วันนี้ (27 มิถุนายน) ตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลา พุ่งสูงถึง 920 คนแล้ว มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 3,000 คน ทีมกู้ภัยเชื่อว่า ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง นับเป็นเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เวเนซุเอลา
พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือ รัฐลากวยรา (La Guaira) ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือและสนามบินหลักของประเทศ รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งตอนเหนือและกรุงการากัส โดยเฉพาะย่านโลสปาโลสกรันเดส (Los Palos Grandes) และ อัลตามิรา (Altamira) ซึ่งถือเป็นย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า ร้านอาหาร และสถานทูตต่างประเทศที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของเวเนซุเอลา
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาถึง 214 ครั้ง สร้างความเสียหายต่ออาคาร ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ อีกกว่า 1,000 แห่ง
เวเนซุเอลาตกอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมรับมือกับภัยพิบัติ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมจากการขาดการลงทุนและวิกฤตเศรษฐกิจที่เรื้อรังมานานหลายทศวรรษ
ขณะที่ระบบสาธารณสุขและโรงพยาบาลขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์พื้นฐานมาตั้งแต่ก่อนเกิดภัยพิบัติ เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์นี้จึงเข้าสู่ภาวะรับมือไม่ไหวและไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากได้ ทำให้เวเนซุเอลาขณะนี้กำลังเผชิญกับสภาวะ ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’
ปฏิบัติการกู้ภัยในระยะแรกเป็นไปอย่างยากลำบากจากการสื่อสารที่ถูกตัดขาดและสภาพถนนที่เสียหาย เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องใช้มือเปล่าในการขุดหาผู้รอดชีวิต ทำให้ประชาชนบางส่วนรู้สึกไม่พอใจที่การตอบสนองของรัฐบาลล่าช้าและไม่เพียงพอ
ประชาคมโลกและสหประชาชาติ (UN) ได้ระดมความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีทีมกู้ภัยจากสหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เม็กซิโก และสวิตเซอร์แลนด์เดินทางเข้าพื้นที่ ขณะที่สหรัฐอเมริกาได้ส่งทีมทหาร เครื่องบินขนส่ง เรือรบ และงบประมาณช่วยเหลืออีก 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อร่วมภารกิจกู้ภัยในครั้งนี้
ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง หลังจากที่ นิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดี เพิ่งถูกกองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ บุกจับกุมตัวในกรุงการากัส เมื่อช่วงต้นปี 2026 ซึ่งปัจจุบันประเทศอยู่ภายใต้การนำของ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดี ท่ามกลางความไม่พอใจของกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้านที่ต้องการให้ มารีอา โกรินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้าน เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพคนล่าสุด ขึ้นมาบริหารประเทศแทน






อ้างอิง:


