันลืม ขอบคุณครอบครัวเซนนาทุกคน คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะซึมซับความรู้สึกทั้งหมดได้ แต่ผมจะเก็บความทรงจำเหล่านี้ไว้ตลอดไป” คิมิเขียนถึงช่วงเวลาพิเศษครั้งนี้
จากเด็กชายที่เคยรู้จักเซนนาผ่านภาพการแข่งขันเก่าๆ วันนี้เขาได้ก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลก และมีโอกาสนั่งอยู่ในรถคันเดียวกับคนที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเริ่มต้นความฝัน
บางทีนี่อาจเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดว่า แรงบันดาลใจสามารถเดินทางข้ามกาลเวลาได้จริงๆ
แม้เซนนาจะจากโลกนี้ไปนานกว่า 32 ปี และคิมิไม่เคยมีโอกาสพบเขา แต่ความมุ่งมั่น วิธีคิด และความรักในการแข่งขันที่เซนนาทิ้งไว้ ยังคงมีชีวิตอยู่ในนักขับรุ่นหลัง
คิมิไม่จำเป็นต้องเป็นเซนนาคนต่อไป เพราะเขามีเส้นทางของตัวเองให้สร้างขึ้น
แต่เรื่องราวของเด็กชายที่เติบโตมากับการดูวิดีโอของไอดอล ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกในวันหนึ่ง ก็ทำให้เห็นว่า ตำนานของเซนนาไม่ได้หยุดลงในปี 1994 เพราะแรงบันดาลใจของเขายังคงเดินทางต่อ ผ่านความฝันของเด็กคนหนึ่งที่ชื่อ คิมิ อันโตเนลลี
.

