ท่ามกลางความท้าทายที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญ ทั้งความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเปราะบางทางสังคม บทบาทของ ‘ผู้ประกอบการหญิง’ กำลังได้รับการจับตามองมากขึ้นในฐานะพลังสำคัญที่ไม่ได้เพียงสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังใช้กลไกธุรกิจเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นสำคัญ
ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดผ่าน Cartier Women’s Initiative (CWI) โครงการระดับโลกที่สนับสนุนผู้ประกอบการหญิง ซึ่งเลือกกรุงเทพมหานครเป็นสถานที่จัดพิธีมอบรางวัลประจำปี 2026 เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของโครงการ ภายใต้แนวคิด ‘Women Lighting the Path’ หรือการที่ผู้หญิงเป็นผู้จุดประกายเส้นทางสู่อนาคต
การจัดงานครั้งนี้ ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้ประกอบการหญิงจากทั่วโลก แต่ยังสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า นิยามของความสำเร็จทางธุรกิจในยุคปัจจุบันไม่ได้วัดจากผลกำไรเพียงอย่างเดียว หากแต่รวมถึงความสามารถในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คน ชุมชน และโลกในระยะยาว
จาก ‘เงินทุน’ สู่ ‘ระบบนิเวศ’ ที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพผู้หญิง
ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา Cartier Women’s Initiative ทำหน้าที่เป็นกลไกเร่งการเติบโต (Accelerator) ที่ช่วยลดข้อจำกัดด้านโอกาส เงินทุน และองค์ความรู้ของผู้หญิงในระบบเศรษฐกิจโลก
ในปี 2026 โครงการได้คัดเลือกผู้ประกอบการหญิงจำนวน 30 คนจาก 19 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุม 10 สาขารางวัล รวมถึง Science & Technology Pioneer Award ซึ่งมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการที่นำนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาสำคัญของโลก
การสนับสนุนของโครงการแบ่งออกเป็น 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนด้านเงินทุน โดยผู้ชนะอันดับหนึ่งของแต่ละสาขาจะได้รับทุน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ผู้ได้รับรางวัลอันดับสองและสามจะได้รับทุน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ
ขณะเดียวกัน โครงการยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ผ่าน Fellowship Program ระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้ง 30 คนได้พัฒนาศักยภาพด้านธุรกิจ ภาวะผู้นำ และเชื่อมต่อกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลก
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา CWI ได้สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงแล้วมากกว่า 330 คน จาก 67 ประเทศทั่วโลก พร้อมมอบเงินทุนสนับสนุนรวมกว่า 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างเครือข่ายผู้นำหญิงมากกว่า 520 คน ครอบคลุมกว่า 80 ประเทศ ซึ่งกลายเป็นระบบนิเวศสำคัญในการผลักดันธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
เมื่อผู้นำหญิงไม่ได้แค่เติบโตทางธุรกิจ แต่กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคม
ภายในงาน ผู้นำจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมสะท้อนมุมมองต่อบทบาทของผู้หญิงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม
Yanina Novitskaia ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cartier Southeast Asia and Oceania และ Cyrille Vigneron ประธานคณะกรรมการด้านวัฒนธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมของ Cartier กล่าวตรงกันว่า ธุรกิจจำนวนมากที่ก่อตั้งโดยผู้หญิงกำลังมุ่งตอบโจทย์ความท้าทายเร่งด่วนของโลก ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษา หรือความเหลื่อมล้ำ และสามารถขยายผลกระทบเชิงบวกไปสู่ผู้คนจำนวนมากได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานคณะกรรมการด้านการพัฒนาของ FIFA และนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับอคติทางเพศ (Gender Bias) และบทบาทของผู้หญิงในพื้นที่ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ของผู้ชายมาอย่างยาวนาน
“การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงกล้าก้าวเข้าไปในพื้นที่ที่เคยถูกบอกว่าไม่ใช่ของตนเอง กล้าที่จะไม่ยอมรับโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเหล่านั้น”
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ Amal Clooney นักกฎหมายสิทธิมนุษยชนระดับโลก และผู้ร่วมก่อตั้ง Clooney Foundation for Justice ซึ่งขึ้นกล่าวปาฐกถาปิดท้าย โดยชี้ว่า Fellowship Program ของ Cartier Women’s Initiative ไม่ได้เป็นเพียงเวทีพัฒนาศักยภาพทางอาชีพ แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างชุมชนของผู้หญิงที่พร้อมสนับสนุน ผลักดัน และเติบโตไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เปิดกว้างและเท่าเทียมมากขึ้น
ทลาย Impostor Syndrome อุปสรรคที่มองไม่เห็นของผู้นำหญิง
นอกเหนือจากพิธีมอบรางวัล Cartier Women’s Initiative ยังจัดเวทีเสวนา Cartier Dialogues ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อสำรวจประเด็นเชิงลึกเกี่ยวกับภาวะผู้นำและความท้าทายที่ผู้หญิงต้องเผชิญในโลกการทำงาน
หนึ่งในหัวข้อสำคัญคือ “Unveiling Brilliance: Imposter Syndrome & The Path to Authentic Leadership” ซึ่ง Cyrille Vigneron และ Dr. Lisa Orbé-Austin นักจิตวิทยาชื่อดัง ร่วมกันวิเคราะห์ปรากฏการณ์ Impostor Syndrome หรือความรู้สึกว่าตนเองยังไม่เก่งพอ แม้จะประสบความสำเร็จแล้วก็ตาม
ทั้งสองมองว่า ความรู้สึกดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาในระดับบุคคล แต่มีรากฐานมาจากโครงสร้างทางสังคมที่สร้างความคาดหวังและแรงกดดันต่อผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำมากกว่าปกติ การตระหนักรู้และทำความเข้าใจกับอุปสรรคทางจิตวิทยานี้จึงเป็นก้าวสำคัญของการสร้างภาวะผู้นำที่แท้จริง หรือ Authentic Leadership
อีกหนึ่งเวทีที่ได้รับความสนใจคือเซสชัน “Strength Reimagined” ซึ่ง Amal Clooney ร่วมเสวนากับ Ramla Ali นักมวยโอลิมปิกและ UNICEF Ambassador โดยทั้งคู่เสนอว่า ความเข้มแข็งในโลกยุคใหม่ไม่ควรถูกนิยามผ่านความแข็งกร้าวเพียงอย่างเดียว แต่ควรประกอบด้วยความเห็นอกเห็นใจ การเข้าถึงความคุ้มครองทางกฎหมาย และโอกาสทางการศึกษา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเปิดประตูสู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมสำหรับผู้หญิงทั่วโลก
ปักหมุด ‘อัมสเตอร์ดัม’ มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน
หลังจากเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีในกรุงเทพฯ Cartier Women’s Initiative ได้เปิดรับสมัครผู้ประกอบการหญิงสำหรับโครงการประจำปี 2027 แล้ว โดยเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
โครงการยังคงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงผ่านการให้ทุน การสร้างเครือข่าย และการพัฒนาศักยภาพด้านภาวะผู้นำอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะประกาศผลและจัดพิธีมอบรางวัลครั้งต่อไปที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
การเดินทางตลอดสองทศวรรษของ Cartier Women’s Initiative สะท้อนให้เห็นแนวโน้มสำคัญของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันว่า การเติบโตทางธุรกิจที่มุ่งสร้างผลกำไรเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ขณะที่โมเดลธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมกำลังได้รับความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ และในสมการใหม่นี้ ‘ผู้ประกอบการหญิง’ กำลังกลายเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยออกแบบอนาคตของเศรษฐกิจโลกให้เติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืน

