×

เศรษฐีฮ่องกง 41% ไม่มั่นใจลูกหลานดูแลทรัพย์สินได้ ขณะ 58% วางแผนทำงานยาวเกินวัยเกษียณ สวนทางภาพจำเรื่องเกษียณเร็ว

24.08.2026
  • LOADING...
ภาพมุมสูงของตึกระฟ้าในย่านเซ็นทรัล ฮ่องกง

ผลสำรวจล่าสุดของ Manulife บริษัทประกันและบริหารความมั่งคั่ง ชี้ว่ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงในฮ่องกงกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการเกษียณไปจากเดิม โดยส่วนใหญ่คาดว่าจะทำงานนานกว่ารุ่นพ่อแม่ และปรับพอร์ตลงทุนของตัวเองในแบบที่สะท้อนว่าไม่ได้กำหนดวันเกษียณตายตัวไว้ในใจ

 

 
 

โดย 58% ของผู้มีความมั่งคั่งสูงในฮ่องกงคาดว่าจะทำงานเลยวัยเกษียณออกไป โดยในจำนวนนี้ 32% คิดว่าจะทำงานต่ออีก 5-10 ปีหลังถึงวัยเกษียณ ส่วนอีก 26% มองว่าจะทำงานต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้

 

ทั้งนี้ ฮ่องกงไม่มีการกำหนดอายุเกษียณอย่างเป็นทางการ แม้บริษัทจำนวนมากจะกำหนดให้พนักงานเกษียณเมื่ออายุ 60 หรือ 65 ปีก็ตาม

 

วิลตัน คี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Manulife ฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายว่ากลุ่มผู้มีฐานะในฮ่องกงกำลังก้าวข้ามแนวคิดที่มองว่าการเกษียณคือการหยุดทำงานถาวรในคราวเดียว และหันมาเตรียมตัวสำหรับชีวิตที่มีหลายช่วง ซึ่งผสมผสานทั้งการทำงาน ภาระครอบครัว และความปรารถนาส่วนตัวเข้าด้วยกัน

 

เทียบกับเพื่อนบ้านในเอเชียแปซิฟิก

 

ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม กับผู้ตอบแบบสำรวจ 1,000 คนที่มีความมั่งคั่งสุทธิตั้งแต่ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 98 ล้านบาท) ไปจนถึงมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.63 พันล้านบาท) โดยเป็นผู้ตอบในฮ่องกง 250 คน

 

การสำรวจครอบคลุม 11 ตลาดในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงไทยด้วย พร้อมกับจีนแผ่นดินใหญ่, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, อินเดีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

เมื่อเทียบกันแล้ว ฮ่องกงมีสัดส่วนคนรวยที่คาดว่าจะทำงานต่ออีก 5-10 ปีหลังวัยเกษียณค่อนข้างสูง โดยตัวเลข 32% ของฮ่องกงมากกว่าทั้งจีนแผ่นดินใหญ่และสิงคโปร์ที่อยู่ระดับ 27% เท่ากัน ขณะที่ญี่ปุ่นสูงกว่าฮ่องกงที่ 37%

 

ปรับพอร์ตให้ยืดหยุ่น แทนการเล็งวันเกษียณ

 

การเปลี่ยนความคาดหวังเรื่องการเกษียณส่งผลต่อวิธีลงทุนโดยตรง โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 2 ใน 3 ระบุว่ากำลังออกแบบพอร์ตลงทุนใหม่ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แทนการวางแผนสำหรับวันเกษียณที่กำหนดไว้ตายตัว

 

คีมองว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ผลตอบแทน หากเป็นความสอดคล้องกันของแผนทั้งหมด นั่นคือกลยุทธ์ที่ปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้ คาดการณ์ความต้องการในอนาคตล่วงหน้า และรวมเรื่องการลงทุน, ความคุ้มครอง และการส่งต่อทรัพย์สินให้อยู่ในภาพเดียวกัน

 

ฉากหลังของความเปลี่ยนแปลงนี้คือโครงสร้างประชากรฮ่องกงที่สูงวัยขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลทางการระบุว่าเมื่อปี 2024 ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปคิดเป็น 22% ของประชากร 7.5 ล้านคน และมีการคาดการณ์ว่าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 31% ภายในปี 2036

 

สำหรับคนที่ยังต้องการเกษียณตามกำหนดอายุนั้น จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่เตรียมไว้ โดยรายงานที่สมาคมกองทุนเกษียณอายุฮ่องกงและบริษัทที่ปรึกษาด้านบำนาญอย่าง WTW เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน ประเมินว่าผู้หญิงที่เกษียณตอนอายุ 65 ปีและมีอายุถึง 90 ปี จะต้องมีเงินราว 5.4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 22.46 ล้านบาท)

 

ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 7.1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 29.54 ล้านบาท) หากมีอายุยืนถึง 100 ปี ส่วนผู้ชายที่เกษียณตอนอายุ 65 ปีและมีอายุถึง 86 ปี ต้องมีเงินอย่างน้อย 4.6 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 19.14 ล้านบาท) และเพิ่มเป็น 6.6 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 27.46 ล้านบาท) หากมีอายุถึง 97 ปี

 

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของ Manulife ให้ภาพที่ต่างจากผลสำรวจของ Standard Chartered ที่เผยแพร่ช่วงก่อนหน้านั้น ซึ่งพบว่าชาวฮ่องกงที่มีสินทรัพย์ 1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 4.16 ล้านบาท) จำนวน 49% ระบุว่าการเกษียณเร็วคือเป้าหมายชีวิต ตามด้วยการเดินทางท่องเที่ยวเชิงลึกที่ 48% และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ 47%

 

ความต่างดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เหมือนกัน เพราะผลสำรวจของ Manulife เจาะจงกลุ่มที่มีความมั่งคั่งสุทธิระดับหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Standard Chartered ใช้เกณฑ์สินทรัพย์ที่ต่ำกว่ามาก

 

ความกังวลที่ยังไม่ได้พูดกับทายาท

 

ข้อค้นพบที่น่ากังวลที่สุดจากผลสำรวจครั้งนี้คือมุมมองต่อคนรุ่นถัดไป โดยครอบครัวผู้มีฐานะในฮ่องกงมองอนาคตของทายาทในแง่ลบมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกตลาดที่สำรวจ

 

ตัวเลขที่สะท้อนคือ 41% ของผู้ตอบแบบสำรวจในฮ่องกงระบุว่าขาดความมั่นใจว่าลูกหลานจะบริหารความมั่งคั่งของครอบครัวได้

 

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจในฮ่องกงยอมรับว่ายังไม่เคยดึงทายาทเข้ามาร่วมพูดคุยเรื่องการวางแผนความมั่งคั่งเลย ซึ่งเป็นภาพที่สอดคล้องกับความไม่มั่นใจข้างต้น

 

ภาพ : Urbanscape / Shutterstock

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ฮ่องกง เท่ากับ 4.16 บาท ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2569

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories