×

Google เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่ไร้หน้าจอ ราคาเริ่ม 3,218 บาท ท้าชน Whoop แบบไม่ต้องจ่ายสมาชิกรายปี

08.05.2026
  • LOADING...
ภาพ Google เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่ไร้หน้าจอ

Google เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอ ราคา 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,218 บาท) เมื่อวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) ที่ผ่านมา ถือเป็นการขยับเข้าชนกับ Whoop และผู้ผลิตอุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไร้หน้าจอรายอื่นๆ โดยตรง

 

 

Fitbit Air มาพร้อมฟีเจอร์ติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายครบถ้วน ทั้งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง, การตรวจจับจังหวะหัวใจพร้อมแจ้งเตือนภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (A-fib), ระดับออกซิเจนในเลือด, อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก, ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ ตลอดจนระยะและช่วงการนอนหลับ

 

Google ระบุในบล็อกโพสต์ว่า อุปกรณ์ตัวนี้ออกแบบมาสำหรับคนที่มองว่าอุปกรณ์สวมใส่ทั่วไปเทอะทะ, ใช้งานยุ่งยาก หรือราคาแพง พร้อมเน้นว่า Fitbit Air นั้นเรียบง่าย, ราคาเอื้อมถึงได้ และสวมใส่สบายพอที่จะใส่ตลอด 24 ชั่วโมง

 

เล็กลงกว่ารุ่นพี่ครึ่งหนึ่ง แบตอึดทั้งสัปดาห์

 

Fitbit Air ขนาดเล็กลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยเล็กกว่า Fitbit Luxe 25% และเล็กกว่า Inspire 3 ถึง 50% สอดคล้องกับชื่อ ‘Air’ ที่ใช้ ตัวอุปกรณ์มีน้ำหนัก 12 กรัม (รวมสาย) และ 5.2 กรัม (ไม่รวมสาย)

 

การใช้งานนั้นตัวอุปกรณ์จะตรวจจับและบันทึกกิจกรรมต่างๆ ได้อัตโนมัติ พร้อมเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้และปรับให้เป็นส่วนตัวมากขึ้นเมื่อใช้นานขึ้น แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 1 สัปดาห์ และระบบชาร์จเร็วสามารถเติมพลังงานสำหรับ 1 วันได้ในเวลาเพียง 5 นาที กันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร

 

เนื่องจากไม่มีหน้าจอและปุ่มกด Fitbit Air จึงใช้การสั่นเตือนสำหรับฟังก์ชันนาฬิกาปลุก พร้อมไฟดวงเล็กที่ใช้บอกสถานะแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ นอกจากนี้ยังรองรับการบันทึกกิจกรรมและมื้ออาหารผ่านเสียงพูด แต่ไม่สามารถตอบกลับด้วยเสียงเหมือนสมาร์ตโฟนหรือสมาร์ตวอตช์

 

ตัวอุปกรณ์มี 4 สีให้เลือก ได้แก่ Obsidian, Fog, Lavender และ Berry และเปิดตัวพร้อมสายรัด 3 แบบ คือ ‘Performance Loop Band’ ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและระบายอากาศได้ดี, ‘Active Band’ กันน้ำ และ ‘Elevated Modern Band’ ที่เน้นความเรียบหรู โดยสายรัดเพิ่มเติมราคา 35 ดอลลาร์ (ราว 1,126 บาท)

 

Fitbit Air ยังจับคู่กับ Pixel Watch ได้ ผู้ใช้สามารถใส่ Pixel Watch ในระหว่างวัน และเปลี่ยนมาใส่ Fitbit Air ตอนกลางคืนหรือระหว่างออกกำลังกาย เพื่อความสบายมากขึ้น โดยเปิดให้พรีออเดอร์แล้ว และจะเริ่มวางขายในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้

 

โมเดลธุรกิจที่ต่างจาก Whoop

 

หน้าตาของ Fitbit Air ละม้ายคล้ายกับอุปกรณ์ของ Whoop คือเป็นสายผ้านุ่มที่มีชุดแบตเตอรี่และเซ็นเซอร์ติดอยู่ด้านล่าง แต่ความแตกต่างใหญ่อยู่ที่โมเดลธุรกิจ Google เก็บค่าฮาร์ดแวร์ครั้งเดียว พร้อมค่าสมัครสมาชิก Google Health แบบไม่บังคับ เดือนละ 10 ดอลลาร์ (ราว 322 บาท) ขณะที่ Whoop ไม่คิดค่าฮาร์ดแวร์ แต่เก็บค่าสมาชิกรายปี เริ่มต้นที่ 200 ดอลลาร์ (ราว 6,436 บาท)

 

เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น Fitbit Air ยังมีราคาต่ำกว่า Oura Ring จาก Oura Health ที่เริ่มต้น 349 ดอลลาร์ (ราว 11,231 บาท) และ Apple Watch SE 3 รุ่นถูกที่สุดของ Apple ที่ 249 ดอลลาร์ (ราว 8,013 บาท) รวมถึง Pixel Watch 4 ของ Google เองที่ราคา 349 ดอลลาร์ (ราว 11,231 บาท)

 

Google ยังเปิดตัว Google Health Coach โค้ชด้านฟิตเนส, การนอน และสุขภาพแบบครบในที่เดียวที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini ซึ่งเปิดให้ใช้สำหรับสมาชิก Google Health Premium ทำหน้าที่ออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล วิเคราะห์พฤติกรรมการนอน และอื่นๆ โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 19 พฤษภาคม

 

ริชิ จันทรา ผู้ดูแลธุรกิจอุปกรณ์สวมใส่และสุขภาพของ Google ระบุในการสัมภาษณ์ว่า การเปิดตัว Fitbit Air คือจุดเริ่มต้นการกลับมาของ Fitbit หลังเงียบหายไปหลายปี โดยเขามอง Fitbit เป็นแบรนด์ที่จะใช้ทำตลาดกับผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งใช้งานได้ทั้งบน iOS และ Android ส่วน Pixel Watch จะวางตัวให้กับกลุ่มผู้ใช้ที่ผูกพันกับ Pixel และ Android อยู่แล้ว

 

“เราเชื่อว่าคลื่นนวัตกรรมต่อไปของเทคโนโลยีสวมใส่ จะก้าวข้ามจากการให้ข้อมูลเฉยๆ ไปสู่การช่วยให้คุณตีความและลงมือทำตามข้อมูลเหล่านั้นได้” จันทรากล่าว

 

ตลาดอุปกรณ์ติดตามแบบไร้หน้าจอกำลังบูม

 

การเปิดตัว Fitbit Air เกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดอุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไร้หน้าจอกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Oura ผู้ผลิตสมาร์ตริง ระดมทุนได้มากกว่า 900 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.89 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ Whoop ระดมทุนได้ 575 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.85 หมื่นล้านบาท) เมื่อเดือนมีนาคม โดยทั้งสองบริษัทมีมูลค่ากิจการเกิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3.22 แสนล้านบาท)

 

ข้อมูลจาก Circana บริษัทวิจัยตลาดระบุว่า ยอดซื้ออุปกรณ์ติดตามฟิตเนสในสหรัฐฯ เติบโต 88% ระหว่างปี 2024-2025 โดยเฉพาะกลุ่มสมาร์ตริงที่เติบโตถึง 195%

 

จากข้อมูลของ IDC ในตลาดสายรัดข้อมือทั่วโลกปี 2025 พบว่า Fitbit ครองส่วนแบ่งราว 6% และ Whoop 2% ขณะที่ผู้ผลิตจีนยังครองตลาดอย่างเหนียวแน่น โดย Xiaomi กินส่วนแบ่งราวครึ่งหนึ่ง ตามด้วย Huawei ราว 25% และ Samsung 10%

 

วิลล์ อาห์เหม็ด ซีอีโอของ Whoop เคยกล่าวว่า อุปกรณ์ติดตามแบบสวมใส่ตลอด 24 ชั่วโมงจะช่วยตรวจจับ “ความผิดปกติเล็กๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพ” ซึ่งการตรวจสุขภาพประจำปีไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะเป็นเพียงภาพ ณ ช่วงเวลาหนึ่งโดยปราศจากบริบท

 

เมื่อไม่มีหน้าจอ แบตเตอรี่จึงใช้พลังงานเฉพาะเซ็นเซอร์ ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ใช้งานได้นานกว่า Apple Watch มาก โดย Fitbit Air ใช้งานได้ 1 สัปดาห์ Oura Ring อยู่ที่ราว 8 วัน ส่วน Whoop 5.0 ใช้งานได้นานถึง 2 สัปดาห์

 

ฮอลลี เชลตัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Oura กล่าวว่า “ผู้คนกำลังมองหาประโยชน์จากเทคโนโลยีสุขภาพ โดยไม่ต้องถูกหน้าจออีกชิ้นดึงดูดความสนใจตลอดเวลา” และเมื่อไม่มีการแจ้งเตือน ผู้ใช้สามารถเลือกเองได้ว่าจะดูข้อมูลบ่อยแค่ไหนก็ได้

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.18 บาท ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569

 

ภาพ : Courtesy of Google

 

อ้างอิง:

 

 

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories