×

เปิดไทม์ไลน์สหรัฐฯ – อิหร่าน โจมตีตอบโต้ หลังทรัมป์ยืนยันว่า ‘ข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดแล้ว’

13.07.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงไทม์ไลน์การโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

อิหร่านและสหรัฐฯ โจมตีตอบโต้กันอย่างดุเดือดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณอันน่ากังวลว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายร่วมลงนามกันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอาจล้มเหลว และสงครามอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง

 

 
 

ชนวนการสู้รบระลอกใหม่ปะทุขึ้นจากเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่อิหร่านพยายามจัดตั้งระบบถาวรสำหรับการเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบ และได้เตือนเรือต่างๆ ไม่ให้แล่นผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

โดยกองทัพสหรัฐฯ ทำการโจมตีตอบโต้ทันที ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวนั้น ‘สิ้นสุดลงแล้ว’ และเขาไม่อยากเจรจากับอิหร่านอีก

 

ส่วนอิหร่านก็ประกาศกร้าวว่า “จะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง”

 

และนี่คือไทม์ไลน์ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้

 

7 กรกฎาคม

 

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน โจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้กับโอมาน ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์

 

โดยอ้างว่าเรือทั้ง 3 ลำใช้เส้นทางเดินเรือที่ไม่ได้รับอนุญาต

 

การโจมตีเกิดขึ้นในขณะที่การจราจรทางน้ำผ่านช่องแคบฮอร์มุซค่อยๆ เพิ่มขึ้นภายหลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยรัฐบาลอิหร่านยืนกรานที่จะควบคุมเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบ

 

สถานการณ์ทวีความตึงเครียดอย่างรวดเร็ว กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ และประกาศว่าได้ทำการโจมตีเป้าหมายของอิหร่านมากกว่า 80 เป้าหมาย รวมถึงเรือเล็กของ IRGC มากกว่า 60 ลำ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ

 

ขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งยกเลิกการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรที่อนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันได้ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

 

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีไปยังพื้นที่พลเรือนเช่นท่าเรือและหอส่งสัญญาณโทรคมนาคมในเกาะเกชม์ เมืองบันดาร์อับบาส และเมืองซีริกของอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย

 

ขณะที่ IRGC ประกาศว่าได้โต้กลับ ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 85 แห่ง ในบาห์เรนและคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ โดยหัวหน้าผู้แทนเจรจาของเตหะรานประกาศว่า “ยุคแห่งการข่มขู่และการรีดไถสิ้นสุดลงแล้ว”

 

8 กรกฎาคม

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวก่อนร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO ที่ตุรกี โดยชี้ว่า MOU หรือบันทึกความเข้าใจในการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ‘สิ้นสุดลงแล้ว’

 

“สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบแล้ว ผมไม่อยากเจรจากับพวกเขาอีก” ทรัมป์ กล่าว แต่ชี้ว่าการเจรจายังสามารถเดินหน้าต่อไปได้

 

ทรัมป์ เผยว่า สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักอีกระลอก หลังจากที่อิหร่านทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวต แต่ยืนยันว่าเขาไม่คาดหวังว่า สถานการณ์จะเลวร้ายถึงขั้นกลับไปสู่ ‘สงครามเต็มรูปแบบ’

 

9 กรกฎาคม

 

IRGC ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซหลังจากได้โจมตีเรือบรรทุกสินค้าอีกลำหนึ่งโดยอ้างว่าใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต

 

ขณะที่รัฐบาลเตหะรานให้คำมั่นว่าจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง

 

10 กรกฎาคม

 

ทรัมป์ ประกาศคำขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม โดยกล่าวว่า เป็นการตอบโต้ต่อเสียงเรียกร้องให้สังหารเขาที่เกิดขึ้นในระหว่างพิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

 

11 กรกฎาคม

 

ช่วงคืนวันเสาร์ ทางการอิหร่านประกาศว่า ได้ปิดเส้นทางน้ำในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากยิงปืนเตือนไปโดนเรือลำหนึ่งที่แล่นในเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต

 

อิหร่านและโอมานได้หารือกันเกี่ยวกับการรับประกันความปลอดภัยในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าเส้นทางน้ำนี้ต้องเปิดให้เรือเดินทะเลใช้ได้ต่อไป

 

สื่อทางการอิหร่าน รายงานว่ามีการโจมตีทางอากาศและเสียงระเบิดดังขึ้นทางภาคใต้ของอิหร่าน รวมถึงเมืองบูเชห์และบันดาร์อับบาส

 

CENTCOM ประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน 140 แห่งในช่วงวันเสาร์ และตลอด 3 วันที่ผ่านมา โจมตีไปมากกว่า 300 แห่ง โดยเป็นการโจมตีเพื่อลดทอนความสามารถของอิหร่านในการโจมตีพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

ขณะที่ IRGC ประกาศว่าได้โจมตีตอบโต้ไปยังหลายเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในประเทศอ่าว รวมถึงโรงเก็บโดรนในจอร์แดน, สถานีเรดาร์ของสหรัฐฯ และระบบยิงจรวดในคูเวต และฐานสนับสนุนและเติมเชื้อเพลิงเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ในโอมานตลอดจนศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินเจ็ตในกาตาร์

 

การโจมตีของอิหร่านระลอกล่าสุดนี้ ถือเป็นการยกระดับทั้งในด้านความเร็วและขอบเขต โดยการโจมตีไปยังกาตาร์ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นหนึ่งผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาหยุดยิงและไม่ถูกโจมตีมาตั้งแต่เดือนเมษายน ส่งผลมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน จากสะเก็ดระเบิดที่เกิดจากการโจมตี ซึ่งทางการกาตาร์ออกแถลงการณ์ว่าอิหร่าน ‘ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างเต็มที่’ ต่อการโจมตีที่เกิดขึ้น

 

ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งไม่ถูกโจมตีมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ประกาศว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนได้ทำการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน

 

ส่วนโอมานได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านเพื่อประท้วงการโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้น และสถานทูตสหรัฐฯ ในโอมานได้แจ้งให้พลเมืองสหรัฐฯ ในหลบอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

 

12 กรกฎาคม

 

กองทัพสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างหนัก โดยเตหะรานได้โจมตีเป้าหมายของสหรัฐฯ ในประเทศต่างๆ ทั่วอ่าวเปอร์เซีย และประกาศว่าได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

 

ทิม ฮอว์กินส์ โฆษก CENTCOM กล่าวกับ CNN ว่า เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ได้ทำการยิงสกัดขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ Reuters เกี่ยวกับปฏิบัติการการโจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า “เรากำลังเล่นงานพวกเขาอยู่”

 

ทางด้านสื่ออิหร่านรายงานว่า มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและการระเบิดรอบๆ เมืองท่าซีริกและบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพในช่องแคบฮอร์มุซ และเกาะเกชม์ที่อยู่ใกล้เคียง

 

ทั้งนี้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุด ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ลงนามเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงคราม ภายหลังจากการเจรจาในช่วงเวลา 60 วันหลังลงนามข้อตกลง

 

ภาพ : Social Media/via REUTERS

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising