World Economic Forum ฉบับฤดูร้อนหรือที่เรียกว่า Summer Davos ที่เมืองต้าเหลียนของจีนในปีนี้มีหลายเวทีน่าสนใจที่ทำให้เห็นภาพรวมทิศทางเศรษฐกิจโลกภายใต้ฉากทัศน์ต่างๆ จากมุมมองของผู้นำที่เป็นผู้กำหนดนโยบายจากหลายประเทศ โดยหนึ่งในการประชุมเสวนา Annual Meeting of the New Champions ครั้งที่ 17 ที่ว่าด้วย ‘แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ของจีน’ นั้น เป็นหนึ่งในหัวข้อที่อยู่ในสปอตไลต์ เนื่องจากจีนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และแผนฉบับนี้จะทำให้เราเห็นเป้าหมายและการกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนในระยะต่อไป ซึ่งจีนกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องนวัตกรรม การบริโภคภายในประเทศ การยกระดับอุตสาหกรรม พลังงานสีเขียว และการเปิดประเทศสู่เศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญ
แน่นอนว่า เมื่อเรารู้ว่าจีนจะขยับไปทางไหนก็ย่อมทำให้ประเทศต่างๆ รวมถึงไทย สามารถมองหาโอกาสต่างๆ ในความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ภายใต้โจทย์ใหญ่ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่ทุกประเทศต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ซึ่งบทความนี้จะมาสรุปประเด็นสำคัญที่ได้จากเวทีดังกล่าว
การเสวนาในหัวข้อ “15th Five-Year Plan, Unpacked” เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการวิเคราะห์กันว่า แผนพัฒนาฉบับใหม่ซึ่งครอบคลุมช่วงปี 2026-2030 จะเป็นกรอบกำหนดทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี โครงสร้างประชากร และห่วงโซ่อุปทานโลก
ผู้ร่วมเสวนาอธิบายว่า แผนพัฒนา 5 ปีของจีนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงกรอบนโยบายเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบาย สำหรับภาคธุรกิจ นักลงทุน และพันธมิตรระหว่างประเทศอีกด้วย
เดินหน้าพัฒนาคุณภาพเศรษฐกิจ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน
กั๋ว หลานเฟิง ประธานสมาคมปฏิรูปเศรษฐกิจแห่งประเทศจีน กล่าวว่า จีนจะยังคงยึดการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นภารกิจหลัก โดยมีการพัฒนาที่มีคุณภาพ การปฏิรูป และนวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
เขาระบุว่ามี 3 ประเด็นที่จีนต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
- การเสริมสร้างรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร
- การปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
กั๋วยังกล่าวว่า จุดแข็งของจีนคือ ตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ ระบบอุตสาหกรรมที่ครบวงจร ศักยภาพด้านนวัตกรรม และความมุ่งมั่นในการปฏิรูปและเปิดประเทศ
โลกจับตาแผน 5 ปีของจีนอย่างไม่เคยมีมาก่อน
อดัม ทูซ ผู้อำนวยการสถาบันยุโรป มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวถึงความสนใจของนานาชาติที่มีต่อแผนพัฒนาฉบับนี้ว่า
“วันนี้เราอยู่ในปี 2026 และกำลังมานั่งพูดคุยกันถึงแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่หลายคนเคยคาดคิดว่าศตวรรษที่ 21 จะดำเนินไปในลักษณะนี้”
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไม่เคยเห็นแผนพัฒนา 5 ปีฉบับใดได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากเท่านี้
ทูซมองว่า แผนพัฒนา 5 ปีของจีนได้พัฒนาจากการเป็นเพียงเอกสารวางแผน ไปสู่ เครื่องมือในการกำกับดูแลประเทศ ที่ปรับเปลี่ยนไปตามบริบท และเชื่อว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมและศักยภาพด้านการส่งออกของจีนจะยังคงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด
เปลี่ยนผ่านสู่ “การเติบโตคุณภาพสูง”
หยวน หยวน อัง ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองแห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ กล่าวว่า แผนพัฒนาฉบับที่ 14 และ 15 เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านจากโมเดลเศรษฐกิจเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุน การส่งออก และภาคก่อสร้าง ไปสู่โมเดลใหม่ที่มุ่งเน้นการเติบโตที่มีคุณภาพสูง
เธอกล่าวว่า จีนกำลังผลักดันนวัตกรรมขั้นพื้นฐาน (0 to 1 Innovation) พร้อมกับทำให้นวัตกรรมสามารถสร้างการจ้างงาน นำไปใช้เชิงพาณิชย์ และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศได้จริง
พลังงานสีเขียวเข้าสู่ยุคขับเคลื่อนด้วยตลาด
อู๋ จูอวี่ ประธานบริษัท HiTHIUM กล่าวว่า อุตสาหกรรมกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเปลี่ยนผ่านจากการขับเคลื่อนด้วยนโยบายรัฐ ไปสู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด
เขาระบุว่า ต้นทุนของพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงาน ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้พลังงานสะอาดมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นในช่วง 5 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
การบริโภคภายในประเทศ คือหัวใจของโมเดลเศรษฐกิจใหม่
ผู้ร่วมเสวนายังหารือถึงความสำคัญของอุปสงค์ภายในประเทศต่อการพัฒนาเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป
กั๋วกล่าวว่า หากต้องการกระตุ้นการบริโภคของครัวเรือน จำเป็นต้อง
- สร้างงานที่มีคุณภาพมากขึ้น
- เสริมสร้างระบบคุ้มครองทางสังคม
- เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ครัวเรือน
- ยกระดับสภาพแวดล้อมด้านการบริโภค
เขากล่าวว่า “หากเราต้องการกระตุ้นการบริโภคของครัวเรือนอย่างแท้จริง สิ่งแรกที่ต้องทำคือทำให้ประชาชนมีเงินใช้จ่าย”
ด้านอังกล่าวเสริมว่า การเพิ่มความแข็งแกร่งของอุปสงค์ภายในประเทศจะช่วยรองรับกำลังการผลิตขั้นสูงของจีน และทำให้รูปแบบการเติบโตมีความสมดุลมากขึ้น
ขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ ควบคู่การสร้างพันธมิตรในท้องถิ่น
ผู้ร่วมเสวนายังหารือถึงแนวทางที่บริษัทจีนสามารถขยายธุรกิจไปต่างประเทศ พร้อมกับสร้างความร่วมมือกับประเทศเจ้าบ้าน
อู๋กล่าวว่า บริษัทที่มีศักยภาพในการแข่งขันจำเป็นต้องพัฒนาการดำเนินงานให้มีความเป็นท้องถิ่นมากขึ้น ร่วมมือกับพันธมิตรในต่างประเทศ และมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาของประเทศเจ้าบ้าน
เขากล่าวว่า “ความร่วมมือคือกุญแจสำคัญ”
ขณะที่กั๋วระบุว่า นโยบายเปิดประเทศของจีนจะยังคงปรับตัวให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยผสานทั้งการลงทุน เทคโนโลยี และการดำเนินธุรกิจ ทั้งขาเข้าและขาออก
กล่าวโดยสรุปก็คือ วงเสวนานี้ชี้ว่า จีนกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตที่เน้นคุณภาพ โดยมีการเสริมสร้างการบริโภคภายในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อเป็นหัวใจสำคัญของโมเดลเศรษฐกิจที่มีความสมดุลมากกว่าเดิม
ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ของจีน (ปี 2026–2030) ให้ความสำคัญกับด้านนวัตกรรม การกระตุ้นการบริโภค การยกระดับภาคอุตสาหกรรม พลังงานสีเขียว และการเปิดประเทศสู่เศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมิติต่างๆ ดังกล่าวจะกลายเป็นช่องทางใหม่ๆ สำหรับความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ที่มีนโยบายที่สอดรับกัน
สำหรับการเสวนาครั้งนี้สะท้อนแนวคิดหลักของการประชุม Annual Meeting of the New Champions 2026 ภายใต้ธีม “Innovating at Scale” ด้วยการมุ่งเน้นว่านวัตกรรมจะสามารถต่อยอดไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ช่วยพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสใหม่ของความร่วมมือระหว่างประเทศได้อย่างไร
อ้างอิง:
- World Economic Forum


