ไล่ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวันระบุว่า ไต้หวันไม่จำเป็นต้องประกาศเอกราช เพราะถือว่าเป็นชาติที่มีอำนาจอธิปไตยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ไต้หวันยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาสถานะเดิม (Status Quo) ไว้ ซึ่งหมายถึงการไม่ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการและไม่รวมชาติกับจีน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เตือนไม่ให้ไต้หวันประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ และระบุว่าเขาไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใดๆ แก่ไต้หวัน ทรัมป์แสดงท่าทีไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง โดยกล่าวว่าเขาไม่ต้องการเดินทางไกลถึง 9,500 ไมล์เพื่อไปทำสงคราม และต้องการให้ทั้งจีนและไต้หวัน ‘ลดความร้อนแรงลง’ จุดยืนของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันคือ การไม่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน และการคงความสัมพันธ์กับปักกิ่งนั้นขึ้นอยู่กับการยอมรับรัฐบาลจีนเดียว
สหรัฐฯ มีข้อผูกพันทางกฎหมายที่ต้องจัดหาวิธีการป้องกันตนเองให้กับไต้หวัน โดยทรัมป์ระบุว่าเขาจะตัดสินใจในเร็วๆ นี้ว่าจะอนุมัติแพ็กเกจอาวุธมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ไต้หวันหรือไม่ และเตรียมที่จะหารือเกี่ยวกับข้อตกลงนี้กับผู้นำไต้หวันอีกครั้ง
ทางฝั่งโฆษกของไต้หวันได้กล่าวขอบคุณการสนับสนุนของทรัมป์ โดยเน้นย้ำถึงเป้าหมายในการร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อบรรลุ ‘สันติภาพผ่านความเข้มแข็ง’
ทางด้าน สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน แสดงท่าทีต่อต้านความเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชของไต้หวันอย่างรุนแรง จีนยังคงอ้างสิทธิ์ว่า ไต้หวันเป็นดินแดนของตนและไม่เคยตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารเพื่อยึดครอง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้เพิ่มการซ้อมรบทางทหารรอบเกาะไต้หวัน และมักแสดงความไม่พอใจต่อประธานาธิบดีไต้หวันที่มีแนวทางแข็งกร้าวกับจีน
ภาพ: Ann Wang / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.bbc.com/news/articles/cx2132w81jqo
- https://hongkongfp.com/2026/05/17/taiwan-says-it-is-an-independent-nation-after-trumps-warning/


