สหรัฐอเมริกาเดินหน้าเจรจาลับกรีนแลนด์เกือบ 4 เดือนเต็ม เล็งขอสิทธิตั้งฐานทัพอเมริกาถาวร อำนาจวีโตการลงทุนจากต่างชาติ และการเข้าถึงแร่หายาก ด้านผู้นำเดนมาร์ก-กรีนแลนด์กังวล พร้อมจับตา โดนัลด์ ทรัมป์ว่า อาจเดินเกมประกาศนโยบายครอบครองกรีนแลนด์อีกครั้งในวันเกิดและวันชาติสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ชายชาวอเมริกันเดินทางไปทั่วกรีนแลนด์ เพื่อขอให้ประชาชนลงชื่อในแคมเปญสนับสนุนให้กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ โดยมีข้อแลกเปลี่ยน คือ เงิน 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ โดยรัฐบาลเดนมาร์กเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘ปฏิบัติการแทรกซึมทางความคิด’
New York Times แฉ สหรัฐฯ ส่งผู้แทนเจรจากรีนแลนด์-เดนมาร์ก
เมื่อคืนนี้ (18 พฤษภาคม) New York Times เผยบทความพิเศษชื่อ In Closed-Door Talks, U.S. Demands a Major Role in Greenland ว่า สหรัฐฯ ยังคงสนใจครอบครองกรีนแลนด์ แม้ติดพันในสงครามอิหร่าน โดยมีการเจรจาตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วม คือ ผู้แทนเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และสหรัฐฯ นำโดย ไมเคิล นีดแฮม (Michael Needham) หนึ่งในที่ปรึกษาของ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
ตามรายงาน คณะผู้เจรจาได้พบปะกัน 5 ครั้ง นับตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่ทรัมป์ขู่ว่า จะยึดครองกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยจากการตรวจสอบข้อมูล มีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายยืนยันกับ New York Times ว่า สหรัฐฯ กำลังผลักดัน 4 เรื่องสำคัญดังต่อไปนี้
- ขอแก้ข้อตกลงทางทหารเพื่อตั้งฐานทัพถาวร ถือเป็นหลักประกันว่า กองทัพสหรัฐฯ จะสามารถปักหลักอยู่ในกรีนแลนด์ได้อย่างไม่มีกำหนด แม้ในอนาคต กรีนแลนด์จะประกาศเอกราชก็ตาม
- ขอสิทธิโหวตยับยั้ง (Veto Power) ข้อตกลงการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อกีดกันคู่แข่งอย่างรัสเซียและจีน ซึ่งทางกรีนแลนด์และเดนมาร์กคัดค้านเรื่องนี้อย่างรุนแรง
- หารือความร่วมมือทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ขุดเจาะน้ำมัน แร่หายาก หรือแร่ยูเรเนียม
- ขอขยายกำลังทหารในกรีนแลนด์ โดยล่าสุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ส่งหน่วยนาวิกโยธินไปยังเมืองนาร์ซาร์ซวก (Narsarsuaq) ทางตอนใต้ของกรีนแลนด์ เพื่อตรวจสอบสนามบินเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และท่าเรือ รวมถึงสถานที่ที่สามารถใช้เป็นที่พักของทหารอเมริกันได้
ข้อมูลดังกล่าวยังตรงกับที่ พลเอก เกรกอรี เอ็ม. กิโยต์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคเหนือของกองทัพสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ New York Times ว่า อเมริกายังคงมีวิสัยทัศน์ในการปกป้องภูมิภาคอาร์กติก โดยกรีนแลนด์จะเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสถานีเรดาร์และฐานทัพทหารที่เชื่อมต่อกันกับพื้นที่ในรัฐแอลาสกาและแคนาดาด้วย
กิโยต์ยังย้ำว่า กองทัพอเมริกันจำเป็นต้องมีท่าเรือน้ำลึกและฐานทัพสำหรับทหารหน่วยรบพิเศษที่จะหมุนเวียนเข้ามาฝึกซ้อมและปฏิบัติภารกิจในกรีนแลนด์
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุอย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังคงเป็นไปได้ยาก เพราะทางการกรีนแลนด์เกิดความกังวลว่า ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ รุนแรงเกินไป จนเข้าข่ายการละเมิดอธิปไตยครั้งใหญ่ รวมถึงผูกมัดกับประชาชนไปอีกหลายชั่วอายุคน
ขณะที่นักการเมืองกรีนแลนด์บางส่วนถึงกับจับตามองวันสำคัญที่ทรัมป์อาจประกาศว่า กรีนแลนด์คือเป้าหมายของสหรัฐฯ คือ วันที่ 14 มิถุนายน (วันเกิดทรัมป์) และ วันที่ 4 กรกฎาคม (วันชาติสหรัฐฯ) โดย จุสตัส แฮนเซน สมาชิกสภานิติบัญญัติของกรีนแลนด์ถึงกับระบุว่า หากชาวอเมริกันได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ กรีนแลนด์จะไม่มีวันได้รับเอกราชที่แท้จริง
ปรากฏการณ์ประหลาด จ้าง 7 ล้าน ล่าชื่อแคมเปญสนับสนุนกรีนแลนด์ร่วมสหรัฐฯ
นอกจากการเจรจาลับ ก่อนหน้านี้ New York Times ได้รายงานถึงปรากฏการณ์ประหลาดว่า มีชายอเมริกันแปลกหน้าที่ชื่อว่า คลิฟฟอร์ด สแตนลีย์ อายุ 86 ปี ขึ้นรถแท็กซี่ในเมืองนุก โดยเสนอเงินจำนวน 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6.8 ล้านบาท) แลกกับการที่คนขับแท็กซี่ลงชื่อในแคมเปญเรียกร้องให้กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
ปรากฏว่า คนขับแท็กซี่ปฏิเสธข้อเสนอทันทีและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผลการสอบสวนเผยว่า ชายคนนี้ได้เดินสายใช้แผนนี้กับประชาชนอีกหลายราย แต่คลิฟฟอร์ดยืนยันว่า เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับทรัมป์หรือรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะตนเองลงมือทำแคมเปญนี้ด้วยตนเอง พร้อมย้ำว่า เขากำลังให้โอกาสกับชาวกรีนแลนด์
น่าสนใจว่า ก่อนหน้านี้ ทางการเดนมาร์กพบชาวอเมริกัน 3 คนที่มีความเชื่อมโยงกับทรัมป์ พยายามเดินทางเข้ามาผูกมิตรกับนักการเมืองหรือประชาชน พร้อมข้อเสนอว่า หากกรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ พลเมืองจะได้รับเงินหรือผลประโยชน์บางอย่าง โดยรัฐบาลเดนมาร์กระบุว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้คือปฏิบัติการแทรกซึมทางความคิดของสหรัฐฯ อย่างเป็นความลับ
ขณะที่ เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน (Jens-Frederik Nielsen) นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ออกมาประณามต่อเหตุการณ์จ้างลงชื่อแคมเปญสนับสนุนกรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ว่า ‘ไร้ยางอาย’
“เราเป็นสังคมประชาธิปไตย อนาคตของเราไม่ได้เจรจากันบนรถแท็กซี่ และมันไม่ได้ถูกซื้อด้วยเงิน” นีลเซนย้ำ
แฟ้มภาพ: Stoyan Nenov / Reuters
อ้างอิง:


