ย้อนกลับไปในปี 2019 ณ สวนสาธารณะพราเตอร์ กรุงเวียนนา โลกได้เห็น เอเลียด คิปโชเก วิ่งผ่านเส้นชัยด้วยเวลา 1:59:40 ชั่วโมง ในโครงการ INEOS 1:59
แม้ในวันนั้นสถิติจะไม่ถูกรับรองอย่างเป็นทางการเนื่องจากเงื่อนไขพิเศษด้านสภาพแวดล้อม แต่คิปโชเกได้ทิ้งคำกล่าวที่เปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาลว่า “No Human Is Limited” (ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ถูกขีดจำกัดไว้)
7 ปีผ่านไป คำกล่าวหนนั้นไม่ใช่แค่ประโยคสวยหรูอีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ในศึก ลอนดอน มาราธอน 2026 เมื่อกำแพง ‘Sub-2’ ถูกทลายลงอย่างราบคาบในการแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ซาบาสเตียน ซาเว นักวิ่งชาวเคนยาวัย 30 ปี จารึกชื่อเป็นมนุษย์คนแรกที่วิ่งมาราธอนต่ำกว่า 2 ชั่วโมงในรายการรับรองผล ด้วยเวลา 1:59:30 ชั่วโมง เขาไม่ได้แค่ชนะ แต่ในรายละเอียด..ยังพบว่า เขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการผ่านครึ่งทางแรกที่ 1:00:29 ชั่วโมง ก่อนจะระเบิดพลังในช่วง 10 กิโลเมตรสุดท้าย ทิ้งห่างคู่แข่งและทุบสถิติโลกเดิมของ เคลวิน คิปตัม ผู้ล่วงลับ ลงได้มากกว่า 1 นาที
ความมหัศจรรย์ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อ โยมิฟ เคเยลชา ผู้ไล่บดบี้มาติดๆ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ด้วยเวลา 1:59:41 ชั่วโมง กลายเป็นนักวิ่งคนที่สองของโลกที่ทำ Sub-2 ได้ในรายการเดียวกัน
ทันทีที่กำแพงถูกทลาย เอเลียด คิปโชเก ผู้ที่เคยจุดประกายความเชื่อนี้ ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจว่า “วันนี้คือวันแห่งประวัติศาสตร์ของวงการมาราธอน!
“การได้เห็นนักกีฬาสองคนทลายกำแพง 2 ชั่วโมงที่ลอนดอน คือข้อพิสูจน์ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เป็นไปได้ เมื่อพรสวรรค์ ความก้าวหน้า และความเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์มารวมกัน ผมขอแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้งต่อทั้ง เซบาสเตียน ซาเว และ โยมิฟ เคเยลชา”
คิปโชเกยังระบุอีกว่า การทำ Sub-2 คือความฝันอันยาวนานของนักวิ่งทั่วโลก และในวันนี้ทั้งคู่ได้ทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมา
“ในโครงการ INEOS 1:59 เราแสดงให้โลกเห็นว่ามันเป็นไปได้ และความหวังของผม..คือการได้เห็นนักกีฬาคนอื่นสานต่อความเชื่อนี้ และทลายกำแพงมนตราในรายการซิตี้มาราธอน…
“ขอให้ความสำเร็จนี้สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง และย้ำเตือนทุกคนในโลกว่า No Human Is Limited”


อ้างอิง:


