×

CMDF เตรียมตั้ง PE Trust 1 พันล้านบาท หนุนสตาร์ทอัพ New Economy พร้อมขยายผล ‘Jump+’ ปลดล็อกศักยภาพ บจ. ขนาดกลาง-เล็ก หวังฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

03.09.2026
  • LOADING...
ภาพผู้บริหาร CMDF แถลงข่าวการจัดตั้งกองทุน PE Trust มูลค่า 1 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนธุรกิจ New Economy

กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ภายใต้การนำของ จักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุน CMDF แถลงถึงทิศทางการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในปี 2569 ซึ่งอยู่ภายใต้ช่วงแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี (ปี 2567-2570) โดยมุ่งเน้นเรื่องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม (Impact) และการจัดลำดับความสำคัญ (Priority) ภายใต้แกนหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การเข้าถึงตลาดทุน (Accessibility), การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและผู้ลงทุน (Capability) และการสร้างความเชื่อมั่นเชิงระบบ (Trust & Confidence)

 

 
 

 

โดยในครึ่งแรกของปี 2569 กองทุน CMDF ได้อนุมัติเงินทุนสนับสนุนไปแล้วรวม 11 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 400 ล้านบาท และคาดการณ์เม็ดเงินอนุมัติรวมตลอดทั้งปีจะอยู่ในกรอบ 600 ถึง 800 ล้านบาท โดยมีสภาพคล่องหมุนเวียน สำหรับสนับสนุนโครงการปกติจัดสรรไว้เฉลี่ยปีละประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเพียงพออย่างแน่นอน

 

หนึ่งในแผนงานสำคัญของปี 2569 คือ แผนการร่วมทุนจัดตั้งกองทุน Private Equity Trust (PE Trust) มูลค่าเป้าหมายรวม 1,000 ล้านบาท โดย CMDF คาดว่าจะอัดฉีดเม็ดเงินสนับสนุนร่วมกับพันธมิตรหรือผู้ร่วมลงทุนสถาบันรายอื่น (Limited Partners) เป็นหลักหลายร้อยล้านบาท โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัด และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงสตาร์ทอัพ (Startups) ในกลุ่ม New Economy อาทิ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี, การแพทย์ (Medical) และเกษตรกรรมสมัยใหม่ (Agri-Tech) ได้เข้าถึงตลาดทุน

 

พร้อมส่งทีมบริหารเข้าไปช่วยวางระบบปฏิบัติการและระบบหลังบ้าน ตลอดจนร่วมวางกลยุทธ์การถอนตัวจากการลงทุน (Exit) ผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) หรือการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในอนาคต โดยคาดว่าจะเริ่มเข้าลงทุนอย่างเป็นทางการได้ในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570

 

โดย CMDF จะเข้าไปร่วมลงทุนและถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 30% คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกราว 700 ล้านบาท จะมาจากการร่วมลงทุนของกลุ่มพันธมิตร ซึ่งกองทุน PE Trust มีอายุไม่เกิน 10 ปี โดยแบ่งโครงสร้างระยะเวลาออกเป็น 2 ช่วงอย่างชัดเจน คือ ช่วง 4-5 ปีแรกสำหรับการลงทุน และ ช่วง 4-5 ปีหลังสำหรับการทยอยถอนการลงทุน

 

ขยายผลโครงการ ‘Jump+’ และ IPO Subsidy

 

สำหรับโครงการเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของบริษัทจดทะเบียนไทยอย่าง Jump+ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก CMDF ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้รับการตอบรับท่วมท้นจนมีผู้ร่วมโครงการถึง 142 บริษัท เพิ่มจากเป้าหมายเดิม 100 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 86 ราย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 56 ราย ซึ่งเซกเตอร์หลักคือ ภาคบริการ (Services)

 

ทั้งนี้พบว่ากว่า 75% เป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท และมีบริษัทถึง 55% ที่มีค่า Price-to-Book (P/B) ต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสูงแต่ยังขาดการรับรู้จากผู้ลงทุน (Visibility) และยังไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ โครงการนี้จะดำเนินการ 3 เฟส คือ เฟสวางแผนกลยุทธ์, เฟสทำบทวิเคราะห์ร่วมกับสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA), และเฟสประชาสัมพันธ์

 

โดยตั้งเป้าวัดผลสำเร็จ (KPI) ตามมาตรฐานสากลจากอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตราการเติบโตของกำไร (Earnings Growth) เทียบกับอดีตย้อนหลัง 3 ปี ภายใต้งบประมาณสนับสนุนเพดานสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย

 

นอกจากนี้ CMDF ยังสนับสนุนงบประมาณระยะยาว 5 ปี ผ่าน ตลท. ในโครงการ IPO Subsidy เพื่อสนับสนุนค่าธรรมเนียมและที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) วงเงินสูงสุดไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อราย สำหรับบริษัทที่พร้อมจดทะเบียนอย่างรวดเร็วใน 2-3 ปีแรก

 

สร้าง Trust & Confidence ด้วยเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย

 

สำหรับการยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย CMDF ได้มุ่งปฏิรูปเชิงระบบผ่านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสำคัญ 2 โครงการ ประกอบด้วย

 

  • การสนับสนุนจัดตั้ง TCM-CERT ศูนย์ประสานงานความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ภาคตลาดทุน เพื่อเป็นแกนกลางเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบ One Stop Solutionsช่วยให้สมาชิกกว่า 100 บริษัท สามารถเฝ้าระวัง ประสานงาน และประหยัดงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โครงการ Data Exchange Platform ที่ CMDF ร่วมสนับสนุนเงินลงทุนหลักหลายสิบล้านบาท มาอย่างต่อเนื่องกว่า 3-4 ปี ทำหน้าที่เสมือน Securities Bureau เชื่อมข้อมูลวงเงินระหว่างโบรกเกอร์ เพื่อตรวจสอบและสกัดกั้นการเปิดบัญชีวงเงินซ้ำซ้อน สกัดความเสี่ยงเชิงระบบและป้องกันความเสียหายซ้ำรอยเคสขนาดใหญ่ในอดีต

 

ชงโมเดลบัญชีออมเงิน ‘TISA’ สู้ศึกสูงวัย-ยกระดับวิชาชีพ CFA Level 3

 

เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงกว่า 90% ของ GDP และภาวะสังคมผู้สูงอายุที่ขาดความพร้อมด้านการเงิน CMDF จึงได้ร่วมว่าจ้างสถาบันการศึกษาเพื่อศึกษาโมเดลการออมระยะยาว โดยศึกษาข้อดีของโมเดลบัญชีออมเงิน NISA ของญี่ปุ่น นำมาพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายจัดตั้ง TISA (Thailand Individual Saving Account) ด้วยแนวคิดรวมพอร์ตลงทุนแบบ One Umbrella โดยสามารถออมได้หลากหลายสินทรัพย์ ทั้ง กองทุนรวม หุ้น พันธบัตร บัญชีเงินฝากเพื่อการศึกษาบุตร สะสมสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ที่พ่อแม่นำไปลดหย่อนภาษีได้

 

ขณะเดียวกันยังร่วมมือกับสมาคม CFA ในโครงการสนับสนุนทุนสำหรับผู้สอบใบอนุญาตสากล ภายใต้เงื่อนไขหาก ‘สอบผ่านแล้วเบิกเงินคืน’ โดยมุ่งหมายจะผลักดันให้ประเทศไทยมีผู้ผ่านเกณฑ์ CFA Level 3 เป็นมากกว่า 1,000 คนให้เร็วที่สุด จากปัจจุบันที่มีเพียงประมาณ 700 คน ซึ่งตามหลังมาเลเซียที่มีผู้สอบผ่านสูงถึงประมาณ 2,800 คน เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญสู่สากล

 

เปิดฐานะทางการเงินและสภาพคล่องสะท้อนเสถียรภาพแข็งแกร่ง

 

เพื่อความโปร่งใส CMDF เผยโครงสร้างสถานะทางการเงินของกองทุน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

 

  • เงินกองทุนสำหรับบริหารจัดการเพื่อหาดอกผล (Principal Reserve): มีจำนวนนิ่งอยู่ที่ประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท บริหารจัดการความเสี่ยงแบบมืออาชีพผ่านกลยุทธ์ SAA สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 4-5% ต่อปี (คิดเป็นกระแสเงินสดกลับเข้าสู่กองทุนประมาณ 200 ถึง 300 ล้านบาทต่อปี) เพื่อนำไปเติมเป็นสภาพคล่องหมุนเวียน
  • เงินทุนหมุนเวียนและสภาพคล่องเพื่อดำเนินงานสนับสนุนโครงการ (Working Capital) มีสภาพคล่องหมุนเวียนเฉลี่ยรอบปีละประมาณ 800 ล้านบาท โดยได้รับเงินนำส่งสมทบรายปีจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามกฎหมายในสัดส่วน 90% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรอง

 

ทั้งนี้ ยอดการนำส่งจะแปรผันตามสภาวะตลาด โดยในช่วงแรกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี และปรับลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100 กว่าล้านบาทต่อปีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจากผลกระทบของสภาวะตลาดชะลอตัว แต่อย่างไรก็ดี CMDF ยืนยันว่าโครงสร้างฐานะการเงินและสภาพคล่องในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งและเพียงพอในการผลักดันเสถียรภาพและการพัฒนาตลาดทุนไทยในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories