จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์สื่อไทย กรณีหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ของจีน รายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนพลเมืองจีนให้ระมัดระวังความเสี่ยงในการเดินทางมายังประเทศไทย หลังมีชาวจีนหลายรายตกเป็นเป้าหมายของการลักพาตัวและขบวนการค้ามนุษย์ที่แฝงมากับข้อเสนอการทำงานปลอม
เอกอัครราชทูตจีน กล่าวว่า “เขาเข้าใจดีถึงความกังวลของสื่อและประชาชนไทยในเรื่องนี้ โดยที่ผ่านมา ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวจีน และจีนก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทยมาหลายปีติดต่อกัน ซึ่งการแลกเปลี่ยนระหว่างกันที่เป็นไปอย่างคึกคัก ทำให้การดูแลความปลอดภัยในการเดินทางมาไทยและจีน เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
“จีนและไทยเชื่อมโยงกันด้วยภูเขาและแม่น้ำ และมีสายเลือดเดียวกัน จีนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนอย่างใกล้ชิดระหว่างสองประเทศมาโดยตลอด ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน และจีนก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทยมาหลายปีติดต่อกัน นอกจากนี้ ชาวไทยก็เดินทางไปจีนมากขึ้นต่อเนื่อง ด้วยการแลกเปลี่ยนแบบสองทางที่คึกคักเช่นนี้ การดูแลความปลอดภัยในการเดินทางและการกลับบ้านอย่างมีความสุขของทุกคนจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย” จาง เจี้ยนเว่ย กล่าว
โดย จาง เจี้ยนเว่ย ยังชี้แจงว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ออกการแจ้งเตือนนี้ เนื่องจากมีกรณีชาวจีนสูญหายหรือได้รับอันตรายในประเทศไทยหลายรายในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้เกิดความกังวลอย่างกว้างขวางในประเทศจีน
“ที่จริงแล้ว สถานเอกอัครราชทูตได้รับโทรศัพท์จากครอบครัวของผู้ที่สูญหายหรือผู้ที่ตกค้างในประเทศไทยมากกว่าสิบสายต่อวัน เพื่อขอความช่วยเหลือ การปกป้องความปลอดภัยและสิทธิอันชอบธรรมของพลเมืองเป็นความรับผิดชอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของสถานเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตขอแจ้งเตือนพลเมืองจีนให้ระมัดระวังและใช้มาตรการป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของอาชญากร” เขากล่าว และยืนยันว่า “นี่เป็นมาตรการป้องกันและคุ้มครอง” และ “ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศไทยแต่อย่างใด”
ขณะที่เอกอัครราชทูตจีน กล่าวว่า “จีนทราบดีว่า คดีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ซับซ้อน” และชื่นชมความพยายามอย่างมากของรัฐบาลและตำรวจไทยในการช่วยเหลือพลเมืองจีนที่ตกค้าง พร้อมทั้งยกย่องความมุ่งมั่นและการดำเนินการที่แน่วแน่ของไทยในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การฉ้อโกงทางโทรคมนาคม
“จีนยินดีที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับไทยให้มากขึ้นเพื่อร่วมกันต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ รักษาบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ดี และปกป้องความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ” จาง เจี้ยนเว่ย กล่าว
เขาย้ำว่า ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของทั้งสองฝ่าย จีนและไทยจะสามารถร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างแน่นอน และนักท่องเที่ยวจีนจะยังคงเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างคึกคักต่อไป
โดยจีนยังสนับสนุนและยินดีที่ได้เห็นนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน จีนก็ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศจีนมากขึ้นเช่นกัน
“ผมเชื่อมั่นว่า การไปมาหาสู่กันอย่างใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ จะช่วยเพิ่มพูนความเข้าใจซึ่งกันและกันและมิตรภาพของทั้งสองฝ่าย ตลอดจนทำให้มิตรภาพอันพิเศษดั่งคำว่า ‘จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน’ สืบทอดต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น” เขากล่าว
ก่อนหน้านี้ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แสดงความเห็นต่อการออกประกาศเตือนพลเมืองของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย โดยชี้แจงว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศยังคงมีความเชื่อมั่นในการเดินทางมายังประเทศไทย แต่หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย หน่วยงานไทยมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เขามองว่า การออกคำเตือนการเดินทางถือเป็นสิ่งที่แต่ละประเทศสามารถดำเนินการเพื่อดูแลพลเมืองของตนเองได้ แต่ควรประเมินระดับความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และระมัดระวังการใช้ถ้อยคำหรือการสื่อสารที่อาจสร้างความตื่นตระหนกเกินความจำเป็น เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย
สีหศักดิ์กล่าวว่า การป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยประเทศไทยพร้อมตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายหรือการจำกัดเสรีภาพของบุคคล
ส่วนกรณีการหลอกลวงด้วยข้อเสนอทำงานปลอมนั้น สีหศักดิ์ ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลสัญชาติไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นลักษณะของเครือข่ายที่มีบุคคลจากหลายประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ผู้เสียหายถูกชักชวนหรือหลอกลวงมาจากที่ใด รวมถึงใครเป็นผู้จัดการเดินทางและเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว
ส่วนรายงานที่ระบุว่า อาจมีชาวจีนบางส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายลักพาตัวนั้น สีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องการกล่าวโทษบุคคลจากเรื่องสัญชาติ แต่ควรมุ่งไปที่การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และใช้ข้อมูลจากทั้งฝ่ายไทยและจีนร่วมกันติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
ทั้งนี้ สีหศักดิ์ ย้ำว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางป้องกันที่ชัดเจน แต่การแก้ปัญหาจะต้องมุ่งไปที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ดำเนินการเฉพาะเมื่อเกิดเหตุแล้ว เนื่องจากขบวนการหลอกลวงสามารถปรับเปลี่ยนวิธีการและช่องทางในการชักชวนผู้เสียหายได้ตลอดเวลา
เขายืนยันว่า รัฐบาลไทยพร้อมทำงานร่วมกับทางการจีน ทั้งการตรวจสอบข้อมูล การป้องกันการลักลอบนำพาบุคคลข้ามแดน และการดำเนินการกับเครือข่ายอาชญากรรม เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้เดินทาง และรักษาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่มีต่อประเทศไทย

