×

เจาะลึกทริปประวัติศาสตร์ ทำไมทรัมป์พามหาเศรษฐี-นักธุรกิจ 17 คนไปเยือนจีน?

14.05.2026
  • LOADING...
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมคณะผู้แทนเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่ง

การประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐอเมริกา กำลังได้รับการจับตามองในแวดวงธุรกิจครั้งใหญ่ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พาคณะผู้แทน 34 ชีวิตเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งในการพบกันระดับรัฐ

 

 

มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้ประกอบด้วยผู้นำธุรกิจยักษ์ใหญ่ถึง 17 คนที่มีความมั่งคั่งรวมกันทะลุหลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หนึ่งในนั้น คือ เจนเซน หวง CEO Nvidia ที่ทรัมป์ถึงกับต่อสายชักชวน และจอดเครื่องรับที่รัฐอะแลสกาในวินาทีสุดท้าย นับเป็นการส่งสัญญาณว่า ‘ธุรกิจต้องมาก่อน’ แม้การเจรจาภาคการเมืองจะสำคัญไม่แพ้กันก็ตาม

 

คำถามที่น่าสนใจคือ บรรดามหาเศรษฐีเหล่านี้บินข้ามโลกไปเพื่อเจรจาหรือต่อรองอะไรกับทางการจีน ทริปนี้มีวาระอะไรซ่อนเร้นหรือไม่ THE STANDARD เปิดลิสต์รายชื่อว่ามีใครอยู่บนเครื่องบินของทรัมป์บ้าง แล้วพวกเขาเดินทางไปเพื่ออะไร?

 

ใครไปเยือนจีนกับทรัมป์บ้าง

 

ตามรายงานหน้าสื่อ ทรัมป์พาคณะรัฐมนตรี ผู้แทนธุรกิจ และคนใกล้ชิด ขึ้นเครื่องบิน Air Force One มาเข้าร่วมในการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ รวมทั้งสิ้น 34 คน โดยแบ่งออกเป็นรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว 17 คน และผู้แทนทางธุรกิจ 17 คน

 

กลุ่มคนวงใน, คณะรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวประกอบด้วย

 

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
  • อีริก ทรัมป์ บุตรชายของทรัมป์
  • ลารา ทรัมป์ ภรรยาของ อีริก ทรัมป์
  • มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
  • พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
  • เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้า
  • ไมเคิล คราตซิออส ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดี
  • เจมส์ แบลร์ รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว
  • สตีเวน ชุง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารทำเนียบขาว
  • สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวฝ่ายนโยบาย
  • โรเบิร์ต กาเบรียล รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ
  • โบ แฮร์ริสัน รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว
  • รอสส์ เวิร์ธธิงตัน ผู้อำนวยการฝ่ายร่างสุนทรพจน์ ทำเนียบขาว
  • วอลต์ นอตา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการห้องทำงานรูปไข่
  • โมนิกา ครอว์ลีย์ หัวหน้าฝ่ายพิธีการทูต
  • เดวิด เพอร์ดู เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศจีน

 

ขณะที่กลุ่ม CEO และผู้แทนทางธุรกิจชั้นนำ แบ่งออกเป็น 17 คน ได้แก่ บริษัทเทคโนโลยี, การเงิน การบินและอวกาศ การเกษตร และสาธารณสุข โดย Forbes รายงานว่า ผู้บริหารทั้งเครื่องบินมีความมั่งคั่งรวมกันเป็นมูลค่าสูงถึงล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

  • บริษัทเทคโนโลยี: ทิม คุก (CEO Apple), จิม แอนเดอร์สัน (CEO Coherent), ดีนา พาวเวลล์ แมคคอร์มิค (ประธานและรองประธานคณะกรรมการ Meta), ซานเจย์ เมห์โรทรา (ประธานและ CEO Micron), เจนเซน หวง (CEO Nvidia), คริสเตียโน อามอน (ประธานและ CEO Qualcomm – เคยเข้าร่วมการเยือนจีนในปี 2017) และ อีลอน มัสก์ (CEO Tesla และ SpaceX)
  • บริษัทการเงิน: แลร์รี ฟิงก์ (CEO BlackRock), สตีเฟน ชวาร์ซแมน (CEO Blackstone), เจน เฟรเซอร์ (CEO Citigroup), เดวิด โซโลมอน (CEO Goldman Sachs), ไมเคิล มีบาค (CEO Mastercard) และ ไรอัน แมคอินเนอร์นีย์ (CEO Visa)
  • บริษัทการบินและอวกาศ: เคลลี ออร์ตเบิร์ก (CEO Boeing) และ แลร์รี คัลป์ (ประธานกรรมการและ CEO GE Aerospace)
  • บริษัทการเกษตรและสาธารณสุข: ไบรอัน ไซก์ส (ประธานและ CEO Cargill) และ จาค็อบ เธย์เซน (CEO Illumina)

 

แวนซ์ไม่เดินทางไป-รูบิโออยู่ในรายชื่อแบนทางการจีน แต่อาศัยช่องโหว่ทางภาษา

 

ทั้งนี้ มีรายงานจาก CNA ว่า รูบิโอถูกแบนจากทางการจีน ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก หลังเคยกล่าวหาว่า จีนละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายครั้ง แต่ปรากฏว่า ทางการปักกิ่งใช้ช่องว่างทางภาษา โดยสะกดชื่อของเขาในพยางค์แรกเป็นคำอื่น ตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2025

 

นักการทูตที่ไม่เปิดเผยตัวตนเชื่อว่า จีนทำการเปลี่ยนแปลงชื่อของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพราะรูบิโออยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ซึ่งรวมถึงการห้ามเดินทางเข้าประเทศ ขณะที่สถานทูตจีนประจำสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมาตอบกลับในประเด็นดังกล่าว

 

ส่วน เจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้เดินทางไปด้วย โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เขาเหมือนตัวละครในภาพยนตร์ Home Alone ที่ต้องเฝ้าบ้าน (ทำเนียบขาว) อย่าง เควิน แมคคัลลิสเตอร์ เพราะทรัมป์และคณะเดินทางไปจีนหมด พร้อมกับให้เหตุผลว่า เขาไม่ได้ไปด้วย เพราะหน่วยอารักขา (Secret Service) ไม่ให้ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีเดินทางไปไหนพร้อมกัน

 

CEO แต่ละคนไปทำอะไรในการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ

 

  • มีการคาดการณ์ว่า มัสก์ในฐานะเจ้าของ Tesla และ SpaceX กำลังเจรจาขอใบอนุญาตเพื่อให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxis) ในจีน ขณะที่ต้องการผลักดันยอดขายหุ่นยนต์ AI ของตนเองในตลาดจีน
  • นอกจากนี้ มัสก์ยังมีแผนจะซื้ออุปกรณ์ผลิตแผงโซลาร์จากซัพพลายเออร์จีนมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ แต่ดีลนี้อาจสะดุด เพราะจีนกำลังพิจารณาจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้นโยบายกีดกันทางการค้า
  • Reuters เผยบทความวิเคราะห์ว่า มัสก์เป็นทั้งไอดอลระดับโลกและภัยคุกคามความมั่นคงในสายตาจีน โดยในฐานะไอดอล เขามีผู้ติดตามถึง 2.3 ล้านคนใน Weibo จนได้รับฉายาว่า ‘พี่หม่า’ (Ma Ge) และเป็นแรงบันดาลใจให้ค่ายรถไฟฟ้าจีน ซึ่งก็พยายามเลียนแบบเทคโนโลยีของมัสก์
  • อย่างไรก็ตาม กองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) กังวลบทบาทของ Starlink มาก จากกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยกลัวว่า สหรัฐฯ จะใช้เทคโนโลยีนี้ในเอเชีย ซึ่งบีบให้จีนต้องรีบพัฒนาเทคโนโลยี
  • แต่มีความเชื่อว่า มัสก์กับรัฐบาลจีนมีผลประโยชน์ตรงกันเกือบ 100% ทั้งเรื่อง EV, รถยนต์ไร้คนขับ, AI, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และอินเทอร์เฟซเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ แม้คู่แข่งอย่าง BYD หรือ Chery จะพัฒนาไล่ตามมาติดๆ แต่ Tesla ยังถูกมองว่า เป็นต้นแบบด้านซอฟต์แวร์และนวัตกรรมที่ค่ายรถจีนต้องศึกษา
  • ส่วน เจนเซน หวง CEO Nvidia กำลังหาทางออกจากมาตรการจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ หลังไม่สามารถขายชิปให้กับจีน ขณะที่ปักกิ่งต้องการผลักดันเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างการใช้ชิปที่ผลิตเองโดยบริษัท Huawei
  • ล่าสุด สำนักข่าว Reuters รายงานว่า สหรัฐฯ ได้อนุมัติให้บริษัทจีนประมาณ 10 แห่ง เช่น Alibaba, Tencent, ByteDance และ JD.com รวมถึงบริษัทตัวแทนอย่าง Lenovo และ Foxconn สามารถซื้อชิป AI ของ Nvidia รุ่น H200 ได้ โดยจำกัดที่รายละ 7.5 หมื่นตัว
  • รายงานระบุว่า ทรัมป์เจรจาให้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่วนแบ่งรายได้ 25% จากยอดขายชิป โดยมีเงื่อนไขว่า ชิปต้องถูกส่งผ่านดินแดนสหรัฐฯ ก่อนส่งไปจีน เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมส่งออกโดยตรง
  • อย่างไรก็ดี ทางการจีนมีความกังวลว่า หากนำเข้าชิปจากสหรัฐฯ จะทำให้โครงการพัฒนาชิป AI ของประเทศอ่อนแอลง ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า การที่หวงเดินทางไปกับทรัมป์เป็นความพยายามครั้งสำคัญในการปลดล็อกการขายชิป H200 ที่ค้างคาอยู่
  • ส่วนการไปของออร์ตเบิร์ก CEO Boeing เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ล็อตใหญ่ของสายการบินจีน ซึ่งอาจมีจำนวนสูงถึง 500 ลำ โดยออร์ตเบิร์กเคยระบุว่า ดีลนี้ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ 100%
  • ปัจจุบัน มีรายงานว่า Boeing กำลังเสียเปรียบอย่างหนักให้กับคู่แข่งอย่าง Airbus ที่กวาดดีลจากจีนไปแล้วกว่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2025
  • ขณะที่ BBC หมายเหตุว่า การเยือนจีนของเมห์โรทรา CEO Micron น่าสนใจมาก เพราะจีนเคยสั่งแบนชิปของ Micron ในปี 2023 โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคง ซึ่งคาดว่า เขาอาจไปแก้ปัญหาและฟื้นฟูธุรกิจในจีนโดยตรง
  • สำหรับการไปของกลุ่มผู้บริหารด้านการเงิน อย่าง Blackstone, BlackRock, Goldman Sachs, Citigroup, Visa และ Mastercard อาจเป็นการรวมพลังผลักดันให้จีนเปิดเสรีและลดมาตรการกีดกัน เพื่อให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้าถึงตลาดภาคการเงินของจีนได้มากขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า เขาต้องการให้จีนเปิดเสรียิ่งขึ้น
  • ปิดท้ายที่ CEO จาก Cargill ยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตร มีการคาดการณ์ว่า เขาจะไปเจรจาให้จีนกลับมาซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ อย่างถั่วเหลืองอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ จีนได้หันไปนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลและอเมริกาใต้ เพื่อตอบโต้นโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์

 

ภาพ: Evan Vucci / Reuters

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising