วานนี้ (19 มิถุนายน) ทีมกรุงเทพฯ ทำงาน นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ได้เปิดตัวสื่อรณรงค์หาเสียงรูปแบบใหม่ผ่านการจัดแสดงงานศิลปะแสงสี หรือ Projection Mapping ณ บริเวณแยกจรัสเมือง ถนนบรรทัดทองตัดกับซอยจุฬาฯ 16 ภายใต้แนวคิดหลักเมืองแห่งโอกาสและความหวัง โดยได้พลิกโฉมผนังอาคารและพื้นที่สาธารณะของเมืองให้กลายเป็นผืนผ้าใบสำหรับงานศิลปะดิจิทัล
กิจกรรมดังกล่าวมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 มิถุนายน 2569 ในช่วงเวลา 18.00-22.00 น.
โดยเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างศิลปินสาย New Media จำนวน 16 คน และกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าในย่านบรรทัดทอง อาทิ ร้านหนึ่งนมนัว, น้ำเต้าหู้ Clubhouse และตั้งหยู่ หมูกะทะ ที่พร้อมใจกันเปิดพื้นที่เพื่อนำศิลปะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของประชาชน
ชัชชาติ เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ของโครงการว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากการตั้งคำถามถึงรูปแบบการสื่อสารทางการเมืองและการหาเสียงแบบดั้งเดิมที่มักจำเจและน่าเบื่อหน่าย ทั้งที่ในความเป็นจริง เมืองควรเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้ศิลปินได้เข้ามาร่วมสร้างสรรค์และเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของตนเอง
ทางด้าน ศานนท์ หวังสร้างบุญ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า งาน Projection Mapping เป็นศิลปะแขนงที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญทั้งด้านภาพ แสง พื้นที่ และเทคนิคการฉาย การจัดงานครั้งนี้จึงถือเป็นการเปิดพื้นที่และเพิ่มโอกาสให้กลุ่มศิลปินสาย New Media เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
ธีรวัฒน์ คลังเจริญชัย ในฐานะ Creative Technologist Director/Curator จากกลุ่ม Mengtists หนึ่งในผู้ประสานงานหลัก ระบุว่า ทีมงานได้คัดเลือกศิลปินจำนวน 16 คน ภายใต้โจทย์ Come as you are เพื่อให้ศิลปินได้นำเสนอผลงานตามอัตลักษณ์และตัวตนที่แท้จริง โดยศิลปินทั้ง 16 คนเปรียบเสมือนตัวแทนของชาวกรุงเทพมหานครที่มีความหลากหลายทางความคิด ความฝัน และวิถีชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด City as Canvas ที่ไม่ได้จำกัดเพียงการวาดภาพบนผนัง แต่หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ร่วมทดลอง สื่อสาร และส่งต่อความหวังโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพางบประมาณมหาศาล
ตัวอย่างเช่นผลงานของ อีฟ โภคกุลกานนท์ (Msyves) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองที่น่าอยู่ผ่านตัวละครที่หลากหลาย สะท้อนแนวคิดการมองเห็นคุณค่าของทุกคนอย่างเท่าเทียม หรือผลงานของ ชลันธร ด่านวัฒนะ (Chonlantha) ที่นำเลข 9 มาประกอบสร้างเพื่อสื่อถึงความหวังในการพัฒนาระบบคมนาคมและพื้นที่สาธารณะให้ตอบโจทย์คนเมือง
นอกจากคุณค่าทางศิลปะแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังสอดรับกับ 2 นโยบายสำคัญของทีมกรุงเทพฯ ทำงาน ได้แก่ นโยบาย City as Canvas ที่มุ่งนำศิลปะเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานของเมือง อาทิ สถานีรถโดยสาร BRT ศาลาที่พักผู้โดยสาร หรือสะพานลอย และนโยบาย กรุงเทพ Light Up ที่มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวยามค่ำคืน (Night-time Economy) โดยการออกแบบแสงสีบริเวณแลนด์มาร์กสำคัญ
ซึ่งกิจกรรมในย่านบรรทัดทองถือเป็นโมเดลต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า ศิลปะสามารถทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองในการดึงดูดผู้คน กระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในส่วนของการบริหารจัดการ ศานนท์และชัชชาติร่วมกันให้ข้อมูลทิ้งท้ายว่า งบประมาณที่ใช้ดำเนินกิจกรรมถือว่าไม่สูงมาก โดยหลักๆ เป็นค่าเช่าอุปกรณ์โปรเจกเตอร์และค่าตอบแทนศิลปิน ซึ่งได้มีการสำแดงบัญชีค่าใช้จ่ายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่ายุทธศาสตร์นี้คือการ “ทำน้อยแต่ได้เยอะ” เนื่องจากผลงานศิลปะแสงสีที่ปรากฏจะถูกบันทึกและส่งต่อผ่านเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้สาระสำคัญของนโยบายสามารถเข้าถึงประชาชนได้ในวงกว้างและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าพื้นที่จัดแสดงจริง


