×

‘อรรถกร’ อัดรัฐบาลออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้รวบอำนาจ-เลี่ยงการตรวจสอบจากสภาฯ หวั่นทิ้งภาระหนี้ให้ประชาชน

โดย THE STANDARD TEAM
09.05.2026
  • LOADING...
อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม

วันนี้ (9 พฤษภาคม) เวลา 14.40 น. อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาคัดค้านและตั้งข้อสังเกต ต่อกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 มีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงินสูงถึง 400,000 ล้านบาท

 

โดยระบุว่า สังคมกำลังตั้งคำถามถึงความจำเป็นและความโปร่งใสของการใช้อำนาจในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้ารวบอำนาจการบริหาร และพยายามหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบจากสภาผู้แทนราษฎร

 

อรรถกร ชี้แจงเหตุผลว่า วงเงินกู้ที่มีมูลค่ามหาศาลระดับ 400,000 ล้านบาท ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะถูกรวบรัดจัดทำเป็นกฎหมายฉบับเดียวผ่านการใช้อำนาจ พ.ร.ก. แต่ควรดำเนินการแยกย่อยเป็นรายโครงการ และนำเสนอเข้าสู่กระบวนการตราเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนของประชาชน หรือ สส. จากทุกพรรคการเมือง ได้ร่วมกันพิจารณา ตรวจสอบรายละเอียด และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส

 

“เรื่องใดที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก็สามารถดำเนินการได้ แต่เรื่องใดที่ไม่เร่งด่วน รัฐบาลไม่ควรนำมาปะปนกันจนกลายสภาพเป็นเสมือนเช็คเปล่า ที่ปล่อยให้รัฐบาลใช้จ่ายเงินได้ตามอำเภอใจ ประเทศนี้ไม่ใช่บริษัทเอกชนของคนเพียงไม่กี่คน การเลือกใช้ช่องทาง พ.ร.ก. ในการกู้เงินครั้งนี้ ถือเป็นการลิดรอนบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติ และตัดโอกาสของประชาชนในการมีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน ทั้งที่ภาระหนี้สินก้อนนี้จะตกอยู่กับประชาชนทั้งประเทศในระยะยาว” อรรถกร ระบุ

 

โฆษกพรรคกล้าธรรม ยังได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยระบุว่า รัฐบาลกำลังสร้างภาระหนี้สาธารณะครั้งประวัติศาสตร์ แต่กลับไม่สามารถชี้แจงความชัดเจนได้ว่า ประชาชนจะได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร

 

ในขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจฐานรากยังคงซบเซา กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย (SME) และผู้ใช้แรงงาน ยังไม่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการของรัฐในช่วงที่ผ่านมา สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ คือการนำโครงการที่ประชาชนยังเคลือบแคลงสงสัย มาบังคับให้สังคมต้องยอมรับ ทั้งที่ยังมีข้อกังขาในเรื่องผลประโยชน์ ความคุ้มค่า และความโปร่งใส สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลยังคงยึดติดกับกรอบความคิดเดิม คือ กู้ก่อน แจกก่อน แล้วค่อยมาตอบคำถามทีหลัง

 

นอกจากนี้ อรรถกร ยังได้พาดพิงถึงนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาล โดยระบุว่า ท้ายที่สุดแล้ว บุคคลที่ต้องรับภาระชดใช้หนี้ ไม่ใช่นักการเมือง หรือรัฐมนตรี แต่คือประชาชนทั้งประเทศและลูกหลานในอนาคต ขอยกตัวอย่างกรณีของพรรคภูมิใจไทย ที่เคยหาเสียงเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยยืนยันว่าจะใช้วงเงินจากงบประมาณแผ่นดินปกติ แต่ในวันนี้กลับกลืนน้ำลายตัวเอง และออกมายอมรับว่าต้องทำการกู้เงินจึงจะมีเม็ดเงินมาแจกจ่ายได้

 

ในตอนท้ายอรรถกร ได้กล่าวสรุปว่า ประเทศชาติไม่สมควรถูกบริหารด้วยแนวคิดแบบรวมศูนย์อำนาจ ที่ปล่อยให้บุคคลเพียงไม่กี่คนบนหอคอยงาช้าง เป็นผู้ตัดสินใจแทนประชาชนทั้งประเทศ โดยปราศจากกลไกการตรวจสอบที่รอบด้านและรัดกุม เพราะผลลัพธ์สุดท้าย ความเสียหายและภาระหนี้สินทั้งหมด จะถูกผลักให้ประชาชนคนไทยต้องร่วมกันรับผิดชอบไปอีกหลายสิบปี

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising