หลังจากถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมมานานกว่า 240 วัน ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญอีกครั้ง เมื่อมีกำหนดจะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษรอบที่ 2 ในวันพรุ่งนี้ 11 พฤษภาคม 2569
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งการรับโทษในครั้งนี้เกิดขึ้นจากคำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯ ที่สั่งให้มีการนับโทษใหม่ทั้งหมด อันเนื่องมาจากข้อบกพร่องในกระบวนการบังคับโทษในช่วงเริ่มต้น
จากชั้น 14 สู่การบังคับโทษที่ชอบด้วยกฎหมาย
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยและถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกรวม 8 ปี ก่อนจะได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือเพียง 1 ปี อย่างไรก็ตาม ในคืนแรกของการรับโทษ ทักษิณถูกส่งตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครไปยังโรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ทันทีด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ และพำนักรักษาตัวอยู่นานถึง 6 เดือน จนกระทั่งได้รับการพักโทษครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2568 เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ดำเนินการไต่สวนเวชระเบียนและพยานหลักฐานทางการแพทย์ ก่อนจะมีคำวินิจฉัยว่า การรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวขัดต่อหลักเกณฑ์ของกฎหมายราชทัณฑ์ โดยมีการส่งตัวข้ามขั้นตอนโดยไม่ผ่านการประเมินจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และอาการป่วยส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน อีกทั้งข้อเสนอเรื่องการผ่าตัดตามที่กล่าวอ้างก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงมีคำสั่งไม่ให้นับรวมระยะเวลาที่โรงพยาบาลตำรวจเป็นวันรับโทษ และสั่งให้เริ่มนับโทษจำคุก 1 ปีใหม่ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 เป็นต้นมา ส่งผลให้ทักษิณต้องกลับเข้าสู่เรือนจำกลางคลองเปรมเพื่อรับโทษจำคุกตามจริงนับแต่นั้น
เงื่อนไขการพักโทษครั้งที่ 2 และมาตรการคุมประพฤติเข้มงวด
ภายหลังจากรับโทษจริงในเรือนจำกลางคลองเปรมกว่า 243 วัน ทักษิณจะเข้าสู่เกณฑ์พิจารณาพักโทษอีกครั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 และมีกำหนดได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ซึ่งการพักโทษรอบนี้มีความแตกต่างจากครั้งแรกอย่างมีนัยสำคัญ โดยทักษิณจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติอย่างเข้มงวดเป็นเวลา 4 เดือนเต็ม
เงื่อนไขสำคัญที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้ประกอบด้วย การต้องสวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ กำไล EM ตลอดเวลา และถูกจำกัดพื้นที่พำนักให้อยู่เพียงภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า เขตบางพลัด เท่านั้น โดยห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนดนัดหมายทุกเดือน หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขประการใดประการหนึ่ง เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเพิกถอนการพักโทษและส่งตัวกลับเข้ารับโทษที่เหลือในเรือนจำทันที
การพ้นโทษโดยสมบูรณ์และคดีความที่ยังค้างคา
เมื่อครบกำหนดการคุมประพฤติในวันที่ 9 กันยายน 2569 กรมราชทัณฑ์จะดำเนินการออกเอกสารใบบริสุทธิ์ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าทักษิณได้พ้นโทษตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะมีผลต่อการปลดรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากร และคืนสิทธิในการเดินทางไปต่างประเทศตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ภาระโทษจำคุกในคดีเดิมจะสิ้นสุดลง แต่ทักษิณยังคงมีประเด็นความสุ่มเสี่ยงทางกฎหมายจากคดีตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งเป็นผลจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 แม้ในปัจจุบันศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว
แต่คดียังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของชั้นอุทธรณ์ โดยอัยการสูงสุดมีความเห็นให้ดำเนินการอุทธรณ์ต่อและอยู่ในขั้นตอนการร่างคำฟ้องอุทธรณ์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานะและบทบาทของทักษิณในอนาคต
การปล่อยตัวครั้งนี้จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากหลากฝ่าย ทั้งในมิติของความเท่าเทียมในกระบวนการยุติธรรม และทิศทางการเคลื่อนไหวภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์


