ทั้งนี้ ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว เท่าที่ได้รับทราบคืออดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นผู้ติดตั้งป้ายบนรถเมล์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง จึงขอฝากถึงเลขาธิการ กกต. และประธาน กกต. ให้ตรวจสอบ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนรายละเอียดข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น ก็อยากให้ กกต. เข้าไปไต่สวนและตรวจสอบ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้ร้องเรียน เพราะขณะนี้ประชาชนเห็นกันอยู่แล้ว
อยากฝากถึงเลขาธิการ กกต. ว่า หากกรณีป้ายหาเสียงดังกล่าวก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำหรือความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้สมัคร รวมถึงมีการติดตั้งในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง กกต. จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร และจะทำให้เกิดมาตรฐานการหาเสียงที่เท่าเทียมกันได้อย่างไร
“จะมัวแต่เกรงใจคนที่เป็นมาก่อน แต่ไม่เกรงใจผู้ที่มาต่อกร สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง อยากให้ กกต. ซึ่งต้องมีความโปร่งใสและเป็นธรรม ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง และไม่ปล่อยให้เกิดความเสียเปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน จึงอยากเรียกร้องให้ตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้สมัครทุกคน”
ส่วนจะสามารถตรวจสอบได้ทันก่อนวันเลือกตั้งหรือไม่นั้น ดร.มัลลิกา กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบในเวลานี้ และเมื่อตนได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ก็พบว่ามีพยานและหลักฐานจากผู้สมัคร ส.ก. หลายคน ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลไว้ทั้งหมด และจะส่งมอบให้ กกต. ภายในวันนี้


