ความคืบหน้ากรณีปฏิบัติการ Shutdown the laundering ซึ่งกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อทลายเครือข่ายซื้อขายเงินตราต่างประเทศ Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต
ซึ่งสามารถตรวจยึดเงินสดกว่า 65 ล้านบาท พร้อมทรัพย์สินมูลค่าสูง อาทิ รถซูเปอร์คาร์ สินทรัพย์ดิจิทัล (Bitcoin และ USDT) และพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังนักการเมืองและดาราชื่อดัง โดยมีผู้เสียหายร้องทุกข์กว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่าพันล้านบาทนั้น
วันนี้ (24 มิถุนายน) มีรายงานว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะพนักงานสืบสวนที่ 52/2569 ได้เร่งสอบปากคำพยานผู้เสียหาย รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษ ตลอดจนนำพยานหลักฐานและอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่ตรวจยึดได้มาทำการวิเคราะห์เชิงลึก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 คณะพนักงานสืบสวนได้เสนอเรื่องต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากพฤติการณ์เข้าข่ายฐานความผิดร้ายแรงตามกฎหมายหลายฉบับ
พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ลงนามอนุมัติรับกรณีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว ในฐานความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เนื่องจากพบพฤติการณ์การใช้ระบบอินเทอร์เน็ตในการโฆษณาชักชวนและแนะนำให้ประชาชนเข้าร่วมลงทุนเทรด Forex ในลักษณะหลอกลวงจนเกิดความเสียหายวงกว้าง โดย DSI จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลไปยังฐานความผิดอื่นๆ ต่อไป เช่น พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527, พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535, พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
สำหรับประเด็นที่ปรากฏรายชื่อของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ดารานักแสดง มีความเกี่ยวข้องทางเส้นทางการเงินและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์นั้น ทาง DSI เปิดเผยว่า ในขณะนี้บุคคลทั้งสองยังไม่ได้มีการประสานงานเพื่อขอเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง และพนักงานสอบสวนยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกพยานแก่บุคคลใด เนื่องจากกระบวนการในปัจจุบันยังคงอยู่ในขั้นตอนการระดมสอบปากคำกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากที่ทยอยเดินทางเข้าให้ข้อมูล
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษยังคงเปิดรับข้อมูลและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ได้รับความเสียหายจากการลงทุนในเครือข่ายดังกล่าว เร่งติดต่อเข้าให้ปากคำเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหายจากกลุ่มโบรกเกอร์ FOREX ได้แก่ QRS Global, HFM, GOFX, Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ได้แก่ อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global, แอคมี่ รวมถึงบริษัทผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway) ได้แก่ บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด เพื่อประกอบสำนวนคดีพิเศษและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป


