×

ฮุนไดเลือกไทยฐานผลิต EV พรีเมียม ส่ง IONIQ 5 สู้ศึก ประเดิมสายพานผลิต จ.สมุทรปราการ เปิดตัว 1.3 ล้านบาท

29.06.2026
  • LOADING...
เจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) และ วัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ถ่ายภาพร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้า Hyundai IONIQ 5 N Line

ท่ามกลางสมรภูมิ EV ในไทย ฮุนไดรุกเดินสายการผลิต The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยอย่างเป็นทางการ หลังทุ่มกว่า 1,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานประกอบ จ.สมุทรปราการ พร้อมปักหมุดไทยสู่ฐานการผลิตและส่งออก EV ภูมิภาค หนุน Local content ไทย 46%

 

วันที่ 29 มิ.ย.69 เจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทได้เปิดตัว The new 2026 IONIQ 5 N Line เป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นประกอบไทย พร้อมประกาศยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเครือข่ายระดับโลกของฮุนได ภายใต้สโลแกน ‘Never Ordinary’

 

IONIQ 5 N Line ถือเป็นรุ่นประกอบในไทยที่มาพร้อมแบตเตอรี่ 84 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 591 กิโลเมตร (NEDC) ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V รองรับ Ultra-Fast Charging ชาร์จจาก 10-80% ภายในประมาณ 18 นาที พร้อมระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense 17 ระบบ และ Hyundai Bluelink Connected Car ที่เปิดใช้งานครั้งแรกในประเทศไทย

 

เจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) และ วัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ถ่ายภาพร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้า Hyundai IONIQ 5 N Line 1

 

เจ กิว จอง กล่าวอีกว่า การประกอบรถรุ่นนี้ในประเทศไทยสะท้อนความเชื่อมั่นของฮุนไดต่อศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ภูมิภาค ทั้งด้านบุคลากร ซัพพลายเชน และมาตรฐานการผลิต

 

ทั้งนี้ บริษัทประกาศราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 1.399 ล้านบาท จำกัด 400 คันแรก จากราคาปกติ 1.699 ล้านบาท ถูกกว่าการนำเข้ามาจากเกาหลีใต้ ที่ตั้งราคาไว้ 1.988 ล้านบาท เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิต EV ที่สำคัญของฮุนไดในอนาคต

 

โดยปัจจุบันรุ่น IONIQ 5 มีการผลิตในโรงงานฮุนได 6 แห่ง จากทั้งหมด 14 แห่งทั่วโลก ได้แก่ เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย สหรัฐอเมริกา และล่าสุด ประเทศไทย

 

ด้านวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า The new 2026 IONIQ 5 N Line มุ่งผลิตตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการรถที่ให้ได้มากกว่าแค่การเดินทาง เพราะสามารถบ่งบอกบุคลิกผ่านดีไซน์ที่ชัดเจน กลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ซ้ำทางใคร

 

วัลลภ ย้ำว่า แม้กระแสแบรนด์ EV จีนมาแรง แต่จุดแข็งของแบรนด์คือแตกต่างจากคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน

 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มความพิเศษให้กับรุ่นประกอบไทย โดยลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัส Hyundai Bluelink Connected Car Services เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน

 

ทั้งนี้ The new 2026 IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทยนี้ได้เปิดตัวด้วยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1.699 ล้านบาท แต่ช่วงเปิดตัวจะอยู่ที่ 1.399 ล้านบาท จำนวนจำกัดเพียง 400 คันแรก

 

วัลลภ เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในไทยอีกว่า ก่อนหน้านี้บริษัท ได้ประกาศลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ครอบคลุมการจัดตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทย

 

ขณะนี้ได้เริ่มเดินสายการผลิตรถ EV 100% แล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงพร้อมส่งมอบรถทันทีในเดือนนี้

 

โดยแผนดำเนินงาน เบื้องต้น วางกำลังการผลิตและขาย เฉลี่ย 100 คันต่อเดือน ซึ่งยอมรับว่าการเริ่มผลิตล่าช้ากว่าเล็กน้อย แต่ยังคงตั้งเป้ายอดขายรวม 2,800 คันในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 2,300 คันในปีก่อน

 

“บริษัทพร้อมวางแผนใช้ไทยเป็นฐานการผลิตแบบ SKD โดยโรงงานตั้งอยู่ที่บางปู จ.สมุทรปราการ ซึ่งร่วมกับธนบุรีประกอบรถยนต์เป็นผู้ดำเนินการผลิต IONIQ 5 เป็นรุ่นแรก”

 

ทั้งนี้ IONIQ 5 ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการ EV 3.5 โดยนำเข้ามาราว 400 คัน ดังนั้น บริษัทต้องผลิตคืน 800 คัน ตามมาตรการ

 

ส่วนแผนการส่งออก ออสเตรเลียเป็นตลาดที่น่าสนใจเพราะไทยก็ส่งออกไปออสเตรเลียเป็นหลักอยู่แล้ว จึงอยู่ระหว่างศึกษาแผนส่งออกไปยังออสเตรเลีย คาดว่าปลายปีนี้

 

เจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) และ วัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ถ่ายภาพร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้า Hyundai IONIQ 5 N Line 2

 

นอกจากนี้ บริษัท มองว่า แนวโน้มตลาด EV ในช่วงครึ่งปีหลังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้กลับมา

 

“ในช่วงที่ผ่านมา เหตุวิกฤตตะวันออกกลาง สะท้อนว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังเป็นแรงหนุนต่อความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า แม้การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมจากผู้ผลิตจีนรุนแรงขึ้นก็ตามแต่บริษัทมั่นใจว่าตลาด EV พรีเมียมในไทยยังโดและมีโอกาสอีกมาก”

 

ด้านการผลิตแบตเตอรี่ บริษัท ระบุว่าเป็นการผลิตตามภาวะอุปสงค์และอุปทานของตลาด ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

โดยปัจจุบันใช้เทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่แบบโมดูลของฮุนได และมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้ระบบอัตโนมัติสูง ทำให้ใช้แรงงานไม่มาก

 

“ในปีนี้ฮุนไดเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่เพิ่มเติมอีก 1 รุ่น และโรงงานแห่งนี้ถือเป็น ครั้งแรกที่มีการประกอบรถยนต์รุ่นดังกล่าวในประเทศไทย” วัลลภ กล่าว

 

นอกจากนี้ บริษัทมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) 46% สูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำที่ 40% พร้อมมีศูนย์บริการ 25 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมขยายเป็น 28 แห่งภายในสิ้นปี เพื่อรองรับบริการหลังการขาย โดยเฉพาะการดูแลแบตเตอรี่ที่กำลังทยอยเข้าสู่ระบบบริการในภาวะปกติ

 

สำหรับแผนระยะยาว บริษัทตั้งเป้าใช้ประเทศไทยเป็นฐานการส่งออกหลักของภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันฮุนไดมีโรงงานทั่วโลก 14 แห่ง สำหรับอาเซียน ไทยถือเป็นตลาดสำคัญของฮุนได

 

วัลลภ ทิ้งท้ายถึงมุมมองมาตรการภาครัฐว่า “หากประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นฐานการส่งออกรถยนต์และรักษาดีทรอยต์ต่อไปได้ ตลาดในประเทศต้องมีความแข็งแกร่ง และยอดขายรถยนต์รวมต้องเติบโตควบคู่กันไป”

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories