×

เหตุใดเกาหลีใต้จึงเร่งปฏิรูปกองทัพ สร้างนักรบโดรน 5 แสนคน พัฒนาโดรนพลีชีพ ‘K-Lucas’

26.06.2026
  • LOADING...
ภาพโดรนทหารกำลังบินอยู่เหนือพื้นที่ฝึกซ้อมของกองทัพเกาหลีใต้

เกาหลีใต้ประกาศเดินหน้ายกระดับกองทัพครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าฝึกกำลังพล ‘นักรบโดรน’ จำนวน 5 แสนคน พร้อมขยายขีดความสามารถด้านโดรนและระบบต่อต้านโดรน ขณะที่ยังวางแผนพัฒนาโดรนพลีชีพระยะไกลในชื่อ ‘K-Lucas’ ซึ่งได้รับโมเดลจากสหรัฐอเมริกา เพื่อรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ถือเป็นการปรับตัวสู่สงครามยุคใหม่ที่โดรนกำลังกลายเป็นอาวุธหลักในสนามรบ

 

 
 

เกาหลีใต้วางแผนปฏิรูปกองทัพ หวังสร้างนักรบโดรน

 

วันนี้ (26 มิถุนายน) กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เปิดเผยนโยบาย ‘การพัฒนาและเสริมสร้างกำลังโดรนและระบบต่อต้านโดรน’ โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของสงครามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้กองทัพทั่วโลกต้องปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ หลังโดรนราคาประหยัดสามารถสร้างผลกระทบต่อสนามรบได้ไม่ต่างจากอาวุธราคาแพง

 

ทั้งนี้ อันกยูแพค รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า โดรนจะไม่เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะหน่วยรบพิเศษอีกต่อไป แต่ควรเป็นยุทโธปกรณ์พื้นฐานของทหารทุกนาย พร้อมเปรียบเทียบว่า โดรนควรเป็น ‘อาวุธประจำกายชิ้นที่สอง’ เหมือนกับปืน

 

ในแผนดังกล่าว รัฐบาลตั้งเป้าฝึกกำลังพล 5 แสนนาย ให้สามารถใช้งานโดรนได้อย่างเชี่ยวชาญ พร้อมจัดสรรงบประมาณ 2.05 หมื่นล้านวอนในปี 2027 เพื่อจัดหาโดรนขนาดเล็กกว่า 1.1 หมื่นลำ เพื่อใช้ฝึกในหน่วยทหารทั่วประเทศ โดยแต่ละหน่วยจะได้รับโดรนสำหรับทดลองใช้งานจริง เพื่อให้ทหารสามารถพัฒนายุทธวิธีและแนวทางประยุกต์ใช้ในสนามรบด้วยตนเอง

 

นอกจากนี้ กองทัพยังเตรียมจัดหลักสูตรฝึกอบรม และเปิดโอกาสให้กำลังพลสอบรับใบรับรองการบังคับโดรน รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการทดลอง โดยทหารที่ทำโดรนเสียหายหรือสูญหายระหว่างการฝึกจะไม่ต้องรับผิดชอบ เพื่อส่งเสริมให้กล้าฝึกและเรียนรู้การใช้งานจริง

 

ตั้งเป้าผลิต K-Lucas กว่าแสนลำ สร้างระบบต่อต้านโดรนและอาวุธเลเซอร์

 

นอกจากการฝึกกำลังพลแล้ว กระทรวงกลาโหมยังประกาศเร่งนำโดรนพลีชีพระยะไกลในชื่อ ‘K-Lucas’ เข้าประจำการ โดยตามรายงานของสำนักข่าว KBS โดรนรุ่นนี้สามารถบินวนเหนือพื้นที่เป้าหมายก่อนพุ่งชนและทำลายตัวเอง โดยออกแบบสำหรับภารกิจโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ และทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม

 

เบื้องต้น กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า K-Lucas พัฒนาต่อยอดจากโดรน Lucas ของสหรัฐฯ ถือเป็นโดรนโจมตีต้นทุนต่ำที่ได้รับการพัฒนาย้อนแบบจากโดรน Shahed-136 ของอิหร่าน อาวุธที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในสงครามตะวันออกกลาง

 

นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังเตรียมจัดหาโดรนต้นทุนต่ำแบบใช้แล้วทิ้ง (Expendable Drone) มากกว่า 2 หมื่นลำภายในปี 2030 ไม่ว่าจะเป็นโดรนลาดตระเวนและโดรนพลีชีพขนาดเล็ก พร้อมพัฒนาระบบ ‘ฝูงโดรนปัญญาประดิษฐ์’ (AI Swarm) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการโจมตีแบบประสานงาน

 

ขณะเดียวกัน Reuters รายงานว่า กองทัพเกาหลีใต้ยังมีเป้าหมายผลิตโดรนรวม 1.1 แสนลำภายในปี 2029 เพื่อประจำการในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และนาวิกโยธิน พร้อมกำหนดให้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศทั้งหมด เพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีน และผลักดันอุตสาหกรรมโดรนของเกาหลีใต้ให้เติบโตควบคู่กัน

 

อนึ่ง รายงานของ KBS ยังระบุว่า ทางการเกาหลีใต้ยังเร่งพัฒนาระบบป้องกันโดรนแบบครบวงจร ครอบคลุมการตรวจจับ การรบกวนสัญญาณ (Jamming) และการยิงสกัด โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ อาวุธเลเซอร์ต่อสู้อากาศยาน ที่มีกำหนดเริ่มประจำการภายในปีนี้

 

ระบบดังกล่าวจะสามารถตรวจจับ เล็งเป้าหมาย และยิงทำลายโดรนด้วยพลังงานความร้อนภายในเวลาไม่กี่วินาที โดยจุดเด่นสำคัญคือ ต้นทุนการยิงต่ำกว่า 2,000 วอน หรือราว 50 บาทต่อนัด ซึ่งต่ำกว่าการใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตาม กองทัพยอมรับว่า อาวุธเลเซอร์ยังมีข้อจำกัดจากสภาพอากาศ และยังรับมือการโจมตีของฝูงโดรนจำนวนมากได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

 

ทำไมเกาหลีใต้ต้องเร่งผลิตโดรน

 

ตามรายงานของ Reuters และ KBS ระบุ สาเหตุที่เกาหลีใต้วางแผนปฏิรูปกองทัพโดยนำโดรนเข้ามาใช้ เพราะภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ โดยกระทรวงกลาโหมระบุว่า รัฐบาลเปียงยางกำลังพัฒนาขีดความสามารถด้านโดรนอย่างต่อเนื่อง

 

มีรายงานว่า โดรนตระกูล Shahed ของอิหร่านถูกถ่ายทอดผ่านรัสเซีย ส่งต่อมายังเกาหลีเหนือ อาจทำให้เกิดภัยคุกคามต่อฐานทัพ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และพื้นที่พลเรือนเพิ่มขึ้น

 

ส่วนเหตุผลในด้านอื่นๆ คือ บทเรียนจากสงครามยูเครนและตะวันออกกลางที่แสดงให้เห็นว่า โดรนราคาประหยัดจำนวนมากสามารถสร้างความเสียหายต่อยุทโธปกรณ์ราคาแพงได้ ทำให้หลายประเทศเริ่มปรับยุทธศาสตร์สู่แนวคิด ‘ความคุ้มค่า’ (Affordable Mass) หรือการใช้ยุทโธปกรณ์ต้นทุนต่ำจำนวนมากแทนอาวุธราคาแพง

 

ตัวอย่างที่กองทัพเกาหลีใต้นำมาอ้างอิงคือ ระบบ Sky Fortress ของยูเครน ที่ดัดแปลงสมาร์ทโฟนมือสองกว่า 7,000 เครื่องเป็นระบบตรวจจับเสียงโดรน ใช้งบประมาณประมาณ 1.5 หมื่นล้านวอน แต่สามารถสร้างระบบป้องกันทางอากาศได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าการจัดหาขีปนาวุธแพทริออตเพียงไม่กี่ลูก

 

อีกปัจจัยสำคัญคือ วิกฤตประชากรของเกาหลีใต้ ทำให้จำนวนกำลังพลลดลงต่อเนื่อง กองทัพจึงจำเป็นต้องพึ่งพาระบบอัตโนมัติและอาวุธไร้คนขับมากขึ้น เพื่อรักษาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศในระยะยาว

 

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เคยประเมินว่า จำนวนผู้ชายวัย 20 ปี ซึ่งเป็นวัยหลักของการเกณฑ์ทหาร จะลดลงจากประมาณ 2.26 แสนคนในปี 2025 เหลือราว 1.3 แสนคนในปี 2040 ทำให้กองทัพจำเป็นต้องลดการพึ่งพากำลังพล และหันมาใช้เทคโนโลยี เช่น โดรน AI หุ่นยนต์ และระบบไร้คนขับมากขึ้น

 

รัฐบาลเกาหลีใต้มองว่า ในอนาคตโดรนจะไม่ได้เป็นเพียงยุทโธปกรณ์เฉพาะทาง แต่จะกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของทหารทุกนาย เช่นเดียวกับปืนประจำกาย และจะเป็นแกนหลักของการทำสงครามในศตวรรษที่ 21

 

แฟ้มภาพ: Defense Ministry / Reuters

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising