×

‘เลิกถามว่าทำไมต้องเป็นเรา’ ทักษะสู้กลับวิกฤตชีวิตแบบไม่โทษใคร สไตล์ ก้อย อรัชพร

22.06.2026
  • LOADING...
ภาพ ก้อย อรัชพร โภคินภากร กำลังให้สัมภาษณ์ในรายการ

เรียนจบพร้อมหนี้ก้อนโตและแม่ป่วยหนักกะทันหันคือมรสุมที่พร้อมพังชีวิตคนๆ หนึ่งได้ แต่ ‘ก้อย-อรัชพร โภคินภากร’ พิสูจน์ในรายการ THE FUTURE GEN ซีรีส์พิเศษของ THE SECRET SAUCE ร่วมกับ Hi-Q ว่า การเปลี่ยนมุมมองเลิกซัดทอดโชคชะตาและมองวิกฤตเป็นโจทย์ท้าทาย คือทักษะสำคัญที่ช่วยให้สร้างภูมิคุ้มกันใจให้แข็งแกร่ง พร้อมส่งต่อวัคซีนความสตรองนี้ไปสู่เด็กยุค Future Gen ได้จริง

 

🟡 อะไรหล่อหลอมให้ก้อยเผชิญหน้ากับวิกฤตอย่างเข้มแข็ง

 

ก่อนจะก้าวผ่านวิกฤตครั้งใหญ่ในชีวิตได้ สิ่งสำคัญเริ่มต้นจากฐานรากทางใจที่มั่นคง ก้อยเล่าว่า วัยเด็กของเธอเติบโตมาจากการได้รับรู้ว่าตัวเองเป็น priority หรือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณแม่เสมอ ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและการให้เวลาอย่างเต็มที่ของคุณแม่สร้างความรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์ และทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและคุ้มค่าที่เป็นมนุษย์

 

แม้ในช่วงวัยรุ่นเธอจะเคยเป็นเด็กเกเรที่สุดตอน ม.3 โดดเรียนและปะทะกับความเข้มงวดของคุณแม่บ้าง แต่พื้นฐานความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นก็เป็นเหมือนบูมเมอแรงที่ดึงเธอกลับเข้าที่เข้าทางได้เสมอ รากฐานใจที่เต็มเปี่ยมจากครอบครัวนี้เองที่ทำให้เธอกลายเป็นคนมองโลกในแง่ดี มี self-love ที่แข็งแรง และพร้อมเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงโดยไม่กลัวความล้มเหลว

 

🟡 วิธีสู้กลับวิกฤตชีวิตแบบไม่โทษชะตากรรมทำได้อย่างไร

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นตอน ม.6 เมื่อเธอสอบไม่ติดหมอตามความคาดหวังของคุณแม่ โลกใบเดิมพังครืนลงพร้อมความเจ็บปวด นี่อาจเปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งไปสู่อีกด้านได้เลย แต่เธอกลับเลือกหยุดฟังเสียงรอบข้างแล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ถ้าตัดแม่ออกจากสักสมการอะ เราอะจะเอาอะไร”

 

การเลือกฟังเสียงหัวใจ และรับผิดชอบทางเลือกของตัวเองนำพาเธอเข้าสู่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และปรับตัวใหม่ให้กลายเป็นคนชอบคิดวิเคราะห์ และชอบตั้งคำถาม

 

ทว่าเมื่อเรียนจบ เธอกลับต้องเจอมรสุมชีวิตลูกใหญ่กว่าเดิม เมื่อครอบครัวมีหนี้สินและคุณแม่ป่วยเป็นสโตรก แทนที่จะจมอยู่กับคำถามตัดพ้อว่า “ทำไมต้องเป็นกูอะ” เธอเลือกเปลี่ยนวิธีคิดในทันทีและบอกตัวเองว่า

 

“เพราะว่าฉันสามารถทำได้ไงล่ะ เขาเลยท้าทายฉัน”

 

ความรับผิดชอบนี้ทำให้เธอโยนอีโก้ทิ้งทั้งหมดและลุยทำงานทุกรูปแบบเพื่อหาเงินมาดูแลคุณแม่และเคลียร์หนี้สินตั้งแต่งานแสดง เขียนบท แคสติ้ง ไปจนถึงการรับจ้างเป็นแอดมินประชุมผู้ถือหุ้น แต่งชุดมาสคอตเดินแจกลูกโป่งตามงานอีเวนต์

 

การไม่ยอมเสียเวลาโทษปัจจัยภายนอกแต่โฟกัสในสิ่งที่เราควบคุมได้ คือการกู้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแรงกระแทกให้กลายเป็นตัวเร่งศักยภาพ ทำให้เธอเติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

🟡 ทักษะสำคัญสำหรับ Future Gen ในมุมก้อย อรัชพร

 

การส่งต่อความแข็งแกร่งไปสู่คนรุ่นหลังจำเป็นต้องใช้ระบบความคิดที่เป็นระบบ คุณก้อย อรัชพร ได้ถอดบทเรียนชีวิตออกมาเป็นสามวิชาสำคัญ

 

🔸 Kindness คือการรักษาความใจดีต่อตัวเองและคนอื่น เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้ความกดดันของโลกที่รวดเร็วหล่อหลอมให้เรากลายเป็นคนใจร้ายที่พร้อมตัดสินผู้อื่น

 

🔸 Emotional Intelligence คือการเท่าทันอารมณ์ของตนเอง รู้จักวิธีอยู่ร่วมกับมัน และเข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้าง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานร่วมกันและการดูแลครอบครัว

 

🔸 Critical Thinking คือทักษะการฝึกตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างมีเหตุผล เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และแยกแยะปัญหาได้อย่างถูกต้อง ไม่ปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามค่านิยมของสังคมโดยไม่ได้ไตร่ตรอง

 

การก้าวผ่านมรสุมชีวิตในโลกยุคใหม่ ขึ้นอยู่กับวิธีที่เราเลือกรับมือกับมัน การหยุดซัดทอดโชคชะตาแล้วหันกลับมาควบคุมการกระทำของตนเองคือวัคซีนใจที่สตรองที่สุด คนทำงานและคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่เพาะบ่มระบบความคิดนี้ให้แข็งแรง จะสามารถเป็นต้นแบบที่ดีและพร้อมจูงมือเด็กยุค Future Gen ให้เติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางทุกความเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising