วานนี้ (8 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับผลการสอบสวนวินัยร้ายแรงเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 32 ราย ที่เกี่ยวข้องกับคดีจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพงเกินจริง ซึ่งระบุว่ามีการเสนอลงโทษวินัยไม่ร้ายแรงด้วยการตัดเงินเดือนเพียงร้อยละ 2 จนนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างกว้างขวาง
ชัชชาติ ยืนยันว่า กรณีดังกล่ายังไม่ได้ข้อยุติและยังไม่มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ตามที่มีการกระพือข่าวออกไป โดยข้อเสนอการตัดเงินเดือนร้อยละ 2 หรือประมาณ 600 บาทต่อคนนั้น เป็นเพียงข้อเสนอจากคณะกรรมการสอบสวนชุดแรกที่ส่งขึ้นมาเท่านั้น ทว่าเมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ก.ก.) และฝ่ายบริหาร ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าบทลงโทษดังกล่าวเบาเกินไปและรับไม่ได้ จึงได้มีมติตีกลับสำนวนเพื่อให้ไปดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมโดยละเอียด
สอดคล้องกับการชี้แจงของ ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ก.ก. โดยตรง ที่ระบุว่า ผลวินิจฉัยความผิดวินัยไม่ร้ายแรงดังกล่าวถูกเสนอขึ้นมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมที่ผ่านมา แต่เนื่องจากคณะกรรมการใหญ่ของ ก.ก. ยังมีข้อสงสัยในสำนวนอีกหลายประเด็น ประกอบกับพิจารณาแล้วเห็นว่าโทษเบาเกินไป จึงสั่งการให้กลับไปสอบสวนใหม่ ย้ำชัดว่าฝ่ายบริหารไม่ได้ยอมรับผลการสอบสวนในรอบแรก และขอให้ภาคประชาชนรอผลการสอบสวนที่ชัดเจนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้ดำเนินกระบวนการตรวจสอบคู่ขนานไปกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจาก ป.ป.ช. มีอำนาจตามกฎหมายที่กว้างขวางกว่า โดยเฉพาะในมิติการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขณะที่ทางกรุงเทพมหานครสามารถใช้อำนาจดำเนินการได้เฉพาะภายใต้กรอบวินัยและระเบียบข้อบังคับทางราชการเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ได้ส่งผลให้กรุงเทพมหานครปรับเปลี่ยนโครงสร้างและระบบการเสนองบประมาณใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่บางโครงการอาจขาดความชัดเจนในรายละเอียด ต่อไปจะต้องมีการระบุข้อมูลที่ละเอียดยิบและรอบคอบมากขึ้นเพื่อป้องกันช่องโหว่ทางทุจริตในลักษณะเดิม
ชัชชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากได้รับโอกาสและความไว้วางใจให้กลับเข้ามาทำหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกครั้ง ตนจะเดินหน้าเร่งรัดและติดตามคดีนี้อย่างเต็มกำลังความสามารถ เนื่องจากเป็นประเด็นที่กระทบต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นของภาคประชาชน พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเปิดเผยสู่สาธารณะ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการตรวจสอบ ทบทวน และนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการทำงานของกรุงเทพมหานครให้มีความโปร่งใสสูงสุดนำไปสู่เป้าหมายการเป็นเมืองที่แคร์ทุกคนอย่างแท้จริง


