วันนี้ (7 มิถุนายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 พร้อมทีมกรุงเทพฯ ทำงาน ลงพื้นที่หาเสียงเขตบึงกุ่ม บางกะปิ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนบริเวณตลาดปัฐวิกรณ์ว่า ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของเมืองในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งหัวใจสำคัญคือการขับเคลื่อนบริษัทขนาดใหญ่ราว 1,400 แห่ง และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยหรือ SME กว่า 500,000 ราย ให้เดินหน้าควบคู่กันไปได้ เพราะต่างก็มีการจ้างงาน กลุ่มละประมาณ 3 ล้านคน
ทั้งนี้ ทีมกรุงเทพฯ ทำงาน ได้เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระดับเส้นเลือดฝอยผ่านการสร้างแพลตฟอร์ม กทม. เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมผู้ให้บริการระดับชุมชน เช่น ช่างซ่อมแอร์ หรือช่างประปา สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในโซนเดียวกันได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์ One-Stop Service และคลินิก SME เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากในการขอใบอนุญาตสำหรับกิจการร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโฮสเทล
นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว การยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงก็เป็นประเด็นสำคัญ ที่ต้องเดินหน้าต่อ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมที่มีแผนต่อยอดจากสวนป่าชุ่มน้ำ 86 ไร่ โดยจะกระจายสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่อีกอย่างน้อย 6 แห่ง ขนาด 10 ไร่ขึ้นไป ให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ
ในส่วนของการศึกษานั้น นายศานนท์ หวังสร้างบุญ ได้ระบุถึงความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน ซึ่งเห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ปีแรก รวมถึงการปรับพื้นที่ในโรงเรียนให้เป็นห้อง Maker Space เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้จากการลงมือทำ พร้อมทั้งขยายโรงเรียนหลักสูตร 2 ภาษาและเปิดรับเด็กอนุบาลวัย 3 ขวบเข้าสู่ระบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครอง
ขณะที่ด้านสาธารณสุข รศ.ดร. ทวิดา กมลเวชช ได้เล็งเห็นช่องว่างในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ จึงมีแนวคิดที่จะสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่บริเวณรอยต่อเขตวังทองหลาง บางกะปิ ดินแดง และลาดพร้าว เพื่ออุดรอยโหว่ของ Health Zone ให้บริการได้อย่างครอบคลุมที่สุด
ชัชชาติยังย้ำถึงจุดยืนเรื่องความเท่าเทียมในการใช้พื้นที่โฆษณาหาเสียง โดยพร้อมตรวจสอบและถอดป้ายออกทันที หากพบว่าในพื้นที่นั้น อนุญาตให้ตนเองติดป้ายหาเสียงได้ แต่ไม่อนุญาตให้ผู้สมัครรายอื่นติดได้ เพราะการหาเสียงต้องมีความเท่าเทียมกันทุกส่วน
“เรื่องป้ายโฆษณาหาเสียง ผมเร่งให้ทีมงานไปตรวจสอบแล้ว ผมยึดหลักถ้าไม่ให้เพื่อนเราโฆษณา เราก็ไม่ควรได้โฆษณา ถ้าทีมงานตรวจสอบพบว่า ทีมอื่นไปขออนุญาตเหมือนกัน แต่มาเลือกโฆษณาให้เฉพาะเรา เราก็จะเอาออก เราต้องเท่าเทียมกัน เพื่อนเราไม่ได้ เราก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน” ชัชชาติกล่าว
ชัชชาติได้ฝากเน้นย้ำถึงประชาชนทุกคนว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนบริหารจัดการเวลาเพื่อมาร่วมกันแสดงพลังบริสุทธิ์ในระบอบประชาธิปไตย
ชัชชาติ กล่าวถึงกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็นหรือโพล ที่คะแนนออกมาดีอย่างต่อเนื่อง โดยแสดงความขอบคุณประชาชนพร้อมระบุว่า คะแนนที่เห็นไม่ได้สะท้อนถึงการหาเสียง แต่เป็นผลลัพธ์จากการทำงานอย่างหนักตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จนประชาชนรู้สึกได้ว่าชีวิตดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ได้เตือนทีมงานว่าห้ามประมาทเด็ดขาด เนื่องจากการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วง 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าลงพื้นที่พบปะกับประชาชนอย่างเต็มที่ทุกวันตามปกติ
สำหรับกรณีที่ จิรายุ ห่วงทรัพย์ โพสต์ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับผู้อำนวยการเขตรายหนึ่งในประเด็นการคุกคามทางเพศ ชัชชาติระบุว่า หากมีข้อมูลหรือหลักฐานที่ถูกต้องชัดเจน ขอให้เปิดเผยออกมาได้เลยเพื่อเอาคนไม่ดีออกไป และพร้อมให้ฝ่ายบริหารชุดใหม่หรือปลัด กทม. ดำเนินการทันที
“เราประกาศเสมอว่าเราไม่ยินยอมต่อการคุกคามทางเพศ ที่ผ่านมาถ้ามีเรื่องร้องเรียนเราจัดการทุกเคส อย่างในโรงเรียนก็เคยมีคำสั่งไล่ออกไปแล้ว แต่ในระดับผู้อำนวยการเขตตอนนี้ยังไม่มีข้อมูล ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องพฤติกรรมของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับระบบของ กทม. แต่อย่างใด” ชัชชาติกล่าว
นอกจากนี้ ชัชชาติยังกล่าวเสริมว่า กทม. เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองด้านความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าหน่วยงานภายนอกประเมินระบบการดูแลสิทธิมนุษยชนของ กทม. ไว้ค่อนข้างดี
ส่วนข้อกล่าวหาที่ระบุว่ามีการใช้ IO เพื่อตอบโต้ทางการเมือง หรือไม่นั้น ชัชชาติปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีการทำ IO อย่างแน่นอน 100% นโยบายของทีมงานคือการสื่อสารข้อเท็จจริงและแนวทางการทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีการกล่าวร้ายหรือทำลายคู่ต่อสู้
”การไปทำลายคู่ต่อสู้ไม่ได้ช่วยให้เราดีขึ้น หรือทำให้ประชาชนมีความสุขขึ้น การแข่งขันกันคือการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชน แต่อาจจะมีแฟนคลับบางส่วนที่ไปโจมตีคนอื่น ซึ่งผมก็อยากขอร้องว่าอย่าไปทำเลย ให้ดูที่ผลงานของเราเป็นหลักดีกว่า” ชัชชาติกล่าว
ส่วนกระแสวิจารณ์เรื่องระบบอากง หรือข้อครหาเรื่องการใช้เส้นสายในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. ชัชชาติชี้แจงว่า ระบบดังกล่าวไม่มีอยู่จริง และมองว่าเป็นเพียงวาทกรรม ที่ถูกสร้างขึ้นมา
ทั้งนี้ ชัชชาติอธิบายว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนที่สมหวังและไม่สมหวังเป็นเรื่องธรรมดา คนที่ไม่พอใจก็อาจจะกล่าวหาว่าระบบไม่ดี โดยไม่ได้ย้อนดูความสามารถของตนเอง พร้อมยืนยันว่าแนวปฏิบัติของทีมชัชชาติตลอดมาคือการเลือกคนดี คนเก่ง และเน้นความซื่อสัตย์สุจริตอย่างโปร่งใสที่สุด








