×

บังโตโพสต์ ‘เตรียมทัวร์ลง’ สุดท้ายลงจริง จับมือ Fin Trip ทำทัวร์ฮาลาล เจาะตลาดที่ลูกค้ามุสลิมเคยเป็นแค่ 30% ในกรุ๊ปทัวร์ปกติ

25.07.2026
  • LOADING...
บังโต วีรชน ศรัทธายิ่ง และผู้บริหาร Fin Trip ร่วมกันเปิดตัวธุรกิจทัวร์ฮาลาล

ย้อนกลัยไปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เพจคำโตๆ โพสต์ข้อความสั้นๆ ว่า “พรุ่งนี้เรื่องใหญ่ เตรียม ‘ทัวร์ลง’ ได้เลย”

 

 
 

วันรุ่งขึ้นทัวร์ลงจริง แต่เป็นทัวร์ในความหมายของธุรกิจนำเที่ยว เมื่อบริษัทคำโตๆ ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับบริษัท Fin Trip เปิดตัวธุรกิจท่องเที่ยวฮาลาลภายใต้แบรนด์ คำโตๆ Fintrip โดยเริ่มเส้นทางแรกที่ซินเจียง ประเทศจีน ในเดือนสิงหาคมนี้

 

จับมือกันในระดับแบรนด์ ไม่ใช่การเข้าถือหุ้น

 

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่การเข้าถือหุ้นหรือการตั้งบริษัทใหม่ แต่เป็นการนำความถนัดของสองฝ่ายมาทำแบรนด์ทัวร์ร่วมกัน

 

Fin Trip รับผิดชอบการบริหารจัดการ การจัดโปรแกรมเดินทาง และการดูแลลูกทัวร์ ซึ่งเป็นงานที่บริษัททำอยู่แล้ว ส่วนทีมคำโตๆ ดูแลการทำสื่อ การประชาสัมพันธ์ และการตรวจสอบมาตรฐานฮาลาล โดยใช้ชื่อ ‘คำโตๆ’ นำหน้าแบรนด์ ขณะที่การแบ่งรายได้ระหว่างสองฝ่ายยังไม่มีการเปิดเผย

 

วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือบังโต ผู้ก่อตั้งบริษัทคำโตๆ และเจ้าของช่องคำโตๆ ระบุว่า จะเป็นผู้ลงพื้นที่สำรวจและเปิดเส้นทางใหม่ด้วยตัวเองในครั้งแรก เมื่อวางระบบลงตัวแล้ว ทีมงานของ Fin Trip จะรับช่วงดูแลทริปต่อจากนั้น ดังนั้นแม้บังโตจะไม่ได้ร่วมเดินทางทุกทริป แต่ทัวร์ยังขายภายใต้แบรนด์คำโตๆ ต่อไป เพราะได้ผ่านมาสำรวจเส้นทางเรียบร้อยแล้ว

 

การที่บังโตร่วมเดินทางด้วยหรือไม่ ยังสะท้อนออกมาเป็นราคาที่ต่างกัน โดยโปรแกรมประเดิมเส้นทางซินเจียงเหนือแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ทริปที่บังโตร่วมเดินทางด้วย วันที่ 10-17 สิงหาคม 2569 ราคา 79,965 บาท ทริปที่มีอินฟลูเอ็นเซอร์ร่วมเดินทาง วันที่ 17-24 สิงหาคม 2569 ราคา 77,965 บาท และทริปทั่วไป วันที่ 24-31 สิงหาคม 2569 ราคา 74,965 บาท

 

เท่ากับว่าการมีบังโตร่วมเดินทางถูกคิดเป็นส่วนต่างราว 5,000 บาทต่อคน เมื่อเทียบกับทริปเส้นทางเดียวกันที่ไม่มีบังโตไปด้วย โดยราคาแต่ละรอบยังขึ้นอยู่กับต้นทุนอย่างค่าตั๋วเครื่องบินที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รวมถึงแต่ละเส้นทางก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป

 

ขณะเดียวกัน คำโตๆ Fintrip ยังมีแผนทำ Influence Partner และ Affiliate Partner เปิดให้อินฟลูเอ็นเซอร์ช่วยแนะนำและขายทริป แล้วรับส่วนแบ่งจากยอดขายที่เกิดขึ้น รวมถึงเข้ามาร่วมออกแบบทริปในอนาคต ซึ่งคาดว่ารายได้ส่วนหนึ่งของฝั่งบังโตจะมาจากช่องทางนี้ นอกเหนือจากการขายทริปตรงผ่านบริษัท

 

ตลาดที่ยังไม่มีใครทำทั้งระบบ

 

อาทิตย์ เทพไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Fin Trip ระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัททัวร์ที่ให้บริการลูกค้าชาวมุสลิมอยู่บ้าง แต่ยังไม่มีการสื่อสารออกมาชัดเจนว่าเป็นทัวร์ฮาลาล 100%

 

ที่ผ่านมา Fin Trip เคยจัดกรุ๊ปทัวร์ปกติที่มีลูกค้ามุสลิมร่วมเดินทางราว 30% แล้วใช้วิธีจัดมื้ออาหารเฉพาะหรือแยกโรงแรมให้ ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้รับความสะดวกเต็มที่ ซึ่งอาทิตย์มองว่าบริษัททำได้ดีกว่านั้น และกลายเป็นที่มาของการติดต่อทีมคำโตๆ เพื่อร่วมกันทำทัวร์ฮาลาล

 

ด้านบังโตอธิบายว่า ฮาลาลในบริบทของทัวร์นี้คือมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัยของการจัดทริป มากกว่าการเป็น ‘ทริปเชิงศาสนา’ โดยทริปจะไม่มีสิ่งมึนเมาและไม่พาไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยง ส่วนเรื่องอาหารครอบคลุมถึงการไม่มีเนื้อหมู ไม่มีเลือดผสม และไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ รวมถึงการเผื่อเวลาสำหรับการละหมาดไว้ในตารางเดินทางตั้งแต่ต้น

 

การวางมาตรฐานแบบนี้ทำให้บังโตมองว่าทัวร์เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างศาสนิกและกลุ่มครอบครัวที่ต้องการการเดินทางที่ปลอดภัยได้ด้วย ทำให้ฐานลูกค้ากว้างกว่ากลุ่มมุสลิมเพียงอย่างเดียว

 

ส่วนเหตุผลที่เลือกซินเจียงเป็นเส้นทางแรก บังโตระบุว่าแม้จีนไม่ใช่ประเทศมุสลิม แต่ซินเจียงเป็นมณฑลที่มีขนาดใหญ่กว่าไทยราว 3 เท่า และมีประชากรมุสลิมอาศัยอยู่จำนวนมาก ทำให้จัดการเรื่องอาหารฮาลาลได้ง่ายกว่า ประกอบกับเป็นเส้นทางธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวไทยยังรู้จักไม่มากนัก

 

ตลาดนักเดินทางมุสลิมที่โตทั้งขาออกและขาเข้า

 

เมื่อดูขนาดตลาด ปัจจุบันไทยมีประชากรมุสลิมราว 10 ล้านคน ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยมีเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 1.2 แสนล้านบาทตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยค่าที่พักและค่าอาหารเป็น 2 หมวดที่คนไทยจ่ายมากที่สุด รวมกันกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าปี 2569 นักเดินทางจะใช้จ่ายเฉลี่ยกว่า 60,000 บาทต่อคนต่อทริป

 

ด้านภาพตลาดโลก รายงาน Halal Travel Trends 2026 ของมาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้ง คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมุสลิมระหว่างประเทศทั่วโลกจะอยู่ที่ 186 ล้านคนในปี 2568 ก่อนเพิ่มเป็น 245 ล้านคนในปี 2573 โดยในปี 2567 เอเชียดึงดูดนักท่องเที่ยวมุสลิมได้เกือบ 120 ล้านคน หรือราว 65% ของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก 176 ล้านคน

 

รายงานอีกฉบับคือ Muslim Women in Travel 2026 ระบุว่า นักท่องเที่ยวสตรีชาวมุสลิมมีจำนวน 90 ล้านคนในปี 2568 คิดเป็น 48% ของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก เพิ่มขึ้นจาก 63 ล้านคน หรือ 45% ในปี 2562 โดยปัจจัยที่กลุ่มนี้ให้ความสำคัญมากที่สุดคือความปลอดภัยและความสบายใจของจุดหมายปลายทางที่ 60% รองลงมาคือความเป็นมิตรต่อชาวมุสลิมที่ 30%

รายงานยังพบว่า 68% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทาง โดยแพลตฟอร์มที่ใช้มากที่สุดคือ Instagram ตามด้วย YouTube และ TikTok

 

อีกส่วนที่น่าสนใจคือ ‘ตลาดขาเข้า’ เนื่องจากประชากรมุสลิมเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วทั้งการเดินทางเข้าและออก สอดคล้องกับที่รัฐบาลไทยตั้งเป้าผลักดันให้ไทยเป็น 1 ใน 5 ครัวฮาลาลของโลก ขณะที่รายงานของมาสเตอร์การ์ดระบุว่าไทยเป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมายาวนาน และโอกาสอยู่ที่การทำให้บริการที่มีอยู่แล้วถูกค้นหาเจอและเชื่อมโยงกันมากขึ้น

 

เป้าโต 10% กับโจทย์เส้นทางนอกประเทศมุสลิม

 

ปีที่ผ่านมา Fin Trip มีรายได้ราว 800 ล้านบาท โดยความร่วมมือครั้งนี้ตั้งเป้าการเติบโตเบื้องต้นราว 10% ส่วนแผนเส้นทางตั้งเป้านำเสนอเส้นทางใหม่เฉลี่ยเดือนละ 1 เส้นทางโดยไม่ซ้ำกัน และมองการขยายไปยังมองโกเลีย รัสเซีย โครเอเชีย รวมถึงพื้นที่อื่นในเอเชีย

 

บังโตระบุว่าเส้นทางในกลุ่มประเทศมุสลิมจัดการได้ไม่ยาก เพราะร้านอาหารฮาลาลและสถานที่ละหมาดหาได้ทั่วไปอยู่แล้ว โจทย์ที่ยากกว่าคือประเทศที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม เช่น ญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งกำแพงภาษาและข้อจำกัดเรื่องขนาดร้านอาหาร การพากรุ๊ปทัวร์ 25 คนไปรับประทานอาหารฮาลาลจึงต้องใช้เวลาหาข้อมูลมาก โดยแนวทางคือส่งทีมเข้าไปสำรวจและตรวจสอบมาตรฐานก่อนเปิดขาย

 

“ปัญหาใหญ่ของคนไทยเวลาไปเที่ยวต่างประเทศคือเรื่องอาหาร ยิ่งถ้าต้องการฮาลาลด้วยแล้ว ยิ่งหาของอร่อยและวางใจได้ยากมาก” บังโตกล่าว

 

ส่วนเป้าหมายถัดไปที่บังโตต้องการผลักดันคือการขอการรับรองมาตรฐานทัวร์ฮาลาลอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานด้านศาสนาอิสลามในประเทศไทย ซึ่งมองว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักเดินทางได้มากกว่าการรับประกันด้วยชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories