วันนี้(2 พฤศจิกายน) กองบังคับการตำรวจน้ำร่วมกับกองทัพเรือ สกัดจับขบวนการลักลอบขนเครื่องกระสุนอาวุธสงครามข้ามชาติ ตรวจยึดของกลางเป็นกระสุนปืนกว่า 30,000 นัด ซุกซ่อนในเรือสปีดโบต บริเวณน่านน้ำเกาะกูด จังหวัดตราด
พล.ต.ท. พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผู้บังคับการตำรวจน้ำ และ พ.ต.อ. นิรัตน์ ช่วยจิตต์ รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยพฤติการณ์จับกุมว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบเบาะแสการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมายกลางทะเลในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบเรือสปีดโบตสีขาวต้องสงสัย เดินทางออกจากแม่น้ำเวฬุมุ่งหน้าไปยังเกาะกูด และกลับเข้ามาในแม่น้ำเวฬุอีกครั้งในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 05.40 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายน
จากการเข้าตรวจค้น พบบุคคลบนเรือ 5 คน เป็นชาวไทย 4 คน และชาวกัมพูชา 1 คน พร้อมของกลางกระสุนอาวุธสงครามบรรจุในกระสอบพันด้วยกระดาษกาว ซุกซ่อนอยู่บริเวณห้องหัวเรือ ผู้ควบคุมเรือชาวไทยให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจาก ดนัย ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ขับเรือไปรับชาวกัมพูชาและสิ่งของจากเรือไม้ที่วิ่งมาจากฝั่งกัมพูชา ณ จุดนัดพบกลางทะเล โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวคืออะไร จากนั้นเตรียมนำเรือไปจอดที่ท่าเรือธรรมชาติริมแม่น้ำเวฬุ อำเภอเขาสมิง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับ
การจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลจากคดีลักลอบขนอาวุธสงครามเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเคยกวาดล้างกระสุนได้กว่า 20,000 นัด จากการตรวจสอบพบว่าของกลางในลอตนี้เป็นเครื่องกระสุนสภาพใหม่ที่ผลิตจากประเทศจีน โดยแนวทางสืบสวนเชื่อว่าจะถูกส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านทางฝั่งตะวันตก ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผลหาความเชื่อมโยง เพื่อทลายเครือข่ายและนำตัวกลุ่มผู้จ้างวานชาวไทยมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






