×

ชาวอิหร่านเผชิญวิกฤตปากท้อง สงครามดันเงินเฟ้อ-ราคาอาหารพุ่ง

โดย THE STANDARD TEAM
12.05.2026
  • LOADING...
ชาวอิหร่านเผชิญวิกฤตปากท้องเนื่องจากสงครามที่ส่งผลให้เงินเฟ้อและราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น

ชาวอิหร่านกำลังเผชิญกับราคาอาหารพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรง โดยอัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์และเงินเรียลที่อ่อนค่าลงอย่างหนักกำลังคุกคามความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนในอิหร่าน ขณะที่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางสถานการณ์การปิดล้อมทางทะเลโดยสหรัฐฯ

 

 

ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน กล่าวต่อกลุ่มเจ้าหน้าที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในระหว่างการหารือเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยระบุว่า “ประชาชนต้องเข้าใจสภาพความเป็นจริงและข้อจำกัดของประเทศ” พร้อมเสริมว่า “เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเผชิญกับอุปสรรคในเส้นทางนี้ แต่ด้วยความร่วมมือและความสามัคคีของคนในชาติ เราจะสามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้”

 

เงินเฟ้อสูง-ราคาอาหารพุ่ง-ค่าเงินเรียลดิ่ง

 

คำกล่าวของเปเซชเคียนมีขึ้นหลังจากที่ศูนย์สถิติแห่งอิหร่าน (SCI) เปิดเผยก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวันว่า ในเดือนฟาร์วาร์ดิน (Farvardin) หรือเดือนแรกตามปฏิทินเปอร์เซีย ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน อัตราเงินเฟ้ออิหร่านพุ่งสูงถึง 73.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ธนาคารกลางอิหร่านรายงานตัวเลขที่ต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 67% ต่อปี และ 7% ต่อเดือน

 

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขจะต่างกันตามวิธีการคำนวณ แต่ข้อมูลจากทั้งสองสถาบันต่างสะท้อนภาพเดียวกันคือ เงินเฟ้อกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างน่าวิตก และกำลังทำให้ชาวอิหร่านยากจนลงเรื่อยๆ

 

ชาวอิหร่านรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเตหะราน กล่าวกับ Al Jazeera ว่า สินค้าบางอย่างที่เดือนที่แล้วยังซื้อได้ มาตอนนี้กลับซื้อไม่ไหวแล้ว “และไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว ฉันคิดว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่ในสังคมก็ไม่สามารถซื้อของที่ต้องการได้เหมือนกัน”

 

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ เงินเฟ้อในหมวดอาหารพุ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมาก หมายความว่าคนอิหร่านต้องเจียดเงินในกระเป๋ามากขึ้นเพื่อมาซื้อข้าวของเครื่องใช้พื้นฐาน ในขณะที่เงินเดือนหดลงๆ

 

SCI รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อด้านอาหารพุ่งถึง 115% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยสินค้าจำเป็นหลายชนิดมีราคาสูงขึ้นกว่าสามเท่า ไม่ว่าจะเป็นไขมันพืช (solid vegetable oil) ที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในอัตรา 375%, น้ำมันปรุงอาหาร (liquid cooking oil) เพิ่มขึ้น 308%, ข้าวนำเข้า เพิ่มขึ้น 209%, ข้าวในประเทศ เพิ่มขึ้น 173%, เนื้อไก่ เพิ่มขึ้น 191% ในขณะที่สินค้าอย่างเนย เพิ่มขึ้น 48%, นมผงสำหรับเด็กทารก 71% และพาสต้า 75% ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีการปรับตัวขึ้นน้อยที่สุด

 

ลูกจ้างหนุ่มที่ร้านเคบับแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน เล่าว่า ร้านของเขาปรับราคาขึ้นไปแล้วถึงสามครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา “ราคาตับแพงขึ้นเป็นสองเท่า พอถามว่าทำไม ซัพพลายเออร์ก็บอกว่าของขาดบ้าง หรือไม่ก็บอกว่าแกะถูกส่งออก จริงๆ แล้วไม่มีใครดูแลเรื่องนี้จริงจังเลย”

 

ขณะเดียวกัน ค่าเงินเรียลของอิหร่านทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาซื้อขายล่าสุด ณ วันอาทิตย์ อยู่ที่ประมาณ 1.77 ล้านเรียลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ประมาณ 830,000 เรียลต่อดอลลาร์

 

แผนสมคบคิดของศัตรู หรือความล้มเหลวในการบริหาร?

 

เปเซชเคียน และอับดุลนาเซอร์ เฮมมาติ ผู้ว่าการธนาคารกลางอิหร่าน ต่างรับทราบถึงปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งขึ้น โดยกล่าวโทษว่าเป็นเพราะสงครามที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

 

ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยการแจกเงินอุดหนุนและคูปองอิเล็กทรอนิกส์เพื่อซื้อสินค้าจำเป็น ซึ่งรวมแล้วมีมูลค่าไม่ถึง 10 ดอลลาร์ต่อคนต่อเดือน ขณะเดียวกันก็พยายามเดินหน้าปราบปรามการกักตุนสินค้าที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาราคาสินค้าแพง ด้วยการดำเนินคดีกับผู้ที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาและกักตุนสินค้า

 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามาตรการเหล่านี้ยังไม่เห็นผล เนื่องจากขาดแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาคที่ชัดเจน

 

ด้านสมาชิกรัฐสภากลุ่มหัวรุนแรง รวมถึงสื่อที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ออกมาตั้งข้อสงสัยว่าราคาสินค้าที่พุ่งสูงนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ โดยระบุว่าเป็นปฏิบัติการ “แก้แค้นทางเศรษฐกิจ” ของฝ่ายศัตรูที่พ่ายแพ้ในสมรภูมิรบ

 

ขณะเดียวกัน ความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งหมดในประเทศที่ดำเนินมานานกว่า 70 วันแล้ว และคาดว่าจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าสงครามจะสิ้นสุด แม้เจ้าหน้าที่จำนวนมากในรัฐบาล บริษัทโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต บริษัทโทรคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐ ต่างแสดงความไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งเป็นคำสั่งจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด

 

ด้วยเหตุนี้ ประชาชนและภาคธุรกิจของอิหร่านจึงกำลังถูกบีบคั้นอย่างหนักจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพภายในประเทศ มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก ผลกระทบจากภาวะสงครามที่ทำให้ประเทศถูกปิดล้อม ไปจนถึงการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจสะท้อนได้จากแถลงการณ์ของสมาคมธุรกิจออนไลน์ที่ระบุว่า “ระบบนิเวศสตาร์ตอัปของประเทศได้ตายไปแล้ว”

 

ภาพ: Majid Asgaripour/WANA (West Asia News Agency) via REUTERS

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising