จากกรณีที่มีกระแสข่าวรายงานว่า คณะผู้ไต่สวนอิสระซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธานศาลฎีกา ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง ชี้มูลความผิดในคดีที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้จัดทำสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย
ได้แก่ เอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, สมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการ ป.ป.ช. และ สุรสิทธิ์ แพเกิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในคดีเกี่ยวพันกับการเรียกรับสินบนทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงนั้น
วันนี้ (23 มิถุนายน) พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ให้สัมภาษณ์เปิดเผยถึงขั้นตอนทางกฎหมายในกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตนยังไม่ทราบถึงรายละเอียดเชิงลึกของกระแสข่าวผลการลงมติดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตามกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมาย คณะกรรมการผู้ไต่สวนอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งจากศาลฎีกานั้น จะมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเทียบเท่ากับคณะกรรมการ ป.ป.ช.
พัฒนพงศ์ ชี้แจงเพิ่มเติมถึงกระบวนการต่อไปว่า เมื่อคณะผู้ไต่สวนอิสระดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานจนเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว จะเป็นผู้ดำเนินการจัดทำสำนวนเพื่อส่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการโดยตรง ก่อนที่จะนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลต่อไป ซึ่งสำนวนคดีดังกล่าวจะไม่ถูกส่งตีกลับมายังสำนักงาน ป.ป.ช. อีกแต่อย่างใด เนื่องจากถือว่าขั้นตอนการไต่สวนได้เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์โดยอำนาจของคณะกรรมการไต่สวนอิสระแล้ว
ทั้งนี้ ในประเด็นข้อสงสัยที่ว่าจะมีการแจ้งความหรือดำเนินคดีเพิ่มเติมกับบุคคลใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ รวมถึงกรณีของเอกวิทย์ด้วยหรือไม่นั้น ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า ตนยังไม่ทราบถึงรายละเอียดและข้อเท็จจริงในส่วนนี้


