วันนี้ (24 มิถุนายน) ที่รัฐสภา คริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบระบบอากง หรือเครือข่ายทุจริตในกรุงเทพมหานคร ทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม การซื้อขายตำแหน่ง และการทุจริตในสำนักงานเขตต่างๆ โดยยืนยันว่าพรรคได้ติดตามเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในหลายช่องทาง
ก่อนหน้านี้ พรรคได้มอบหมายให้ พล.ต.ท. ชาญเทพ สีเวช ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรคเศรษฐกิจ แจ้งความดำเนินคดีกรณีสำนักงานเขตหลายแห่งที่นำทรัพย์สิน กทม. ไปใช้โดยมิชอบ พร้อมยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบการทุจริต และยังได้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงแรงงาน กรณีการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพค้าขายในพื้นที่กรุงเทพฯ
คริสระบุว่า ปัจจุบันสังคมเริ่มตื่นตัวเรื่องนี้มากขึ้น พร้อมยกข้อมูลจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เปิดเผยว่า งบประมาณ กทม. กว่า 92% หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 43,000 ล้านบาท เป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ผ่านกระบวนการประมูล เนื่องจากเป็นโครงการที่มีวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาท จึงใช้วิธีเจาะจงได้ ซึ่งปัญหาสำคัญมาจากโครงสร้างกฎหมาย กทม. ที่ล้าหลังเกือบ 40 ปี ทำให้อำนาจกระจุกตัวแต่ขาดการตรวจสอบ
พรรคเศรษฐกิจจึงเสนอญัตติปฏิรูประบบบริหาร กทม. ทั้งระบบ โดยมีข้อเสนอสำคัญคือ การจัดตั้งองค์กรอิสระด้านการต่อต้านคอร์รัปชันประจำกรุงเทพมหานคร มีวาระ 6 ปี คัดเลือกจากตัวแทนศาลฎีกา ศาลปกครอง ป.ป.ช. ส.ก. และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ว่าฯ หรือปลัด กทม.
ทั้งนี้ เนื่องจาก กทม. มีงบประมาณปีละราว 1 แสนล้านบาท และได้งบแผ่นดินหนุนอีกกว่า 36,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากภาษีคนทั้งประเทศ จึงต้องตรวจเข้ม โดยคริสเผยกลไกของระบบอากง ว่า ฝ่ายบริหารจะร่วมมือกับ ส.ก. ตัดลดงบประมาณบางส่วน แล้วนำไปจัดสรรใหม่ในลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบุคคล
งบประมาณที่ลงพื้นที่ ส.ก. แต่ละเขต จะถูกนำไปแยกเป็นโครงการย่อยๆ ให้มีวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดประมูลสาธารณะ และเปิดช่องให้เลือกผู้รับจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งนำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนหรือเงินทอนจากผู้รับเหมาในที่สุด
คริสยังได้เปิดเผยรายชื่อโครงการและบริษัทเอกชนที่พบความผิดปกติในหลายเขต อาทิ บางนา, พระโขนง, บางแค, บางซื่อ, จตุจักร, ราชเทวี, ลาดพร้าว, ยานนาวา, ทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน และพระนคร พร้อมจี้ให้ผู้ว่าฯ กทม. บุคคลที่เรียกว่าอากง และ ส.ก. ในพื้นที่ ออกมาชี้แจงความสัมพันธ์กับบริษัทเหล่านั้นว่าโปร่งใสหรือไม่ โดยยืนยันว่าเขตที่พบข้อสงสัยมี ส.ก. จากหลายพรรค รวมถึงพรรคฝั่งสีส้ม การตรวจสอบนี้จึงไม่ได้มุ่งเป้าดิสเครดิตใครเป็นพิเศษ
ในช่วงท้าย คริสย้ำว่า ข้อมูลและเอกสารทั้งหมดจะถูกนำไปยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ภายในสัปดาห์หน้า พร้อมฝากถึง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ว่า การซอยย่อยงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงการประมูลนั้นถือเป็นความผิดอาญา มีโทษติดคุก และต้องมาดูกันว่าที่ผู้ว่าฯ เคยบอกว่าทำถูกต้องทุกอย่างนั้น จริงหรือไม่ หรือจะมีใครต้องหลุดจากเก้าอี้หรือไม่





