×

โลกยุคใหม่วิกฤติรอบด้าน ความมั่งคั่งวัดกันที่ใครอยู่รอดนานกว่า

26.06.2026
  • LOADING...
ภาพปกบทความหัวข้อ โลกยุคใหม่วิกฤติรอบด้าน ความมั่งคั่งวัดกันที่ใครอยู่รอดนานกว่า ไม่ใช่ตัวเงิน

ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว ความเสี่ยงไม่ได้มาเป็นเรื่องๆ อีกต่อไป แต่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน จนทำให้ thesis การลงทุนของหลายสินทรัพย์เปลี่ยนไปจากเดิม สินทรัพย์ที่เคยถูกมองว่าเป็น ‘หลุมหลบภัย’ อย่างทองคำและพันธบัตรที่ช่วยลด draw down ให้กับพอร์ตการลงทุน วันนี้ราคากลับผันผวนแรง ทำให้กลยุทธ์การลงทุนที่เคยให้ผลลัพธ์ดีในอดีต อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ดีเท่าเดิมหรืออาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป

 

 
 

ท่ามกลางบริบทการลงทุนที่เปลี่ยนไป จากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ยุคทองการลงทุนที่เราสามารถคาดหวังผลตอบแทนที่ดีที่สุด อาจจบไปแล้ว นิยามของความมั่งคั่งยุคใหม่ จึงไม่ได้วัดแค่ว่าใครมีเงินมากกว่า แต่คือใครสามารถรักษาความมั่งคั่ง และจัดพอร์ตให้อยู่รอดได้ในทุกวิกฤติ

 

THE STANDARD WEALTH สรุปการเสวนาในหัวข้อ Wealth beyond Return-The New Era of Prosperity ยุคสมัยใหม่แห่งความมั่งคั่งที่เป็นมากกว่าผลตอบแทน ในงานสัมมนาประจำปี TFPA Wealth Management Forum

 

The Undertainty EdgeitheNew Frontiers of Wealth พลิกวิกฤตสู่โอกาส กลยุทธ์ความมั่งคั่งในโลกผันผวน

 

กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และสมาชิกกิตติมศักดิ์สมาคมนักวางแผนการเงินไทย กล่าวว่า นิยามความเสี่ยงในโลกยุคใหม่ คือ สินทรัพย์มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ข้อดีนักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนมากขึ้น แต่สินทรัพย์ที่เคยเป็นหลุมหลบภัยชั้นดีอย่างทองคำ ได้เปลี่ยนสถานะเป็นสินทรัพย์ที่ผันผวนสูง เพราะคนเข้ามาเก็งกำไรจำนวนมาก

 

นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่เข้ามากระทบบรรยากาศการลงทุนอยู่ตลอด โดยเฉพาะบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้นำโลกที่ถูกลดทอนลง จึงใช้เงินดอลลาร์เป็นเครื่องมือต่อรอง และการเติบโตของจีนในฐานะมหาอำนาจใหม่ กลายเป็นความเสี่ยงและตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต้องกระจายความเสี่ยงการลงทุน

 

อย่างไรก็ตาม พื้นฐานสำคัญที่สุดในการลงทุนคือ ต้องรู้จักการบริหารความเสี่ยง ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานะชีวิตของแต่ละคน

 

ด้านณริดา มานะสมจิตร Director, Regional Wealth Management Solution ICHAM PTE LTD และเจ้าของเพจ Gee Money & More มองว่า นิยามความเสี่ยงในยุคใหม่สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีมั่งคั่งสูง คือ ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น (Unseen risks) เช่น ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบซัพพลายเชน น้ำมัน ดอกเบี้ย และเงินเฟ้อ รวมถึง ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ (Regulatory risk) เช่น กฎหมายภาษีที่อัปเดตใหม่ นโยบายควบคุมเงินทุนหรือข้อบังคับด้านความโปร่งใสทางการเงินต่างๆ เช่น KYC, CRS รวมถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงที่มักลงทุนในที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์มากเกินไป เมื่อเกิดวิกฤติจึงไม่สามารถเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นกระแสเงินสดได้ทันท่วงที ทำให้ขาดสภาพคล่อง จนต้องขายสินทรัพย์ในราคาขาดทุน เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนธุรกิจ ในทุกวิกฤติคนที่มีสภาพคล่อง คือคนที่มีอำนาจตัดสินใจ และสามารถอดทนผ่านวิกฤติได้นานกว่า

 

ทั้งนี้ กรณ์ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันการถือครองที่ดินมีภาษีที่ดิน ทำให้การถือครองที่ดินที่เคยไม่มีค่าใช้จ่าย กลายมาเป็นต้นทุนและภาระที่ส่งผลต่อผลตอบแทน ประกอบโครงสร้างประชากรไทยที่อัตราการเกิดต่ำ ทำให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จึงไม่น่าดึงดูดต่อไป เพราะไม่มีกำลังซื้อจากคนรุ่นใหม่มารองรับ ในขณะที่กฎหมายไทยก็ยังไม่ปลดล็อกให้ต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินได้หรือเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้

 

หุ้น AI ยังน่าลงทุนอยู่ไหม หรือไฮป์เกินไปแล้ว

 

กรณ์ มองว่า การลงทุนในหุ้น AI เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาส เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูงมากในกลุ่มผู้ให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งหากอ้างอิงจากบทเรียนในอดีตอย่างยุคอินเทอร์เน็ต สุดท้ายแล้วตลาดมักจะเหลือผู้ชนะที่ผูกขาดเพียงไม่กี่ราย อย่างไรก็ตามการคาดเดาว่าใครจะเป็นผู้ชนะเป็นเรื่องยาก ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทต่างๆ ก็ลงทุนมหาศาลใน AI แต่ยังกินส่วนแบ่งการตลาดได้ไม่คุ้มค่า หากจะลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงเรื่อง Valuation

 

ด้านณริดา เห็นตรงกันว่า ยังมีหุ้น AI ในพอร์ตได้ แต่ต้องพิจารณา Valuation ว่าเหมาะสมกับเป้าหมายและกลยุทธ์การลงทุนไหม แม้หุ้น AI จะปรับตัวขึ้นแรงมากในช่วงที่ผ่านมา แต่นักลงทุนสถาบันก็ยังคงถือครองอยู่ เพราะมองว่า AI จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรให้น้ำหนักการลงทุน AI อย่างระมัดระวัง สำหรับพอร์ตเชิงรุกก็ไม่ควรมีหุ้นเกิน 40% และอาจใช้วิธีขายทำกำไรบางส่วนไป เพื่อนำไปลงทุนหุ้นกลุ่มอื่นที่ได้ประโยชน์ทางอ้อมจาก AI แทน เช่น กลุ่มพลังงานหรือเฮลธ์แคร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยง

 

ความมั่งคั่งในยุคใหม่ หน้าตาเป็นอย่างไร

 

กรณ์ กล่าวว่า แต่ละคนมีความคาดหวังในชีวิตที่แตกต่างกัน แต่นิยามความมั่งคั่งที่แท้จริงสำหรับเขาคือ ‘ความสบายใจ’ และการไม่มีความกังวลเรื่องเงิน ต่อให้ผลตอบแทนการลงทุนบางส่วนจะขาดทุนหนัก แต่จะต้องไม่กระทบต่อวิถีชีวิตด้านอื่น หัวใจสำคัญคือ การนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ ในการบริหารความเสี่ยงการลงทุน (Risk Management) ให้มีความพอดีและสอดคล้องกับความคาดหวังของตนเอง

 

ด้านณริดา มองว่า ความมั่งคั่งที่ให้มากกว่าผลตอบแทน คือ เงินต้องมีหน้าที่ใน 4 ด้าน ประกอบด้วย

  1. เงินปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่าต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด แต่ต้องรับรู้ความเสี่ยงที่น่าจะเกิดขึ้นล่วงหน้า และ ประเมินกรณีที่เลวร้ายที่สุด เพื่อวางแผนรับมือ
  2. เงินต้องเติบโต ชนะเงินเฟ้อ และ ค่าครองชีพ เพื่อไม่ให้เงินเสื่อมค่าไปตามเวลา
  3. มีระบบจัดการเงินที่ดี ถ้ารวยแต่ไม่มีระบบ ก็ไม่สามารถรักษา และ ส่งต่อความมั่งคั่ง
  4. มีสภาพคล่อง (Liquidity) เพราะสภาพคล่องสำคัญที่สุด หากเกิดวิกฤติแต่ไม่สามารถดึงเงินออกไปใช้ได้ ก็ไม่มีความหมาย

 

เครื่องมือสร้างความมั่งคั่งที่เหนือกว่า ‘ผลตอบแทน’

 

กรณ์ มองว่า เครื่องมือที่สำคัญที่สุดคือ ‘วินัย’ โดยอาจให้มืออาชีพช่วยดูแลพอร์ตหลักเพื่อลดใช้อารมณ์ตัดสินใจ และ หากต้องการลงทุนเก็งกำไรตามความชอบส่วนตัว ก็ควรแยกพอร์ตต่างหากไปเลย เพื่อป้องกันพอร์ตหลักเสียหาย สำหรับการส่งต่อมรดก ควรเริ่มจากการพูดคุยทำความเข้าใจกันในหมู่พี่น้องและพ่อแม่โดยตรง (ไม่ควรมีบุคคลภายนอกอย่างสะใภ้เข้ามาเกี่ยวในตอนแรก) เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง และตกลงกันด้วยความเข้าใจ

 

ด้านณริดา เสริมว่า นอกจากวินัย คนทั่วไปต้องมองให้ไกลไปกว่า การหาโปรดักต์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง เพราะในกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งสูงให้ความสำคัญกับเครื่องมือปิดความเสี่ยงอย่างประกัน มากกว่าเครื่องมือที่ให้ผลตอบแทนสูง สำหรับครอบครัวใหญ่ควรทำทรัสต์เพื่อโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินจาก ‘เจ้าของเดิม’ ไปให้ ‘ผู้ดูแลทรัสต์ (Trustee)’ ปกป้องสินทรัพย์จากความเสี่ยงทางธุรกิจ ป้องกันการถูกยึดทรัพย์จากเจ้าหนี้

 

รวมถึงสร้างความต่อเนื่องในการส่งต่อมรดก ส่วนข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูง คือ คนกลุ่มนี้มักยึดติดกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่ตัวเองคุ้นเคย ทำให้การลงทุนกระจุกตัว เช่น

 

3 วิธีไปสู่ความมั่งคั่ง

 

กรณ์ มองว่า พฤติกรรมการลงทุนที่จะเป็นบันไดพาตัวเองไปสู่ความมั่งคั่งประกอบด้วย

 

  • ลดอีโก้ เปิดใจรับฟังและให้ผู้เชี่ยวชาญ/มืออาชีพเข้ามาช่วยดูแล
  • มีวินัย ควบคุมสติและอารมณ์ไม่ให้หวั่นไหวไปตามความโลภ (FOMO)
  • ความสบายใจ เลือกลงทุนในรูปแบบที่ตอบโจทย์ความสุขและไม่สร้างความกังวลใจให้กับตัวเอง

 

ด้านณริดา มองคล้ายกันว่า วินัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คนธรรมดามีโอกาสมั่งคั่งขึ้นได้ ทั้งในแง่ของการออมและการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับบริหารเงินให้รอด หลีกเลี่ยงการเสี่ยงเกินตัวจนเสียเงินต้น คาดหวังผลตอบแทนที่สมเหตุสมผล หากพอร์ตแตกจนต้องเริ่มลงทุนใหม่ จะทำให้เสียโอกาสในการสะสมผลตอบแทนแบบทบต้น และจัดพอร์ตและกระจายความเสี่ยง ไม่ทุ่มเงินไปกับสินทรัพย์เดียว เพื่อลดความผันผวนและปกป้องพอร์ตในระยะยาว เพื่อทำให้อยู่ในตลาดให้นานพอ

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories