วานนี้ (5 มิถุนายน) สำนักงานเลขานุการกรมสรรพากร ได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจก เลขที่ข่าว ปชส. 13/2569 เรื่อง กรมสรรพากรดำเนินการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรจากทักษิณ ชินวัตร เพื่อชี้แจงความคืบหน้าเกี่ยวกับการบังคับจัดเก็บภาษีอากรให้เป็นไปตามแนวทางกฎหมายและคำพิพากษาของศาล
ตามที่กรมสรรพากรได้อ้างถึงการแถลงข่าวเกี่ยวกระบวนการเร่งรัดจัดเก็บภาษีอากรจาก ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 6890/2568 โดยศาลได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 และมีคำวินิจฉัยว่า การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานสรรพากรเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้คดีดังกล่าวถือเป็นอันสิ้นสุดและมีผลให้หนี้ภาษีอากรตามการประเมินเป็นที่สุด
สมศักดิ์ อนันตวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) รักษาการแทน อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยข้อมูลว่า นับตั้งแต่กระบวนการประเมินภาษีทักษิณ ชินวัตร เสร็จสิ้นลง แม้ว่าคดีจะยังคงอยู่ในระหว่างการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ รวมถึงการพิจารณาคดีในชั้นศาล แต่ทางกรมสรรพากรได้ดำเนินการติดตามและเร่งรัดภาษีอากรค้างจ่ายจากทักษิณอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยได้ดำเนินการแจ้งเตือนให้ไปชำระภาษี พร้อมทั้งทำการสอบสวนทรัพย์สินทุกประเภทเพื่อเข้าสู่กระบวนการยึด อายัด และนำเงินมาชำระหนี้ภาษีอากร
ในปัจจุบัน กรมสรรพากรได้ทำการสืบค้นและติดตามทรัพย์สินของทักษิณ ชินวัตร ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการบังคับชำระหนี้ภาษีอากร อย่างไรก็ดี สมศักดิ์ ได้ระบุทิ้งท้ายถึงมาตรการขั้นต่อไปว่า หากกรมสรรพากรได้ดำเนินการเร่งรัดภาษีอากรจนถึงที่สุดแล้ว แต่ยังได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามยอดการประเมิน ทางกรมสรรพากรจะพิจารณาดำเนินการยื่นฟ้องทักษิณ ชินวัตร เป็นคดีล้มละลายต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบระยะเวลาและอายุความตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ


