×

จากป้ายราคา 13,700 บาท สู่หลักแสนบาทในตลาดรีเซล ถอดปรากฏการณ์ ‘Royal Pop’ นาฬิกาคอลแลบ Audemars Piguet x Swatch ที่สั่นสะเทือนวงการทั่วโลก

20.05.2026
  • LOADING...
นาฬิกา Swatch x Audemars Piguet Royal Pop จัดแสดงในร้าน Swatch

HIGHLIGHTS

  • ย้อนหลังกลับไปในวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ร้าน Swatch ทุกสาขาทั่วโลกกลายเป็นที่หมายของคนจำนวนมากที่ต้องการจะเป็นเจ้าของ ‘Royal Pop’ นาฬิกาพกจาก Swatch และ Audemars Piquet 
  • ในปี 2022 แบรนด์จากสวิสได้เปิดตัว ‘MoonSwatch’ นาฬิกาคอลแลบรุ่นสุดพิเศษที่ทำร่วมกับ Omega แบรนด์นาฬิกาหรูระดับตำนาน ที่ส่งรุ่น Speedmaster มาคอลแลบด้วยพร้อมกันถึง 11 สี ตั้งชื่อตามดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาลของเรา ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก
  • การมาเจอกันของสองแบรนด์ที่ไม่น่าเจอกันได้จึงกลายเป็นแรงกระเพื่อมมหาศาล ในทางหนึ่ง Swatch ก็ทำให้ Audemars Piquet เข้าถึงทุกคนได้ในราคาที่เป็นมิตรมากขึ้น และในอีกทาง Audermars Piquet ก็ช่วยยกระดับแบรนด์ของ Swatch ขึ้นด้วยเช่นกัน
  • ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้นคือราคาที่พุ่งไปจากราคาขายที่หน้าร้าน โดยในไทยเพิ่มเกิน 3 เท่า ส่วน BBC ก็รายงานว่า จากราคา 335 ปอนด์ (ประมาณ 14,666 บาท) ถูกขายไปในราคามากกว่า 1,000 ปอนด์ (ประมาณ 43,779 บาท) ส่วน Bloomberg รายงานถึงการขายต่อที่มากกว่ารุ่นที่ถูกที่สุดในฝรั่งเศสถึงประมาณ 13 เท่า

ภาพของฝูงชนที่ต่างกระวีกระวาดเพื่อหาทางไปให้ถึงหน้าประตูร้าน Swatch ให้ได้เร็วที่สุด อาจทำให้หลายคนสงสัย

 

จริงอยู่ที่ Swatch เป็นนาฬิกาของดีราคาเข้าถึงง่ายจากสวิตเซอร์แลนด์ดินแดนแห่งนาฬิกา แต่อะไรที่ทำให้คนจำนวนหลายร้อยคนต้องพยายามแก่งแย่งและแข่งขันกันมากถึงขนาดนี้?

 

คำตอบอยู่ที่เจ้านาฬิกาสีสันสดใสคอลเล็คชั่นพิเศษ ‘Royal Pop’ ซึ่งเป็นผลงานร่วมกันของ ‘Audemars Piquet x Swatch’ ที่ไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนแค่ในเมืองไทย แต่ทำให้โลกทั้งใบต้องสะดุ้งและหันมามองอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

นาฬิกาที่ไม่ใช่นาฬิกาข้อมือแต่เป็นนาฬิกาพกสีสันสดใสที่มาพร้อมกับสายคล้องสีเข้ากันกับตัวเรือนเหล่านี้กำลังบอกเรื่องราวหลายเรื่องที่น่าสนใจ

 

ร้านแตก!

 

ย้อนหลังกลับไปในวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ร้าน Swatch ทุกสาขาทั่วโลกกลายเป็นที่หมายของคนจำนวนมากที่ไปรวมตัวกันโดยไม่จำเป็นต้องนัดหมาย

 

ทุกคนมาเพื่อความต้องการที่จะเป็นเจ้าของ Royal Pop นาฬิกาพกซึ่งเป็นการ Collaboration ระดับสะเทือนวงการระหว่าง Swatch แบรนด์นาฬิกาขวัญใจมหาชนกับ Audemars Piquet สุดยอดแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

 

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ช็อป Swatch ในแต่ละประเทศ แต่ละสาขาต้องพยายามหาทางรับมือกับฝูงชน

 

ในประเทศไทยมีจำนวนผู้ที่มาเข้าคิวรอซื้อเป็นจำนวนมาก โดยมีคนมารอ ‘แคมปิ้ง’ (ต่อคิวรอก่อนถึงเวลาจำหน่ายจริง) กันหลายร้อยคน และเกิดเหตุการณ์ดราม่าในบางสาขา ที่ถูกกล่าวหาว่าแจ้งจำนวนนาฬิกาที่มีขายผิดไปจากสต็อกที่มีอยู่จริงเป็นจำนวนมาก (จาก 150 เรือนเหลือราว 70 เรือน)

 

Swatch พยายามขอร้องคนที่มารอซื้อว่า “ได้โปรดอย่ารีบร้อนเข้าร้านค้าเป็นจำนวนมากเพื่อเข้าถึงผลิตภัณฑ์นี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งลูกค้าเองและพนักงานของร้าน” แต่ก็ไม่ได้เป็นผลแต่อย่างใด

 

เหตุดังกล่าวทำให้เกิดการปะทะคารมกันและสุดท้ายทางร้าน Swatch ตัดสินใจปิดร้านทันที

 

แต่การตัดสินใจในทำนองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย Bloomberg รายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) ต้องออกมาห้ามไม่ให้มีการแคมปิ้งเพราะกีดขวางทางสัญจรบนทางเท้า ขณะที่ BBC รายงานเช่นกันว่าในประเทศอังกฤษก็เจอสถานการณ์คล้ายคลึงกัน

 

ท้ายที่สุดสถานการณ์นำไปสู่จุดที่ร้านค้าไม่มีทางเลือกนอกจากการปิดร้านเพื่อรักษาความปลอดภัยก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้กระแสความต้องการลดลงไปจากเดิม

 

นาฬิกา Swatch x Audemars Piguet Royal Pop จัดแสดงในร้าน Swatch 1

ภาพ: Krisztian Elek/SOPA Images/LightRocket via Getty Images

 

เหตุเกิดของความ Pop

 

สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามทราบเรื่องตั้งแต่ต้นอาจจะสงสัยว่า แค่นาฬิกาเรือนเดียวจำเป็นต้องแย่งกันขนาดนี้ไหม? ทำไมมันถึง Pop ขนาดนี้?

 

เหตุผลนั้นอาจเป็นเพราะนี่เป็นการร่วมงานกันของ 2 แบรนด์นาฬิกาที่ยืนอยู่บนคนละขั้วโลก

 

ขั้วหนึ่งคือ Swatch แบรนด์นาฬิกาที่เพิ่งเกิดในช่วงยุคปี 1980 และขัดต่อ ‘ขนบ’ ของนาฬิกาสวิสที่ไม่ได้มาพร้อมกับความหรูหราแต่มาพร้อมกับหัวใจของนาฬิกาคือการบอกเวลาที่แม่นยำและทนทาน

 

กับอีกขั้วหนึ่งคือ Audemars Piquet (AP) สุดยอดนาฬิกาหรูระดับโลก ที่เป็นเหมือนงานศิลปะที่บอกเวลาได้ และมีสนนราคาสูงมหาศาล ที่สำคัญคือมีเงินก็ใช่จะซื้อได้เพราะแบรนด์จะคัดเลือกลูกค้าผ่านประวัติส่วนตัวว่าเหมาะสมกับการจะได้ใส่นาฬิกาของแบรนด์หรือไม่

 

สำหรับคนในวงการนาฬิกา AP คือหนึ่งใน ‘Holy Trinity’ ของโลกร่วมกับ Patek Phiilppe และ Vacheron Constantin

 

การมาเจอกันของสองแบรนด์ที่ไม่น่าเจอกันได้จึงกลายเป็นแรงกระเพื่อมมหาศาล ในทางหนึ่ง Swatch ก็ทำให้ Audemars Piquet เข้าถึงทุกคนได้ในราคาที่เป็นมิตรมากขึ้น และในอีกทาง Audermars Piquet ก็ช่วยยกระดับแบรนด์ของ Swatch ขึ้นด้วยเช่นกัน

 

เป็นกลยุทธ์ที่ Win-win ทั้งสองฝ่าย และคนจำนวนมากพร้อมจะจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาครอบครอง

 

กระแส (Hype) ของคอลเล็คชันพิเศษนี้ค่อนข้างแรงตั้งแต่มีข่าวลือออกมา โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้าที่จะถึงวันจำหน่ายจริง มีการจำลองนาฬิกาลูกผสมเรือนนี้ว่าจะออกมามีหน้าตาแบบไหน จะเป็นรุ่นที่ดีที่สุดของ AP อย่าง Royal Oak หรือไม่

 

นาฬิกา Swatch x Audemars Piguet Royal Pop จัดแสดงในร้าน Swatch 2

ภาพ: Krisztian Elek/SOPA Images/LightRocket via Getty Images

 

แม้ว่าสุดท้ายจะออกมาเป็นนาฬิกาพก (Pocket watch) ไม่ใช่นาฬิกาข้อมือ ซึ่งผิดคาดไปบ้างแต่ก็ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น Royal Oak อยู่ดี และนั่นทำให้กระแสความต้องการไม่ได้ลดลงเลย ในทางตรงกันข้ามคนที่สนใจกลับยิ่งต้องการมากยิ่งขึ้นด้วย

 

จาก MoonSwatch ถึง Royal Pop

 

ความสำเร็จของคอลเล็คชัน Royal Pop ไม่ได้เป็นความสำเร็จครั้งแรกของ Swatch ในการร่วมงานกับแบรนด์นาฬิกาเจ้าอื่น เพราะก่อนหน้านี้ Swatch จะมีการคอลแลบกับแบรนด์หรือตัวละครการ์ตูนเสมอ เช่น Dragonball, Peanuts และอื่นๆ

 

แต่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปี 2022 แบรนด์จากสวิสได้เปิดตัว ‘MoonSwatch’ นาฬิกาคอลแลบรุ่นสุดพิเศษที่ทำร่วมกับ Omega แบรนด์นาฬิกาหรูระดับตำนาน ที่ส่งรุ่น Speedmaster มาคอลแลบด้วยพร้อมกันถึง 11 สี ตั้งชื่อตามดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาลของเรา ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากและสร้างปรากฏการณ์ไม่น้อยไปกว่าในปัจจุบันสักเท่าไร

 

ในช่วงปี 2023 มีรายงานข่าวยอดขายของ Swatch เพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และล่าสุดทาง Bloomberg ระบุว่ายอดขายของ MoonSwatch ในช่วงที่ผ่านมามีมากกว่า 1 ล้านเรือนทำให้โปรเจ็คต์นี้ทำรายได้มหาศาลมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (3.2 หมื่นล้านบาท)

 

โดยที่ทุกวันนี้ MoonSwatch ยังคงวางจำหน่ายอยู่ มีรุ่นและสีใหม่ออกมาเรื่อยๆ และเป็นที่ต้องการของคนรัก Swatch ที่อยากลองสัมผัส Omega ด้วย

 

นาฬิกา Swatch x Audemars Piguet Royal Pop จัดแสดงในร้าน Swatch 3

ภาพ: Alex Yeung / Shutterstock

 

ปรากฏการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดแบรนด์ต่อมาที่ทำการคอลแลบด้วยอย่าง ‘บลองแปง’ (Blancpain) สุดยอดนาฬิกาดำน้ำที่ Swatch จับมือด้วยเพื่อชวนทุกคนไปตะลุยโลกใต้น้ำกันในคอลเล็คชัน ‘Blancpain X Swatch Bioceramic Scuba Fifty Fathoms’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรุ่นในตำนาน ‘Fifty Fathoms’

 

ถึงแม้ว่าคอลเล็คชันนี้จะไม่ได้เปรี้ยงปร้างนัก แต่ก็ยังได้รับกระแสตอนรับที่ดีพอสมควร และทำให้ทางด้าน Swatch เชื่อในกลยุทธ์การคอลแลบกับแบรนด์นาฬิการะดับตำนานอื่น ซึ่งสุดท้ายนำมาซึ่งความร่วมมือกันครั้งประวัติศาสตร์กับ AP

 

ด้วยการนำ ‘นาฬิกาในฝัน’ ของทุกคนอย่าง AP Royal Oak มาให้เป็นเจ้าของกันได้ง่ายขึ้น

 

แต่…

 

Royal Pop = Labubu?

 

กระแสความต้องการที่เกิดขึ้นนั้นกำลังถูกจับตามองว่าเป็นของยั่งยืนหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่ความ Pop ชั่วครู่ชั่วคราว

 

เพราะเหล่าบรรดาคนที่ไปต่อคิวนั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแฟนคลับของ Swatch หรือ AP แท้ๆ หากแต่เกือบทั้งหมดเป็นพ่อค้าแม่ค้า หรือคนที่ถูกว่าจ้างมาเพื่อต่อคิว ที่มาเพื่อหวังจะได้นาฬิกาที่กำลังอยู่ในกระแสเรือนนี้ไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง

 

ในประเทศไทย ราคาป้ายของรุ่น Royal Pop อยู่ที่ 13,700 บาทสำหรับสไตล์เลปีน (Lépine-เม็ดมะยมด้านบน) ในสี OTTO ROSSO, HUIT BLANC, GREEN EIGHT, BLAUE ACHT, OCHO NEGRO, ORENJI HACHI และราคา 14,900 บาทสำหรับสไตล์ Savonnette (ซาวงแน็ต – เม็ดมะยมด้านข้าง) 14,700 บาท ในสี LÀN BA, OTG ROZ โดยไม่รวมราคาค่าสายห้อย (Lanyard)

 

แต่สนนราคาจำหน่ายในตลาดรีเซลพุ่งสูงไปเกินกว่า 3 เท่า โดยในวันแรกมีการตั้งราคาสูงถึง 5-7 หมื่นบาทแล้วแต่สี โดยที่มีเกมกลยุทธ์หักเหลี่ยมเฉือนคมอย่างเร้าใจในวงการรีเซล เช่น คนรับจ้างต่อคิวได้บิดไปขายให้คนอื่น หรือพ่อค้าจากต่างประเทศที่มาดักรอกวาดสินค้าหน้าร้านแล้วขายต่อให้กับคนที่ต้องการอีกทีทำกำไรกันภายในเวลาไม่กี่นาที

 

สำหรับราคาในต่างประเทศก็พุ่งเสียดฟ้าเช่นกันสำหรับการขายต่อ BBC รายงานว่า จากราคา 335 ปอนด์ (ประมาณ 14,666 บาท) ถูกขายไปในราคามากกว่า 1,000 ปอนด์ (ประมาณ 43,779 บาท) หรือกระทั่งไปวางขายใน eBay ในราคา 3,000-5,000 ปอนด์ (ประมาณ 131,338 – 218,898 บาท) เลยทีเดียว

 

ขณะที่รายงานของ Bloomberg เผยว่า ในเว็บไซต์ Chrono24 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มขายต่อนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุด พบว่านาฬิกา Royal Pop มีราคาเสนอขายสูงถึง 5,000 ยูโร (189,510 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคา 385 ยูโร (14,592 บาท) สำหรับรุ่นที่ถูกที่สุดในฝรั่งเศสถึงประมาณ 13 เท่า

 

To the moon ที่แท้ทรู!

 

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้หลายคนกังวลว่ามันอาจจะทำให้ Royal Pop เป็นเหมือน Labubu อาร์ตทอยที่เคยได้รับความนิยมในระดับปรากฏการณ์แต่สุดท้ายกลายเป็นสินค้าที่ไม่มีใครต้องการในเวลานี้เพราะมีตัวละครอื่นที่ได้รับความนิยมขึ้นมาแทนอีกหลายตัว

 

และที่สำคัญคือ Swatch ยืนยันว่า Royal Pop ไม่ได้เป็นสินค้าที่ผลิตจำนวนจำกัด (Limited edition) แต่จะมีการเติมสต็อกเรื่อยๆเหมือน MoonSwatch ที่พิสูจน์มาแล้วว่ามีการผลิตเพิ่มจริง

 

แม้จะมีจุดนึงในข้อความที่น่าสนใจคือ “ในช่วงเวลาอีกหลายเดือนหลังจากนี้”

 

นาฬิกา Swatch x Audemars Piguet Royal Pop จัดแสดงในร้าน Swatch 4

 

Royal Pop มากกว่านาฬิกา

 

ปรากฏการณ์ Royal Pop บอกอะไรกับโลกได้หลายอย่าง ในเรื่องของการร่วมมือกันของแบรนด์ต่อแบรนด์ พลังของเรื่องราว และการจับกระแสความต้องการของโลก

 

จุดที่น่าสนใจคือ Royal Pop มีโอกาสจะกลายเป็นนาฬิการุ่นระดับประวัติศาสตร์ ที่ทลายขีดจำกัดของจินตนาการได้ด้วย เพราะแม้ตัวเรือนจะเป็นนาฬิกาแบบพกพาโดยที่ทางแบรนด์ผลิตแค่สายคล้องมาให้ แต่ความ Pop ทำให้มีพ่อค้าแม่ค้าไปจนถึงแบรนด์หัวใสต่างๆที่ขยายจักรวาลของนาฬิการุ่นนี้ไปให้ไกลกว่าเดิม

 

โดยล่าสุดเริ่มมีการออกแบบสินค้าที่จะเปลี่ยน Royal Pop ให้กลายเป็นนาฬิกาข้อมือกันแล้ว และทำออกมาได้อย่างสวยงามด้วย ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้นาฬิการุ่นนี้ยิ่งไปไกลกว่าเดิมโดยที่หาก Swatch และ AP ยังคงความร่วมมือในการผลิตต่อไป มีโอกาสที่จะกลายเป็นนาฬิกาที่ทุกคนอยากได้และต้องมี

 

อย่างน้อยสำหรับกลุ่มคนที่ฝันถึงนาฬิกาในระดับ Luxury นี่คือก้าวแรกที่น่ารักกำลังดี

 

และเหนืออื่นใดในสิ่งที่ Swatch กับ AP อาจจะไม่ทันได้คาดคิด – หรือหากคิดเอาไว้แล้วก็นับว่าปราดเปรื่องอย่างมาก – คือวันนี้ทั้งสองแบรนด์ และนาฬิกาคอลเล็คชันพิเศษนี้ กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมป๊อป (Pop Culture) ที่จะอยู่ในใจคนเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหนก็ตาม

 

สุดท้ายสำหรับคนที่อยากได้ ถ้าไม่รีบมากแนะนำว่ารอก่อนได้

 

แต่ถ้าใครไม่เดือดร้อนรอไม่ไหวแล้ว อันนี้แล้วแต่เลย ส่งรูปมาอวดหน่อยแล้วกัน อยากอิจฉา!

 

นาฬิกา Swatch x Audemars Piguet Royal Pop จัดแสดงในร้าน Swatch 5

 

ภาพปก: Martin Pope/Getty Images

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories