×

กลืนไม่เข้าคายไม่ออก! EU ยื่นคำขาดสั่งให้ อังกฤษ ขึ้นภาษีรถ EV จีน 45% หากยังอยากเข้าตลาดยุโรป

26.09.2026
  • LOADING...
รถยนต์ไฟฟ้ากำลังชาร์จแบตเตอรี่ที่สถานีชาร์จ

สหภาพยุโรปเตือนอังกฤษว่า หากต้องการหลีกเลี่ยงอุปสรรคจากนโยบาย ‘ผลิตในยุโรป’ และรักษาสิทธิในการเข้าถึงตลาดยุโรป อังกฤษจำเป็นต้องขึ้นภาษีรถยนต์จากจีน และปรับนโยบายการค้าให้สอดคล้องกับ EU มากขึ้น

 

 
 

ด้วยนโยบายผลิตในยุโรปของอียูมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตภายในกลุ่ม ผ่านมาตรการเงินอุดหนุนและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตลอดจนปกป้องอุตสาหกรรมยุโรปจากการแข่งขันของจีน

 

ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นหลังรัฐบาลอังกฤษเดินหน้าล็อบบี้ผลักดันให้สินค้าจากอังกฤษได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกับสินค้าจากประเทศสมาชิกอียู

 

แหล่งข่าว 2 รายที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ เปิดเผยว่า Brussels ได้แจ้งรัฐบาลอังกฤษว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือการเข้าร่วมสหภาพศุลกากรของอียู เนื่องจากจะช่วยแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายผลิตในยุโรป รวมถึงลดความกังวลเกี่ยวกับความแตกต่างของอัตราภาษีศุลกากรระหว่างอังกฤษกับอียู

 

ทั้งนี้ ความแตกต่างดังกล่าวอาจเปิดช่องให้ผู้ผลิตจีนใช้อังกฤษเป็นเส้นทางอ้อม เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่อียูกำหนดไว้

 

เจ้าหน้าที่อียูรายหนึ่งกล่าวว่า การเข้าร่วมสหภาพศุลกากรจะช่วยแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนโยบายผลิตในยุโรปได้เกือบทั้งหมด อีกทั้งยังช่วยลดความกังวลว่าสินค้าจีนอาจถูกส่งผ่านอังกฤษเข้าสู่ตลาดยุโรป เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการทางภาษีของอียู

 

บีบอังกฤษขึ้นภาษีจีน ชี้เสี่ยงกลายเป็น ‘ตุรกีแห่งช่องแคบ’

 

ด้านนายกรัฐมนตรีอังกฤษยืนยันว่า รัฐบาลจะยังคงยึดเส้นแดงที่พรรคแรงงานประกาศไว้ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด โดยจะไม่เข้าร่วมสหภาพศุลกากร และจะไม่กลับเข้าสู่ตลาดเดียวของยุโรป

 

แม้อังกฤษอาจเลือกปรับนโยบายให้สอดคล้องกับมาตรการปกป้องทางการค้าของอียูในบางอุตสาหกรรม เช่น การกำหนดภาษีต่อต้านการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในระดับเดียวกับอียู ซึ่งสูงสุดถึง 45% แต่การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้อังกฤษสูญเสียอิสระด้านนโยบายการค้าหลัง Brexit มากขึ้น และอาจส่งผลให้ผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าในราคาสูงกว่าเดิม

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่อียูอีกรายเปรียบเทียบสถานการณ์ว่า เดิมยุโรปกังวลว่าอังกฤษจะกลายเป็น ‘สิงคโปร์บนแม่น้ำเทมส์’ ซึ่งหมายถึงประเทศที่เปิดกว้างและมีกฎระเบียบผ่อนคลายกว่ายุโรป แต่ปัจจุบันความกังวลได้เปลี่ยนไป โดยยุโรปเกรงว่าอังกฤษอาจกลายเป็น ‘ตุรกีที่อยู่อีกฝั่งของช่องแคบ’ หรือเป็นประตูหลังให้สินค้าจีนเข้าสู่ตลาดยุโรป

 

ที่ผ่านมา อังกฤษปฏิบัติตามมาตรการของอียูอย่างไม่เต็มใจนัก โดยเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กเป็น 2 เท่า จากเดิมเป็น 50% พร้อมลดโควตานำเข้าลงครึ่งหนึ่ง เพื่อรับมือกับภาวะเหล็กล้นตลาดโลก ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากกำลังการผลิตส่วนเกินของจีน

 

ขณะเดียวกัน อังกฤษกำลังกดดัน Brussels ให้รวมอุตสาหกรรมรถยนต์ เคมีภัณฑ์ และพลังงานของอังกฤษไว้ในแผนงานผลิตในยุโรปด้วย เพราะเกรงว่าหากไม่ได้รับการรับรอง สินค้าและห่วงโซ่อุปทานของอังกฤษจะถูกกีดกันออกจากโครงการเงินอุดหนุนมูลค่าสูงของสหภาพยุโรป

 

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารในอุตสาหกรรมรถยนต์ตั้งคำถามว่า อังกฤษจะสามารถดำเนินนโยบายภาษีที่แตกต่างจากอียูได้อีกนานเพียงใด หากยังต้องการให้ห่วงโซ่อุปทานของประเทศได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุโรป

 

เพราะอังกฤษไม่ได้ดำเนินตามอียูในการกำหนดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เมื่อสหภาพยุโรปเริ่มใช้มาตรการดังกล่าวในปี 2024 ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ใหม่ในอังกฤษรวมกันได้ 16% ในปีนี้

 

มัสซิมิเลียโน เมสซินา ผู้บริหารฝ่ายยุโรปของนิสสัน เตือนว่า อังกฤษกำลังเสี่ยงกลายเป็นทางผ่านให้รถยนต์ไฟฟ้าจีนเข้าสู่ตลาดอียู พร้อมเรียกร้องให้อังกฤษปรับนโยบายภาษีบางส่วนให้สอดคล้องกับมาตรการของยุโรป

 

นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่อังกฤษอาจต้องขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ทำให้รัฐบาลตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

ด้านหนึ่ง อังกฤษต้องการปกป้องตลาดภายในประเทศและรักษาความสัมพันธ์กับยุโรป แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลก็กำลังพยายามดึงดูดการลงทุนจากจีนเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศ

 

หนึ่งในโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือ แผนให้บริษัทเชอรี ผู้ผลิตรถยนต์จีน เข้ามาผลิตรถยนต์ที่โรงงานของนิสสันในเมืองซันเดอร์แลนด์ ดังนั้น หากอังกฤษขึ้นภาษีรถยนต์จากจีน ก็อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความพยายามดึงดูดการลงทุนจากจีน

 

ขณะเดียวกัน อังกฤษกำลังเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกันกับอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสินค้าราคาถูกจากจีน สินค้าเหล่านี้ทำให้สหภาพยุโรปต้องประกาศใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดหลายรายการ และคาดว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอังกฤษยอมรับว่า รัฐบาลกำลังเผชิญความท้าทายทางการเมือง พร้อมกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่อังกฤษจะบอกว่าต้องการอยู่ภายในป้อมปราการยุโรป ขณะที่อีกฝ่ายสามารถชี้ให้เห็นได้ว่า นโยบายภาษีของอังกฤษกำลังบั่นทอนกำแพงป้องกันทางการค้าที่ยุโรปกำลังเร่งก่อขึ้น

 

บรัสเซลส์ขู่ปกป้องตลาด หลังอังกฤษเปิดทางผู้ผลิตจีนซื้อโรงงานเคมีรายใหญ่

 

สัญญาณความตึงเครียดระหว่างลอนดอนกับบรัสเซลส์เริ่มชัดเจนขึ้น หลังอียูประกาศว่าจะติดตามและตรวจสอบการส่งออกไทเทเนียมไดออกไซด์จากอังกฤษเข้าสู่ยุโรป

 

สำหรับไทเทเนียมไดออกไซด์เป็นสารเคมีที่ใช้เป็นสารให้สีขาวในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สี, พลาสติก, กระดาษ และผลิตภัณฑ์เคลือบผิว

 

โดยมาตรการของอียูมีขึ้นหลังหน่วยงานด้านการแข่งขันทางการค้าของอังกฤษอนุมัติให้ผู้ผลิตไทเทเนียมไดออกไซด์รายใหญ่ที่สุดของจีนเข้าซื้อโรงงานแห่งหนึ่งในทีไซด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ

 

โรงงานดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งผู้บริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อฟื้นฟูกิจการเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทำให้การเข้าซื้อกิจการโดยบริษัทจีนสร้างความกังวลต่ออุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในยุโรป

 

มารี-โซฟี ดิบลิง หุ้นส่วนของสำนักงานกฎหมาย Cassidy Levy Kent ซึ่งเป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในอียู กล่าวว่า ข้อความที่ยุโรปกำลังส่งไปยังอังกฤษคือ หากอังกฤษไม่ปรับนโยบายการค้าให้สอดคล้องกับอียู อังกฤษก็อาจสูญเสียสิทธิในการเข้าถึงตลาดยุโรป และอียูอาจเพิ่มมาตรการปกปกป้องตลาดของตนจากอังกฤษมากขึ้น

 

ท่ามกลางความกังวลดังกล่าว โจนาธาน เรย์โนลด์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจของอังกฤษ ได้ส่งจดหมายถึงภาคอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในเดือนกันยายนนี้ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับสินค้านำเข้าที่ไม่เป็นธรรม โดยระบุว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้รัฐบาลพิจารณาได้ว่า จำเป็นต้องใช้มาตรการปกป้องทางการค้าเพิ่มเติมกับสินค้าประเภทใดบ้าง

 

อย่างไรก็ตาม หากอังกฤษเพิ่มมาตรการต่อต้านสินค้าจีน ก็อาจเสี่ยงเผชิญความขัดแย้งกับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งเป็นทั้งแหล่งเงินลงทุนและคู่ค้าสำคัญของอังกฤษ

 

สอดคล้องกับรายงานของจีนเกี่ยวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งแรกระหว่างนายกรัฐมนตรีอังกฤษกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่า จีนคาดหวังให้อังกฤษปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของนักลงทุนจีนอย่างเต็มที่

 

อดีตเจ้าหน้าที่ชี้อังกฤษมีทางเลือกจำกัด

 

จอห์น อัลตี อดีตอธิบดีฝ่ายนโยบายการค้าของกระทรวงการค้าระหว่างประเทศอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษแทบไม่มีทางเลือกนอกจากต้องดำเนินมาตรการภาษีเหล็กให้สอดคล้องกับอียู และจะต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากมากขึ้น เมื่อการแข่งขันระหว่างจีนกับประเทศตะวันตกรุนแรงขึ้น

 

พร้อมกล่าวว่า มหาอำนาจทางการค้ากำลังส่งสัญญาณว่า หากประเทศใดต้องการเข้าถึงตลาดของพวกเขา ประเทศนั้นก็ต้องยอมให้พวกเขาควบคุมว่าสินค้าจากประเทศอื่นจะไหลเข้าสู่ตลาดของตนเองอย่างไร

 

จอห์น อัลตี กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศอังกฤษดำเนินนโยบายได้ยากขึ้น เพราะโลกกำลังเคลื่อนออกจากแนวคิดเรื่องการลดอุปสรรคทางการค้า และเข้าสู่ยุคที่ประเทศต่างๆ ต้องบริหารจัดการและควบคุมอุปสรรคทางการค้ามากขึ้น

 

ท้ายที่สุด อังกฤษกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ว่าจะรักษาเสรีภาพด้านนโยบายการค้าหลัง Brexit ไว้ หรือจะยอมปรับตัวให้ใกล้ชิดกับอียูมากขึ้น เพื่อแลกกับการรักษาสิทธิในการเข้าถึงตลาดยุโรป ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข่งขันของจีนและการแบ่งขั้วทางการค้าที่กำลังรุนแรงขึ้นทั่วโลก

 

ภาพ:Aliaksei Kaponia/shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories