×

ศาลฎีกาพิพากษา ‘ศุภชัย โพธิ์สุ’ ผิดจริยธรรมร้ายแรงคดีถือครองที่ดินรัฐ สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

โดย THE STANDARD TEAM
11.06.2026
  • LOADING...
ภาพ ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ ผู้ถูกศาลฎีกาพิพากษาผิดจริยธรรมร้ายแรง

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ คมจ 2/2568 และหมายเลขแดงที่ คมจ 3/2569 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้อง ยื่นฟ้อง ศุภชัย โพธิ์สุ ผู้คัดค้าน ในข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 

คดีนี้สืบเนื่องจากการที่ ป.ป.ช. กล่าวหาว่านายศุภชัยครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่แปลงป่าดงพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จำนวน 40 ใบจอง เนื้อที่รวม 220 ไร่ มูลค่าประมาณ 2,600,000 บาท โดยนายศุภชัยครอบครองที่ดินดังกล่าวต่อเนื่องมาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 1 ในปี 2544 จนถึงสมัยที่ 4 รวมถึงขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง โดยที่ตนเองไม่ได้รับจองและไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับจัดสรรที่ดินดังกล่าว

 

ศาลฎีกาได้พิจารณาประเด็นข้อกฎหมายและวินิจฉัยว่า ป.ป.ช. มีอำนาจในการยื่นคำร้อง เนื่องจากผู้คัดค้านครอบครองที่ดินต่อเนื่องมาจนถึงขณะที่มีการกล่าวหาและ ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องไว้พิจารณา จึงไม่ใช่กรณีที่ล่วงเลยกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันเกิดเหตุ

 

ในส่วนของพฤติการณ์แห่งคดี ศาลชี้ว่าแม้ผู้คัดค้านจะอ้างว่าซื้อที่ดินดังกล่าวมาตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งทางการเมือง แต่การซื้อที่ดินของรัฐจำนวนมากถึง 220 ไร่ ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ยากจนและเกษตรกร ถือเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ไม่ซื่อสัตย์สุจริต

 

นอกจากนี้ การซื้อขายที่ดิน 40 แปลงที่มีข้อห้ามโอน ถือเป็นการทำนิติกรรมที่ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ส่งผลให้สิทธิในที่ดินกลับคืนเป็นของรัฐ การที่ผู้คัดค้านครอบครองอยู่จึงไม่มีสิทธินำที่ดินไปสำรวจออกโฉนดได้

 

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศุภชัยเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง ย่อมต้องตระหนักถึงการเป็นตัวแทนของปวงชนและต้องดำรงไว้ซึ่งจริยธรรม การที่ยังคงยึดถือครอบครองที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและหวงกันมิให้ผู้อื่นเข้าทำประโยชน์ ถือเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของรัฐ และไม่รักษาไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

 

แม้ในภายหลังผู้คัดค้านจะทำหนังสือขอสละสิทธิครอบครองที่ดินจำนวน 39 แปลง แต่ก็เกิดขึ้นหลังจากที่ถูกกล่าวหาและ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว การกระทำดังกล่าวจึงยังคงเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามคำร้อง

 

จากพฤติการณ์ทั้งหมด ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษาว่า ศุภชัย โพธิ์สุ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ศาลจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านมีกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา

 

สำหรับ ศุภชัย โพธิ์สุ เป็นอดีต สส. นครพนม หลายสมัย สังกัดพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองล่าสุด เคยเป็นแกนนำในกลุ่ม ‘เพื่อนเนวิน’ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ตำแหน่งสุดท้ายคือผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising