วันนี้ (15 พฤษภาคม) ที่กระทรวงแรงงาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหากรณีเกาหลีใต้แบนแรงงานไทยจาก 4 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ และมหาสารคาม ไม่ให้ไปทำงาน ภาคเกษตร ภาคประมงตามฤดูกาลที่มาจาก MOU (E-8) เป็นระยะเวลา 1 ปี เนื่องจากมีแรงงานบางส่วนหลบหนีนายจ้าง
จุลพันธ์กล่าวว่า วันนี้ทางเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาที่กระทรวงแรงงานตามที่เราร้องขอไปเร่งด่วน ซึ่งจากการพูดคุยมีความเห็นตรงกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากแรงงานของเราหนีนายจ้าง ล็อตล่าสุดที่ส่งไป 51 คน หายไป 30 คน คิดเป็น 59% ถือว่ามากพอสมควร ทางเกาหลีจึงยุติการจ้างแรงงานแรงงานกลุ่มนี้ รวมถึงแรงงานที่มาจาก 4 จังหวัดดังกล่าว อย่างไรก็ตามในส่วนของแรงงานล็อตใหม่ที่ส่งไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนั้นทางการเกาหลีอะลุ่มอล่วยให้เป็นล็อตสุดท้าย
ขณะเดียวกัน ท่านทูตเกาหลีจะนำเอาความห่วงใยของเราไปหารือกับฝ่ายบริหารที่เกาหลีเพื่อแก้ไข ส่วนตัวพร้อมที่จะเดินทางไปที่ประเทศเกาหลี เพื่อพูดคุยหาทางออกร่วมกัน อย่างไรก็ตาม กระบวนการแก้ไขปัญหานั้นไม่เพียงพอแค่พูดว่าจะหาทางออก แต่กระทรวงแรงงานพร้อมหาทางแก้ระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดการหลบหนีการจ้างงานได้ เช่น การเพิ่มเข้มงวดตรวจสอบพฤติกรรม พฤติการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงการใช้ระบบสมาร์ท TOEA ติดตามตัวแรงงาน โดยรายงานตัวต่อกระทรวงแรงงานทุกๆ เดือน เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการเพื่อลดความห่วงใยของทางเกาหลีใต้
รวมถึงการแก้ปัญหาผีน้อยไทยในเกาหลีซึ่งมีจำนวนมากให้กลับเข้าสู่ระบบการจ้างงานตามกฎหมาย ผีน้อยต้องหมดไป ซึ่งต้องมาวางกลไกกันต่อ ที่ผ่านมาทางเกาหลีเคยมีการนิรโทษกรรมแรงงาน แต่แรงงานที่หลบหนีกลับเข้าสู่ระบบไม่มากนัก เนื่องจากกังวลบางประการ เช่น กังวลว่าจะไม่ได้กลับไปทำงานกับนายจ้างรายเดิมอีก ดังนั้นอาจจะมีการเจรจาเรื่องให้สามารถต่ออายุการทำงานเลยโดยไม่ต้องกลับเข้าสู่ประเทศไทยก่อน
จุลพันธ์กล่าวต่อว่า ส่วนคนที่หายไป 30 คนนั้น เรามีรายชื่อทั้งหมดแล้ว แต่ตอนนี้ยังติดตามตัวไม่ได้ วันนี้กระทรวงแรงงานติดตามไปยังญาติพี่น้องที่จังหวัดต้นทาง ว่าคนเหล่านี้อยู่ที่ไหน ได้ติดตาม ติดต่อ พูดคุยกันหรือไม่ โดยขอให้คนเหล่านี้กลับประเทศไทย และกลับเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้อง พร้อมเรียกร้องทุกคนว่าไปทำงานต่างประเทศเป็นแหล่งหารายได้ ก็ต้องทำตามกฎหมายประเทศนั้นๆ คือสิ่งสำคัญ ครั้งนี้คน 4 จังหวัดดังกล่าวกว่า 4-5 ล้านคน ก็กระทบด้วย ดังนั้น อยากให้กลับมารายงานตัว ส่วนกรณีที่มีการให้ข้อมูลว่าแรงงานถูกลวนลามนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เราก็พยายามสอบถามไป แต่ต้องยอมรับความจริงว่า หากยังมีเคสลักษณะนั้นอยู่บ้างก็คงไม่ใช่ทั้ง 30 คน
ส่วนหากกลับเข้าสู่ระบบจะสามารถยกเลิกแบนได้หรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า เป็นเพียงแค่การพูดคุย โดยท่านทูตฯ บอกว่าอยากให้เร่งนําตัวคนเหล่านี้กลับมายังประเทศไทย หากเริ่มดําเนินการในส่วนนี้ได้ เราอาจจะแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น อาจใช้ความร่วมมือระหว่างกระทรวง หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเพื่อที่จะประสานนําตัวกลับมา
เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าวันนี้เรายอมรับโทษแบนแรงงาน 4 จังหวัดนี้แล้วใช่หรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ใช่ว่ายอมรับ หรือไม่ยอมรับ แต่เรื่องนี้เป็นอำนาจของประเทศปลายทางโดยสมบูรณ์เช่นเดียวกับการที่ต่างชาติเข้ามาทํางานในประเทศไทย ส่วนแรงงานที่หนีนายจ้างกว่า 30 คนนั้น สิ่งแรกที่จะทําคือการแบล็คลิสต์ไม่ให้กลับไปทํางานที่เกาหลี ส่วนประเทศอื่นๆ จะต้องดูว่าให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงใด ในการกลับมาเพื่อคืนความเป็นปกติให้ พี่น้องหรือเพื่อนแรงงานในจังหวัด พร้อมยืนยันว่าการหลบหนีของแรงงานไทย 4 จังหวัดไม่ได้กระทบกับการท่องเที่ยวเกาหลี เชื่อว่าหน่วยงานสามารถแยกแยะได้






