เป็นเวลากว่าสามทศวรรษที่เศรษฐกิจโลกขับเคลื่อนโดยเน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก บริษัทต่างๆ จัดวางห่วงโซ่อุปทานให้มีต้นทุนต่ำที่สุด ผลิตในที่ที่ถูกที่สุด และเก็บสต็อกให้น้อยที่สุดภายใต้แนวคิด Just-in-Time ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานของโลกที่มีทุนราคาถูก การค้าระหว่างประเทศที่ราบรื่น และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อยู่ในระดับต่ำ
แต่กลไกเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนภาพ และอาจจะไม่ย้อนกลับมาเหมือนเดิมอีกต่อไป
UOB Privilege Banking มองว่า ระบบเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง จากโมเดลที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด ไปสู่กรอบการทำงานใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ความหลากหลาย (Diversification) และความสามารถในการผลิตภายในประเทศ นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Strategic Reindustrialisation” หรือการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งใหม่ ที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์การลงทุนไปอย่างมีนัยสำคัญ
จาก “โลกาภิวัตน์แบบเก่า” สู่ “โลกาภิวัตน์แบบใหม่”

4 แรงขับเคลื่อนที่ทำให้ Reindustrialisation เป็นเทรนด์ระดับทศวรรษ
1. ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์
การค้าโลกถูกกำหนดทิศทางด้วยประเด็นความมั่นคงของชาติมากขึ้นเรื่อยๆ มาตรการควบคุมการส่งออก ข้อจำกัดทางการค้า และพันธมิตรระดับภูมิภาค กำลังผลักดันให้ห่วงโซ่อุปทานเปลี่ยนจากการพึ่งพิงแค่ประเทศเดียวเป็นหลัก เป็นการกระจาย supply chain ไปยังหลายประเทศ และการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศพันธมิตร (Friend-shoring) แทนที่การใช้ supply chain จากแหล่งที่มีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจสูงสุดเพียงแหล่งเดียว
2. ความเปราะบางของความมั่นคงด้านพลังงาน
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นล่าสุด บ่งชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของความมั่นคงด้านพลังงานต่อประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ บทเรียนนี้ทำให้หลายประเทศเริ่มมองว่า พลังงานคือสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่สินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป และกำลังเร่งสร้างความเป็นอิสระด้านพลังงาน โดยหันไปพึ่งพากำลังการผลิตภายในประเทศ ทั้งพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น
3. ภาวะ supply chain disruption ที่เปลี่ยนพฤติกรรมองค์กรอย่างถาวร
ภาวะ supply chain disruption ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การระบาดของ Coivd-19 จนถึงปัญหาคอขวดของเซมิคอนดักเตอร์ ได้เปลี่ยนกรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่บริหารสินค้าคงคลังให้พอดีกับการใช้งาน ไม่เน้นสต๊อคสินค้า มาสู่การกันสำรองเผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ความสามารถในการฟื้นตัว (resilience) จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ฝังลึกในระดับองค์กร
4. การเติบโตในอนาคตที่ต้องการทรัพยากรมากขึ้น
เมื่อการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ (reshoring) เกิดขึ้นจริง ความต้องการพลังงานภายในประเทศก็เพิ่มสูงขึ้นตาม นำไปสู่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบโครงข่ายไฟฟ้า
และที่น่าสนใจคือ เทรนด์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของ AI ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ผุดขึ้นเพื่อรองรับ AI ต้องการไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และสถานีไฟฟ้าย่อยจำนวนมาก จนอาจกล่าวได้ว่าการลงทุนใน AI กำลังกลายเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
โอกาสลงทุนเมื่อโลกกำลัง Reindustrialisation
การปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม (reindustrialisation) และการสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทาน ก่อให้เกิดการลงทุนในระบบเศรษฐกิจโดยรวมสูงขึ้นในเชิงโครงสร้าง อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานและกำลังการผลิตทางอุตสาหกรรมจำนวนมากได้ถูกก่อสร้างขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และการเติบโตทางเศรษฐกิจจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อโรงงานหรือสถานประกอบการเริ่มเดินเครื่องผลิต UOB Privilege Banking มองว่ากลุ่มสินทรัพย์ที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากเทรนด์นี้ ได้แก่
- โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบโครงข่ายไฟฟ้า ได้ประโยชน์จากความต้องการพลังงานที่สูงขึ้นและกระจายตัวมากขึ้น
- พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน (Storage) จากการที่ความมั่นคงด้านพลังงานผลักดันให้เกิดการกระจายแหล่งพลังงานออกจากน้ำมัน
- ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม (Industrial Automation) จากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นและการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ หนุนความต้องการหุ่นยนต์ เซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์อุตสาหกรรม
- วัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ (Critical Materials) ได้แก่ ทองแดง ลิเทียม และแร่หายาก คาดว่าจะมีการกักตุนเพิ่มมากขึ้นทั้งแบบทางการในเชิงยุทธศาสตร์สำรอง หรือทางธุรกิจในด้านสินค้าคงคลัง อาจส่งผลให้เกิดความตึงตัวและความผันผวนของราคาตามมา
จัดพอร์ตให้ทนทาน ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน
สินทรัพย์ที่อยู่ใจกลางของเทรนด์ Reindustrialisation มากที่สุด คือกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเป็นทั้งผู้รับประโยชน์โดยตรงจากคลื่นการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า พลังงาน และ Data Center ขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติเชิงป้องกัน (Defensive) ที่โดดเด่น ทั้งกระแสเงินสดที่มั่นคง รายได้ที่มักผูกกับสัญญาระยะยาว และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน ทำให้กลุ่มนี้ทนทานต่อความผันผวนได้ดีในยามที่ตลาดปรับฐาน
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการรับธีมนี้ผ่านการกระจายการลงทุนอย่างมืออาชีพ UOB Privilege Banking แนะนำ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ซัสเทนเนเบิล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ ฟันด์ (UINFRA) ความเสี่ยงระดับ 6
UINFRA เป็นกองทุนประเภท Fund of Funds ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนตราสารทุนและ ETF ต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและมีแนวทางดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนทั่วโลก บริหารแบบ Active Management
จุดเด่นคือการกระจายการลงทุนผ่านผู้จัดการกองทุนโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำระดับโลกหลายราย อาทิ Lazard Global Listed Infrastructure, HSBC GIF Global Infrastructure Equity, KBI Global Sustainable Infrastructure, Cohen & Steers Global Listed Infrastructure และ Global X US Infrastructure Development ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มสาธารณูปโภค พลังงาน โครงข่ายไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่รองรับเทรนด์ Reindustrialisation และการขยายตัวของ AI ได้อย่างตรงจุด
ท่ามกลางโลกที่ปฏิเสธจะกลับไปเรียบง่ายเหมือนเดิม พอร์ตการลงทุนที่ดีในวัฏจักรนี้จึงไม่ควรเป็นเหมือนรถสปอร์ตที่วิ่งได้เฉพาะบนถนนเรียบ แต่ควรเป็นเหมือนรถ SUV ที่พร้อมลุยทุกสภาพเส้นทาง มีถังน้ำมันเต็มและยางอะไหล่พร้อม การจัดพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ผสมผสานสินทรัพย์ที่ทั้งเติบโตและทนทาน พร้อมเลือกลงทุนในธีมเชิงโครงสร้างระยะยาวอย่างโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นเส้นทางที่ช่วยให้นักลงทุนก้าวผ่านความไม่แน่นอน และเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / กองทุนนี้ลงทุนในต่างประเทศและมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้กองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน แต่อาจไม่ได้ป้องกันทั้งหมด จึงอาจมีกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดย ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)

