งานมหกรรมยานยนต์นานาชาติปักกิ่ง (Beijing International Auto Show) หรือ Auto China ครั้งที่ 19 เปิดฉากเมื่อวันที่ 24 เมษายน ซึ่งปีนี้เป็นโอกาสครบรอบ 3 ปีของแบรนด์ OMODA & JAECOO ภายใต้ร่ม Chery โดยผู้บริหารได้ใช้งานนี้ประกาศความสำเร็จว่า ในเดือนเมษายน 2026 ยอดขายสะสมทั่วโลกของ OMODA & JAECOO ได้พุ่งทะลุ 1 ล้านคัน ซึ่งสร้างสถิติการแตะหลักล้านคันได้เร็วที่สุดสำหรับแบรนด์รถยนต์น้องใหม่ในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์โลก
นับตั้งแต่เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกในปี 2023 OMODA & JAECOO รักษาอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าแบบปีต่อปีต่อเนื่องกัน 3 ปี และเฉพาะในเดือนมีนาคม 2026 เพียงเดือนเดียว มียอดขายต่อเดือนสูงกว่า 60,000 คัน ขณะที่แบรนด์รถยนต์ดั้งเดิมอาจใช้เวลานานกว่าทศวรรษในการทำยอดขายให้ถึง 1 ล้านคัน แต่ OMODA & JAECOO กลับบรรลุหมุดหมายนี้ได้ในเวลาเพียง 3 ปี ขึ้นแท่นเป็นผู้สร้างสถิติใหม่ในระดับสากล
JAECOO 7 ครองแชมป์ยอดขายในอังกฤษ ตลาดยุโรปสัดส่วนพุ่ง 40% – บุกทะลวงตลาดมาตรฐานสูงสำเร็จ
ด้วยดีเอ็นเอการเป็นแบรนด์ระดับโลก (Born Global) OMODA & JAECOO จึงมีความเชี่ยวชาญในการขยายตลาดต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในเวลาเพียง 3 ปี แบรนด์ได้บุกเข้าสู่ตลาดหลัก 69 แห่งทั่วโลก รวมถึง 18 ประเทศในสหภาพยุโรป, 15 ประเทศพวงมาลัยขวา และ 36 ประเทศพวงมาลัยซ้าย ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่าย 1,364 ราย โดยเฉลี่ยจะมีการเปิดตลาดใหม่ในทุกๆ 16 วัน และมีการเปิดโชว์รูมใหม่ ณ ที่ใดที่หนึ่งบนโลกในทุกวัน
ในประเทศสเปน ผลสำรวจร่วมระหว่าง PwC Spain และ Faconauto (สมาคมผู้ประกอบการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์) ให้คะแนน OMODA & JAECOO สูงถึง 9.9 คะแนน ทำให้เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้แทนจำหน่าย ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากพันธมิตรระดับโลกได้เป็นอย่างดี
ยุโรปได้กลายเป็นขุมพลังหลักในการเติบโต โดยมีสัดส่วนยอดขายถึง 41.5% ของยอดรวมทั่วโลก และมีการเติบโตพุ่งสูงถึง 246% เมื่อเทียบปีต่อปีในเดือนมีนาคม 2026 ส่วนในสหราชอาณาจักร OMODA & JAECOO ครองอันดับ 6 ของยอดขายรวมแบรนด์รถยนต์ด้วยส่วนแบ่งตลาด 4.7% และมียอดขาย 17,951 คันในเดือนเดียว โดยเฉพาะรุ่น JAECOO 7 ที่ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในตารางยอดขายรถยนต์รุ่นต่างๆ จนสื่อต่างชาติยกย่องว่าเป็น “รถยนต์สัญชาติจีนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุโรปแบบไร้คู่แข่ง” สำหรับในสเปนและอิตาลี ยอดขายต่อเดือนพุ่งเกิน 3,000 คัน โดยอิตาลีมีการเติบโตรายเดือนถึงสามหลัก ขณะที่โปแลนด์มียอดขายต่อเดือนเกิน 2,000 คัน แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ไม่ได้เพียงแค่เข้าสู่ตลาดยุโรปเท่านั้น แต่ยังสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ
ร่วมสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่ากับคนรุ่นใหม่ ไม่ยอมลดละทั้งด้านนิยามผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
เบื้องหลังความสำเร็จ 1 ล้านคันคือความมุ่งมั่นของ OMODA & JAECOO ที่ให้ผู้ใช้งานเป็น “ผู้นิยาม” ก่อนการเปิดตัวรถแต่ละรุ่น แบรนด์ได้ทำการสำรวจเชิงลึกหลายพันครั้งในหลายสิบประเทศ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นโดยตรงทางออนไลน์และกิจกรรมเวิร์กช็อปกับลูกค้ากลุ่มแรก (Angel Customers) เพื่อเปลี่ยนความต้องการที่แท้จริงให้เป็นภาษาของผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
- ด้านผลิตภัณฑ์: แบรนด์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้อย่างแม่นยำ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่รักแฟชั่นและต้องการสะท้อนตัวตน OMODA 7 ซึ่งวางตำแหน่งเป็น “งานศิลปะชั้นสูงที่เคลื่อนที่ได้” (Flowing Haute Couture Piece) ได้ไปอวดโฉมในงาน London และ Madrid Fashion Week โดยร่วมมือกับ Vogue เพื่อผสานสุนทรียศาสตร์ชั้นสูงเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย
- สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้ง: สำหรับกลุ่มที่มองว่าสัตว์เลี้ยงคือเพื่อนร่วมเดินทาง JAECOO 5 ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “SUV ที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง” และ “SUV สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ดีที่สุด” มอบประสบการณ์ที่ให้ความสำคัญทั้งความสบายของสัตว์เลี้ยงและความสนุกในการเดินทาง
ด้านเทคโนโลยี: ระบบไฮบริดอัจฉริยะ SHS (Super Hybrid System) กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้เทคโนโลยีไฮบริดโลก เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความประหยัดโดยไม่สูญเสียสุนทรียภาพในการขับขี่
- SHS-P (PHEV): มอบสมรรถนะสูง กินพลังงานต่ำเป็นพิเศษ และมีระยะทางวิ่งรวมที่ยาวไกล
- SHS-H (HEV): ผสานประสิทธิภาพของไฮบริดดั้งเดิมเข้ากับความเงียบและนุ่มนวลแบบรถไฟฟ้าล้วน (EV) มอบประสบการณ์ขับขี่ “หนึ่งคัน สองอารมณ์” (One car, Two vibes) ได้อย่างแท้จริง
ความสำเร็จนี้ยืนยันได้จากยอดขายรุ่นใช้พลังงานสะอาด เช่น JAECOO 7 SHS-P ที่กลายเป็นบรรทัดฐานของ PHEV โลก, OMODA 5 SHS-H ที่มียอดสะสมเกิน 400,000 คัน และ JAECOO 5 EV ที่ทำยอดขายได้ 20,000 คันต่อเดือนภายในเวลาเพียง 9 เดือนหลังเปิดตัว ทั้งยังครองอันดับ 1 ยอดขายรถ EV ในหลายตลาดรวมถึงอินโดนีเซียและไทย
จากหนึ่งล้านสู่ “ล้านต่อปี”: ท้าทายสถิติความเร็วอีกครั้ง
ยอดสะสม 1 ล้านคันไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ OMODA & JAECOO ได้ตั้งเป้าหมายในระยะถัดไปด้วยเป้าบรรลุยอดขาย 1 ล้านคันต่อปีภายในปี 2027 เพื่อสร้างประวัติศาสตร์การเติบโตที่เร็วที่สุดในโลกอีกครั้ง แบรนด์จะรุกกลยุทธ์แบรนด์คู่ (Dual-brand Strategy) อย่างต่อเนื่อง โดย OMODA จะตอบโจทย์กลุ่ม LOHAS รุ่นใหม่ด้วยซีรีส์ Crossover ขณะที่ JAECOO จะตอบสนองความทะเยอทะยานในการออกสำรวจของกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ (New Elites) ด้วยซีรีส์ Off-road ที่หรูหรา
ในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ ช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะมีการเปิดตัวรุ่นที่มาพร้อมระบบ VPD (Valet Parking Driver) หรือระบบจอดรถอัจฉริยะที่จะช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นการเรียกให้รถขับมาหาเองหลังจบงานคอนเสิร์ตที่คนแน่นขนัด หรือการให้รถไปหาที่จอดเองในวันที่คุณลงจากรถแล้วเผชิญกับอากาศร้อนจัด หรือการที่เจ้าของรถต้องไปขึ้นรถไฟความเร็วสูงให้ทันโดยไม่ต้องพะวงกับการหาที่จอดรถ
นอกจากนี้ AI Cabin ที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่จะเปิดตัวในรุ่น OMODA 4 ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งผสานทั้งความบันเทิงอย่างเกม การสนทนาที่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึก และระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ เช่น คำสั่ง “พาฉันไปไลฟ์เฮาส์ที่ใกล้ที่สุด” ระบบ AI ของ OMODA จะจัดการวางแผนเส้นทางและเลี่ยงรถติดให้ทันที
โดยในวันที่ 26 เมษายนนี้ OMODA & JAECOO จะเปิดเผยรายละเอียดกลยุทธ์เชิงลึกในงานประชุมสัมมนาธุรกิจนานาชาติ IBS Chery International Business Summit ณ เมืองอู๋หู มณฑลอันฮุย พร้อมพิธีเปิดสายการผลิต OMODA 4 คันแรก เพื่อแสดงให้เห็นถึงพิมพ์เขียวสู่เป้าหมายยอดขายล้านคันต่อปีอย่างเต็มรูปแบบ
[ADVERTORIAL]
อ้างอิง: OMODA & JAECOO


