×

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำ กทม. ส่อแววสะดุด หลังผู้ชนะประมูลเสี่ยงล้มละลาย

โดย THE STANDARD TEAM
27.07.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ

โครงการยักษ์มูลค่าเฉียดหมื่นล้านที่เปรียบเสมือน ‘ทางด่วนน้ำ’ ของชาวกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกกำลังเผชิญทางแยกสำคัญ เมื่อผู้ชนะการประมูลโครงการส่วนต่อขยายกำลังประสบปัญหาสภาพคล่องจนต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ กรุงเทพมหานครจึงต้องเบรกการเซ็นสัญญาเพื่อตรวจสอบความเสี่ยง

 

 
 

THE STANDARD ชวนอ่านที่มาที่ไปของโครงการนี้ และทิศทางหลังจากนี้ว่า กทม. จะแก้เกมอย่างไรเพื่อไม่ให้งบประมาณแผ่นดินสูญเปล่า และคนกรุงต้องทนกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากต่อไป

 

รู้จัก ‘อุโมงค์หนองบอน’ ทางด่วนน้ำสองเฟสแห่งความหวัง

 

ปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เป็นฝันร้ายที่ชาวบ้านในเขตลาดกระบัง สะพานสูง มีนบุรี และประเวศ ต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน ด้วยสภาพพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้การระบายน้ำออกสู่ทะเลเป็นไปอย่างล่าช้า

 

กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงได้ผุดโปรเจกต์ยักษ์อย่างโครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็นสองส่วนหลัก

 

ส่วนแรกคือโครงการเส้นทางหลัก ซึ่งมีความยาว 9.4 กิโลเมตร ทำหน้าที่ตัดยอดน้ำและดึงน้ำจากพื้นที่บึงหนองบอน คลองเคล็ด คลองบางนา และคลองประเวศบุรีรมย์ ส่งตรงสู่อาคารทิ้งน้ำที่ปากคลองบางอ้อเพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง ปัจจุบันโครงสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่ด้านล่างก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว และอยู่ระหว่างการทดสอบเดินเครื่องระบบสูบน้ำ แม้ว่าก่อนหน้านี้โครงการจะล่าช้ากว่าแผนเดิมเนื่องจากเหตุการณ์อุโมงค์และสะพานข้ามคลองเคล็ดทรุดตัวเมื่อปี 2565 จนต้องเปลี่ยนแนวขุดเจาะเพื่อความปลอดภัยก็ตาม

 

ส่วนที่สองคือโครงการส่วนต่อขยายที่เพิ่งได้รับอนุมัติ ซึ่งเป็นโครงสร้างใต้ดินขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนทางวิศวกรรมสูง อุโมงค์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.7 เมตร ลึกจากผิวดินประมาณ 30 เมตร และมีความยาวถึง 13.25 กิโลเมตร โดยจะทำหน้าที่รับน้ำส่วนเกินจากคลองประเวศบุรีรมย์ ผ่านอาคารรับน้ำ 3 แห่ง นำมารวมที่สถานีสูบน้ำปลายอุโมงค์บริเวณบึงหนองบอน ซึ่งบึงแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นแก้มลิงที่รองรับน้ำได้มหาศาลถึง 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อนระบายลงสู่อุโมงค์เส้นทางหลัก โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณราว 9.5 – 9.8 พันล้านบาท และใช้ระยะเวลาก่อสร้างตามแผนภาพรวม 7 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2569 ถึง 2575

 

วิกฤตกลางทาง เมื่อผู้ชนะประมูลเผชิญปัญหาสภาพคล่อง

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการส่วนต่อขยายเกิดขึ้นในขั้นตอนการประกวดราคา เมื่อสำนักการระบายน้ำได้ออกประกาศเชิญชวนประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ระดับประเทศเข้าร่วมแข่งขันถึง 3 ราย ได้แก่ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น, บมจ.ช.การช่าง และ กิจการร่วมค้า NC-NB

 

ผลการประมูลปรากฏว่า กิจการร่วมค้า NC-NB ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR ร่วมกับ บริษัท ไชน่า เรียลเอสเตท จำกัด เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 9,518 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลาง 43 ล้านบาท

 

แต่ประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับสังคมและผู้บริหาร กทม. คือการที่ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ หนึ่งในบริษัทร่วมค้า ได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยบริษัทได้ออกมายอมรับว่ากำลังมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องอย่างหนัก มีหนี้สินจำนวนมาก และไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา สถานการณ์นี้ส่งผลให้เกิดคำถามตัวโตถึงความโปร่งใสและความพร้อมในการรับงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐ

 

เหตุผลที่ กทม. ต้องเหยียบเบรกและตรวจสอบด่วน

 

แม้ว่ากระบวนการ e-bidding จะเสร็จสิ้นและเป็นไปตามระเบียบอย่างถูกต้อง แต่ทาง กทม. ตัดสินใจชะลอการลงนามในสัญญาออกไปก่อน พร้อมทั้งสั่งการให้คณะกรรมการพิจารณาเข้าไปตรวจสอบความเสี่ยงอย่างละเอียด การตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากข้อกังวลหลักสามประการ เริ่มจากความสามารถในการดำเนินโครงการ เนื่องจากการก่อสร้างอุโมงค์ลึกระดับนี้ต้องอาศัยสายป่านทางการเงินที่ยาวและมั่นคง กทม. จึงต้องประเมินอย่างรอบคอบว่าบริษัทที่ขาดสภาพคล่องจะสามารถรับผิดชอบงานก่อสร้างที่ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 1,800 วัน หรือราว 5 ปีตามสัญญาได้หรือไม่

 

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อกระบวนการทางกฎหมาย หากมีการเซ็นสัญญาไปแล้วบริษัทเกิดล้มละลายในภายหลัง ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพรวมของโครงการ และอาจเกิดปัญหาการทิ้งงานตามมา ที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันความเสียหายต่อรัฐ

 

หากผู้บริหาร กทม. ปล่อยผ่านให้เกิดการเซ็นสัญญาโดยไม่ตรวจสอบข้อสงสัยเหล่านี้ให้กระจ่าง และเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต อาจถือว่ามีความผิดฐานทำให้รัฐเสียหายได้

 

ก้าวต่อไปของ กทม. กับทางออกที่ต้องตัดสินใจ

 

ตามประกาศประกวดราคา กทม. มีอำนาจและเงื่อนไขทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน โดยสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับราคาต่ำสุดเสมอไป และสามารถยกเลิกการประกวดราคาครั้งนี้ได้โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลย หากประเมินแล้วว่าการทำสัญญาต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ส่วนรวม โดยที่บริษัทผู้ยื่นข้อเสนอจะไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จาก กทม. ได้เลย

 

บทสรุปของอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนส่วนต่อขยาย จึงเป็นบททดสอบสำคัญของกรุงเทพมหานคร ในการรักษาสมดุลระหว่างการเร่งเดินหน้าโครงการเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม กับการปกป้องงบประมาณแผ่นดินไม่ให้สูญเปล่าไปกับความเสี่ยงที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising