โจทย์ใหญ่ของการวางแผนเกษียณยุคใหม่ ไม่ใช่ว่าคุณมีเงินเท่าไหร่ในวันเกษียณ แต่คือเงินก้อนนั้นจะอยู่กับคุณไปได้อีกกี่ปี และนั่นทำให้พอร์ตแบบเดิมที่ออกแบบไว้ครั้งเดียว แล้วไม่ปรับแต่งอีกเลย อาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป โดยเฉพาะในวันที่บริบทของสังคมไทยค่อยๆ เปลี่ยนไป
ประชากรไทยราว 1 ใน 5 มีอายุ 60 ปีขึ้นไปแล้ว ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเรียบร้อยแล้ว ขณะที่อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 77-78 ปี และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องตามพัฒนาการทางการแพทย์
เท่ากับว่าคนเกษียณอายุ 60 ปี มีระยะเวลาหลังเกษียณที่ต้องบริหารเงินต่ออีกราว 25-30 ปี ยาวพอๆ กับช่วงชีวิตการทำงานครึ่งหนึ่ง
เงินก้อนที่เคยคิดว่าน่าจะพออาจต้องทำงานหนักและยาวนานกว่าที่วางแผนไว้มาก และความเสี่ยงที่แท้จริงของคนวัยเกษียณยุคนี้ ไม่ใช่การขาดทุนในปีใดปีหนึ่ง แต่คือการมีชีวิตยืนยาวกว่าเงินที่มี
ความเสี่ยงที่แผนเกษียณส่วนใหญ่อาจยังมองข้าม
พอร์ตการลงทุนแบบผสมทั่วไป (multi-asset) มักถูกออกแบบมาเพื่อรับมือความเสี่ยงพื้นฐานสามอย่าง คือ ความผันผวนของตลาด (Volatility Risk) ความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) และเงินเฟ้อ (Inflation Risk)
แต่แผนเกษียณมีความเสี่ยงอีกสองชั้นที่พอร์ตทั่วไปไม่ได้ออกแบบมารองรับโดยเฉพาะ คือ Longevity Risk หมายถึงความเสี่ยงจากการอายุยืน ยิ่งอยู่นาน เงินยิ่งต้องทำงานนาน การถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากเกินไปตั้งแต่วันแรกของการเกษียณ อาจแปลว่าพอร์ตโตไม่ทันเงินเฟ้อในอีก 20 ปีข้างหน้า
ความเสี่ยงอีกชั้นคือ ความเสี่ยงจากจังหวะการถอนเงิน (Sequence of Returns Risk) การถอนเงินออกมาใช้ในช่วงที่พอร์ตกำลังติดลบ ทำให้ต้นทุนของการขาดทุนนั้นถูกล็อกไว้ถาวร และฟื้นกลับได้ยากกว่าคนที่ยังอยู่ในวัยทำงานและไม่ต้องถอนเงิน
นี่คือเหตุผลที่การวางแผนเกษียณสมัยใหม่ไม่ได้ถามแค่ว่าควรลงทุนในอะไร แต่ถามว่าสัดส่วนควรเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อเวลาผ่านไป
‘Glide Path’ ปรับพอร์ตอัตโนมัติ รองรับความเสี่ยงแต่ละช่วงวัย
แนวคิด Glide Path คือการออกแบบพอร์ตให้ค่อยๆ ปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามระยะห่างจากวันเกษียณ โดยอัตโนมัติ
ช่วงต้น (Accumulation) ยังห่างจากวันเกษียณมาก พอร์ตเน้นสินทรัพย์เติบโตอย่างหุ้นในสัดส่วนสูง เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน จากนั้นเมื่อเข้าใกล้วันเกษียณ สัดส่วนหุ้นจะทยอยลดลง และเพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้และสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างรายได้ เพื่อรักษามูลค่าพอร์ตในช่วงที่เริ่มทยอยถอนเงินออกมาใช้ (Decumulation)

ความเสี่ยงหนึ่งที่นักลงทุนวัยเกษียณอาจมองข้ามไป คือ การลงทุนที่เน้นรักษาเงินต้นให้มากที่สุด ลดสินทรัพย์เสี่ยงให้น้อยลงในทันที โดยลืมคำนึงถึงผลตอบแทนและความเสี่ยง
ข้อมูลจำลองของ T. Rowe Price เปรียบเทียบคาดการณ์ผลตอบแทนระหว่างปี 2025 – 2045 ของ 2 พอร์ตการลงทุนที่มีการถอนเงินออกมาใช้ทุกปี ปีละ 6% พบว่าพอร์ตวัยเกษียณที่เริ่มต้นด้วยสัดส่วนหุ้น 51% และใช้กลยุทธ์ Glide Path เพื่อทยอยลดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มโอกาสให้พอร์ตเติบโต ในขณะที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงขาลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับพอร์ตที่ลงทุนในหุ้น 25% แบบคงที่

จากข้อมูลแบบจำลองยังบอกเราอีกว่า ในช่วงตลาดปกติหากมีการถอนเงินมาใช้จ่ายในวัยเกษียณปีละ 6% 20 ปีผ่านไป พอร์ตที่ลงทุนในหุ้น 25% แบบคงที่ที่ให้ผลตอบแทนติดลบ -0.6% นั้น อาจหมายถึงการเติบโตของเงินที่ลงทุนอาจไม่เพียงพอเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในวัยเกษียณในช่วงเวลา 20 ปี และหากมีอายุยืนยาวกว่านั้นจะยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
ในช่วงตลาดขาขึ้น การคงสัดส่วนหุ้นไว้ในระดับที่เหมาะสมช่วยให้พอร์ตยังเติบโตได้แม้จะถอนเงินออกไปทุกปี และมีโอกาสที่เงินลงทุนจะเติบโตมากกว่า
และสิ่งสำคัญคือช่วงตลาดขาลง จากแบบจำลองพบว่าทั้ง 2 พอร์ตมีการติดลบในระดับที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าการลดสัดส่วนหุ้นลงทันทีในวัยเกษียณอาจไม่ใช่แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุด แต่ยังมีความเสี่ยงที่ระยะยาวเงินอาจจะเติบโตไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายระยะยาว
การใช้กลยุทธ์ Glide Path จึงมีความสำคัญที่จะเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงเหล่านี้
สองพอร์ตตอบโจทย์สองช่วงชีวิต ‘UPRE’ และ ‘UPOST’
บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) นำแนวคิดนี้มาจัดตั้งกองทุน 2 กองเพื่อรองรับคนละช่วงชีวิต ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลักของ T. Rowe Price บริษัทจัดการกองทุนที่บริหารกองทุนเพื่อการเกษียณที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด พรี สตราทีจิค กลายด์-พาธ ฟันด์ (UPRE) สำหรับผู้ที่ยังอยู่ในช่วงสะสมความมั่งคั่ง กองทุนหลักบริหารเชิงรุกตามลักษณะผู้ลงทุนที่คาดว่าจะเกษียณใน 10-15 ปีข้างหน้า มีสัดส่วนการลงทุนเริ่มต้นในหุ้น 65% และ ตราสารหนี้ 35%
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โพส สตราทีจิค กลายด์-พาธ ฟันด์ (UPOST) สำหรับผู้เริ่มเกษียณ และหลังเกษียณ 10-15 ปี ออกแบบมาเพื่อรองรับการทยอยใช้จ่ายหลังเกษียณโดยเฉพาะ มีสัดส่วนการลงทุนเริ่มต้นในหุ้น 51% และ ตราสารหนี้ 49%
ตัวพอร์ตกระจายการลงทุนทั่วโลกทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน ครอบคลุมทั้งตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ อีกทั้งยังมีตราสารหลากหลายประเภทและกลุ่มอุตสาหกรรม
นอกจากใช้กลยุทธ์ Glide Path เป็นหลักในการปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและเป้าหมายในแต่ละช่วงวัยเพื่อการวางแผนเกษียณแล้ว กองทุนยังมีการปรับพอร์ตให้เหมาะกับสภาวะตลาด แสวงหาโอกาสการลงทุนที่เหมาะสม พร้อมบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมสำหรับการบริหารพอร์ตในระยะยาว ได้แก่ behavior risk คือการที่นักลงทุนอาจใช้อารมณ์ในการตัดสินใจลงทุนในช่วงตลาดผันผวนจนกระทบผลตอบแทนในระยะยาว , longevity risk การมีอายุยืนยาวกว่าคาดอาจทำให้เงินไม่เพียงพอในการดำรงชีวิต , ความผันผวนของตลาดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจส่งผลให้พอร์ตการลงทุนมีความเสี่ยงขาดทุนอย่างหนัก และ ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ทำให้มูลค่าที่แท้จริงของเงินลดลง
UPRE และ UPOST เป็นกองทุนที่จัดตั้งเพื่อเป็น One Fund Retirement นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุนที่เหมาะกับช่วงวัยของตนเอง และลงทุนได้ยาวอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิตเกษียณ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นลงทุนด้วยกองทุน UPRE และวางแผนว่าใน 10-15 ปีข้างหน้าจะเกษียณอายุ สัดส่วนการลงทุนในหุ้นจาก 65% ในวันนี้ จะค่อยๆลดลงเหลือ 50% ในช่วงเกษียณ เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตลงและเน้นสร้าง income รองรับวัยเกษียณ โดยนักลงทุนไม่ต้องปรับเปลี่ยนสัดส่วนหรือกองทุนด้วยตนเอง สำหรับกองทุน UPOST สัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงก็จะทยอยลดลงเช่นกันให้เหมาะสมกับช่วงวัยที่อายุมากขึ้น โดยบริหารความเสี่ยงโดยเฉพาะ longevity risk ไว้ด้วย

ในแง่ผลตอบแทน กองทุนทั้งสองกองเป็นกองใหม่ จึงยังไม่มีผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนไทยเอง ตัวเลขที่มีคือผลการดำเนินงานของ กองทุนหลัก ซึ่งจัดตั้งเมื่อ 15 กรกฎาคม 2025
โดยมีผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 18.50% สำหรับ UPRE และ 15.40% สำหรับ UPOST (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 69)
สิ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ ในการวางแผนเกษียณยุคนี้ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็น กรอบคิด จากการมองเกษียณเป็นจุดสิ้นสุดที่ต้องไปให้ถึง มาเป็นการมองว่าเป็นเฟสใหม่ที่ยาว 25-30 ปี และต้องการพอร์ตที่รู้จักเปลี่ยนตัวเองไปพร้อมกับเจ้าของ คำถามที่ควรถามตัวเองในวันนี้จึงไม่ใช่ “ฉันมีเงินพอไหม” แต่คือ “เงินของฉันถูกจัดวางให้ทำงานถูกจังหวะกับช่วงชีวิตที่ฉันกำลังจะเข้าไปหรือยัง”
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / กองทุนนี้ลงทุนในต่างประเทศและมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้กองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน แต่อาจไม่ได้ป้องกันทั้งหมด จึงอาจมีกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดย ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)

