พรรคเลเบอร์เผชิญกับศึกเปลี่ยนตัวผู้นำ หวังบีบให้ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรออกจากตำแหน่ง หลัง เวส สตรีทติง รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ คีย์แมนของคณะรัฐมนตรี ลาออกสายฟ้าแลบ ชี้หมดความไว้วางใจในตัวผู้นำ พร้อมย้ำว่า ในศึกการเลือกตั้งระดับชาติปี 2029 จะไม่มีชื่อสตาร์เมอร์นำทัพอีกต่อไป
ประเด็นสำคัญ
ขณะเดียวกัน แคนดิเดตตัวเต็งหัวหน้าพรรคคนใหม่อย่าง แอนดี เบิร์นแฮม นายกเทศมนตรีแมนเชสเตอร์ เจ้าของฉายา ‘ราชาแห่งแดนเหนือ’ (King of the North) ประกาศลงเลือกตั้งในเขตเมเกอร์ฟิลด์ ปูทางสู่การกลับเข้าสภาอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความหวังว่า เขาคือว่าที่ผู้นำคนต่อไปที่จะพาพรรคเลเบอร์กลับสู่ชัยชนะในแบบที่เคยเป็น
The Economist เรียกปรากฏการณ์ครั้งนี้ว่า ‘รัฐประหาร’ ต่อสตาร์เมอร์ (Anatomy of a coup against Keir) สถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป THE STANDARD สรุปเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในหน้าการเมืองอังกฤษ
สตรีทติงประกาศลาออกจาก ครม. ชี้หมดความเชื่อมั่นต่อสตาร์เมอร์
เมื่อวานนี้ (14 พฤษภาคม) สตรีทติง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาลสตาร์เมอร์ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง พร้อมแนบแถลงการณ์ว่า เขาหมดความเชื่อมั่นต่อการนำของสตาร์เมอร์ในพรรคแรงงาน โดยย้ำว่า การอยู่ใน ครม.ต่อ ถือเป็นเรื่องเสื่อมเสียเกียรติและไร้จุดยืน
“คำถามเดียวที่สำคัญที่สุดในการเป็นรัฐบาลคือ เราส่งมอบประเทศในสภาพที่ดีกว่าตอนที่เรารับช่วงต่อมาให้คนรุ่นหลังหรือเปล่า … ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ดีมากๆ ให้ผมอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป
แต่ก็อย่างที่คุณรู้จากการคุยกันเมื่อต้นสัปดาห์ ในเมื่อผมหมดความเชื่อมั่นในการนำของคุณไปแล้ว ผมจึงตัดสินใจว่า ถ้าผมอยู่ต่อ มันคงจะเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติและไร้จุดยืน”
สตรีทติงระบุถึงปมการลาออกในแถลงการณ์ว่า เพราะผลการเลือกตั้งท้องถิ่นสัปดาห์ก่อน เป็นอะไรที่พรรคแรงงานไม่เคยเผชิญมาก่อน ทั้งในแง่ของความพ่ายแพ้ยับเยินและผลกระทบจากความล้มเหลว ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักรที่กลุ่มชาตินิยมก้าวขึ้นสู่อำนาจในทุกมุมของประเทศ รวมถึงแนวคิดชาตินิยมอังกฤษสายอันตรายอย่างพรรค Reform UK ที่นำโดย ไนเจล ฟาราจ ซึ่งชนะการเลือกตั้ง
อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขยังย้ำว่า โหวตเตอร์พรรคเลเบอร์ทั่วประเทศเข้าใจถึงภัยคุกคามนี้ และรู้ดีว่า พรรคมีหน้าที่ต้องลุกขึ้นสู้ แต่ประชาชนกำลังหมดศรัทธา เพราะไม่เชื่อว่า พรรคเลเบอร์จะสามารถรับมือกับภารกิจครั้งประวัติศาสตร์เพื่อเอาชนะการเหยียดเชื้อชาติ และมอบความหวังว่า อนาคตของอังกฤษจะสดใสกว่านี้ด้วยแนวทางสังคมประชาธิปไตยได้
เขาทิ้งท้ายว่า มีความชัดเจนแล้วว่า สตาร์เมอร์จะไม่ได้เป็นผู้นำทัพพรรคแรงงานสู้ศึกเลือกตั้งในปี 2029 แต่พรรคเลเบอร์ต้องต่อสู้กันด้วยไอเดีย และมีกลุ่มแคนดิเดตที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ขณะที่สตาร์เมอร์ตอบกลับผ่านแถลงการณ์ว่า ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นหนักหนาสาหัสสำหรับพรรค เพื่อนร่วมงานหลายคนต้องเสียเก้าอี้ไป และคู่แข่งอันตรายกว่าที่เคยเป็นมา แต่เขามองว่า เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องลุกขึ้นสู้เพื่อจิตวิญญาณของประเทศ พร้อมทิ้งท้ายว่า ต่อให้สตรีทติงไม่ได้อยู่ในครม.อีกแล้ว แต่จะยังมีบทบาทสำคัญในพรรคเลเบอร์ต่อไป
ทั้งนี้ สตรีทติงคือแคนดิเดตตัวเต็งที่จะรับเก้าอี้ผู้นำพรรคต่อจากสตาร์เมอร์ โดยในช่วงที่ผ่านมา เขาถูกมองว่า เป็นคีย์แมนคนสำคัญของรัฐบาลอังกฤษชุดนี้ เป็นคนที่สื่อสารเก่ง ช่วยเติมความชัดเจนและสีสัน โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่สตาร์เมอร์กำลังดิ้นรนสื่อสารให้ประชาชนอังกฤษเห็นภาพว่า พรรคเลเบอร์จะพาประเทศไปในทางไหน
อย่างไรก็ดี นักวิจารณ์มองว่า เขามีความทะเยอทะยานออกนอกหน้าเกินไป ไม่มีจุดยืน และไร้เสน่ห์ดึงดูดคนในสภาเวสต์มินสเตอร์ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เขารักษาเก้าอี้ สส. ไว้ได้อย่างหืดจับด้วยคะแนนนำแค่ 528 เสียงเท่านั้น
Game Changer มาแล้ว เบิร์นแฮมประกาศลงเลือกตั้ง หวังกลับเป็น สส.อีกครั้ง
ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังสตรีทติงประกาศลาออก ปรากฏว่า จอช ไซมอนส์ (Josh Simons) สส. พรรคเลเบอร์เขตเมเกอร์ฟิลด์ประกาศลาออกตาม โดยระบุว่า เป็นการปูทางให้เบิร์นแฮมกลับเข้าสู่ตำแหน่ง สส. เพื่อเป็นหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีคนใหม่
ไซมอนส์ระบุในจดหมายลาออกว่า เขาคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนในเขตเลือกตั้งเป็นอันดับแรก เนื่องจากจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเมืองของอังกฤษ
หลังจากนั้นไม่นาน เบิร์นแฮมได้โพสต์ข้อความลงบน X ว่า เขาจะลงเลือกตั้ง สส.จริง และจะขอยื่นเรื่องอนุญาตจากคณะกรรมการบริหารพรรคแรงงาน (National Executive Committee of the Labour Party: NEC) โดยเล่าว่า เมื่อ 10 ปีก่อน เขาตัดสินใจทิ้งเก้าอี้ สส. เพราะมองว่า การเมืองระดับชาติล้มเหลวและไม่เคยตอบโจทย์คนในท้องถิ่นเลย
อย่างไรก็ตาม แม้จะสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันในฐานะนายกเทศมนตรีแมนเชสเตอร์ แต่ด้วยอำนาจท้องถิ่นมีขีดจำกัด เขาอยากกลับเข้าสภาเพื่อนำโมเดลความสำเร็จมาขยายผลใช้กับทั้งประเทศ และแก้ปัญหาค่าครองชีพอย่างจริงจัง
เบิร์นแฮมเรียกร้องให้คนในพรรคเลเบอร์รวมพลัง เปิดทางให้มีรัฐบาลและนายกฯ ที่มีเสถียรภาพเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชน โดยย้ำว่า เขาจะไม่ชะล่าใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้แม้แต่คะแนนเสียงเดียว โดยจะทำงานหนักเพื่อเรียกศรัทธาจากประชาชนที่ผิดหวังกับพรรคในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เบิร์นแฮมถูกมองว่า เป็นความหวังครั้งสำคัญของพรรคเลเบอร์ เพราะมีผลงานที่จับต้องได้ ภาพลักษณ์เข้าถึงประชาชน และคะแนนความนิยมดีที่สุดในพรรค แต่ปัญหาคือเขาไม่ได้เป็น สส. ทำให้การท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าและนายกฯ ต้องผ่านด่านการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ก่อน
ก่อนหน้านี้ The Guardian รายงานว่า สตาร์เมอร์เคยใช้อำนาจผ่านคณะกรรมการบริหารสกัดไม่ให้เบิร์นแฮมลงเลือกตั้งซ่อมในเขตกอร์ตันและเดนตันมาแล้ว แต่ผลที่ตามมา คือ พรรคแรงงานพ่ายแพ้ให้กับพรรคกรีน ทว่าล่าสุด BBC รายงานว่า สตาร์เมอร์จะไม่ขัดขวางเบิร์นแฮมแล้ว และกำลังให้ความสำคัญกับการรวมพรรคให้เป็นหนึ่งเดียว
ส่วนฟาราจ ผู้นำพรรค Reform UK ระบุว่า พรรคของเขาตั้งตารอศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พร้อมเททุกอย่างหมดหน้าตัก หลังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นจากเขตเมเกอร์ฟิลด์ในครั้งล่าสุด
Politico มองว่า การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมเกอร์ฟิลด์ไม่ใช่เขตที่พรรคเลเบอร์ครองสามารถครองที่นั่งได้อย่างปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่ เซอร์ จอห์น เคอร์ติส ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์จาก University of Strathclyde มองว่า ถ้าพรรคเลเบอร์ส่งคนอื่น มีโอกาสชนะน้อยกว่า 5% ฉะนั้นชัยชนะของเบิร์นแฮมมีโอกาสเป็นไปได้
แผนรัฐประหารต่อสตาร์เมอร์ พรรคเลเบอร์กำลังเผชิญอะไรอยู่
การแย่งชิงศึกเก้าอี้ผู้นำของพรรคเลเบอร์กำลังเป็นไปอย่างเข้มข้น โดย The Economist ถึงกับพาดหัวสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็น ‘Anatomy of a coup against Keir’ หรือการรัฐประหารสตาร์เมอร์ ซึ่งอธิบายว่า หากต้องมีการเลือกตั้งผู้นำพรรคเลเบอร์จริงๆ ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่เคยเกิดขึ้นในยุคที่พรรคเป็นรัฐบาลเลย
สำหรับการเลือกตั้งผู้นำพรรคคนใหม่ ต้องอาศัยสมาชิกพรรคเลเบอร์ราว 2 แสนที่ทำการลงคะแนนเสียง ซึ่งจากผลสำรวจปี 2024 สมาชิกพรรคประกอบด้วยกลุ่มผู้ชาย 57%, ผู้สูงวัย 72%, ชนชั้นกลาง 72%, กลุ่มซ้ายจัด และ 9 ใน 10 ของประชาชนที่เชื่อว่า รัฐควรขึ้นภาษีและเพิ่มงบใช้จ่าย
บทความคาดว่า สมาชิกพรรคเชียร์เบิร์นแฮมมากที่สุด แต่เขาไม่ได้เป็น สส. ฉะนั้นต้องผ่านด่านเลือกตั้งซ่อมเพื่อกลับมาชิงเก้าอี้ผู้นำพรรคให้ได้ก่อน อย่างไรก็ตาม The Economist วิจารณ์ว่า กฎของพรรคเลเบอร์อาจทำให้ประเทศตกอยู่ในการตัดสินใจของกลุ่มซ้ายจัด ซึ่งอาจทำให้มีกระแสเรียกร้องการเลือกตั้งทั่วไปรุนแรงยิ่งขึ้น
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด Politico ชี้ว่า แคนดิเดตตัวเต็งต่างพยายามเสนอตัวเป็นผู้นำคนใหม่ อย่างกรณีสตรีทติง เขาวางแผนจะประกาศลงสมัครเป็นผู้นำพรรคตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม แต่ปรากฏว่า แองเจลา เรย์เนอร์ อดีตรองนายกฯ และหนึ่งในแคนดิเดตตัวเต็งออกแถลงการณ์ว่า เธอเคลียร์ปัญหาภาษีเรียบร้อยตั้งแต่เวลา 06.00 น.เช้าตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ก็เกิดระเบิดลูกใหญ่อย่างการที่ไซมอนส์ประกาศสละเก้าอี้สส. ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมของสตรีทติงไม่รู้มาก่อน
แหล่งข่าวคนหนึ่งที่ได้คุยกับสตรีทติงเป็นการส่วนตัวระบุว่า เขายังคงตั้งใจที่จะลงสมัครตำแหน่งผู้นำพรรคเลเบอร์ในเร็วๆ นี้ แต่ก็มีร่องรอยของความสิ้นหวังบางอย่าง เพราะ สส.คนหนึ่งที่สนับสนุนสตาร์เมอร์ ถูกดึงมาสนับสนุนสตรีทติงแทน โดยระบุว่า มีทีมงานไปขอยืมเสียงมาเปิดศึกชิงผู้นำพรรค
อย่างไรก็ดี เชื่อกันว่า สตรีทติงจะสนับสนุนเบิร์นแฮม โดยจะเดินทางไปช่วยเขาหาเสียงในเขตเมเกอร์ฟิลด์ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า ภายในพรรคแรงงานจะมีคนที่เหมาะสมเป็นผู้นำคนต่อไปมากกว่าการรีบสวมมงกุฎให้ใครสักคนแล้วแต่งตั้ง
น่าสนใจว่า สส. ฝั่งเบิร์นแฮมคนหนึ่ง ติดต่อสายตรงหา Politico เพื่อเอ่ยปากชมสตรีทติงว่า เขาได้สติสักทีที่แสดงให้เห็นว่า พรรคเลเบอร์ต้องมีผู้เล่นที่ดีที่สุดในสนาม แต่ก็หมายเหตุไว้ว่า เบิร์นแฮมไม่ได้ทำดีลหรือห้ามสตรีทติงลงแข่งทั้งนั้น
ภาพ: Toby Melville / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.bbc.com/news/articles/c1l2e325zvgo
- https://edition.cnn.com/2026/05/14/uk/streeting-resigns-health-secretary-starmer-uk-intl
- https://www.bbc.com/news/articles/ce8p7p83vdzo
- https://www.theguardian.com/politics/2026/may/14/labour-mp-to-stand-down-to-allow-burnham-run-for-byelection-amid-leadership-row
- https://www.economist.com/britain/2026/05/14/anatomy-of-a-coup-against-keir
- https://www.theguardian.com/politics/2026/may/14/who-is-josh-simons-labour-mp-andy-burnham
- https://x.com/AndyBurnhamGM/status/2054964815626477773
- https://www.politico.eu/article/keir-starmer-uk-labour-leadership-crisis-andy-burnham-wes-streeting/


