×

4 หุ้นแบงก์ ‘TTB – KKP – TISCO – LHFG’ เผยกำไรไตรมาส 1/69 เติบโตเทียบปีก่อนทั้งหมด

20.04.2026
  • LOADING...
โลโก้ธนาคาร TTB, KKP, TISCO, LHFG บนพื้นหลังพร้อมข้อความ '4 หุ้นแบงก์เผยงบ Q1/69 กำไรโตทั้งหมด ท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง'

กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BANK) ดูเหมือนจะเป็นไตรมาสที่ดีของหลายบริษัท หลังจาก 4 หุ้นแบงก์อย่าง TTB, KKP, TISCO และ LHFG รายงานกำไรออกมาเติบโตทั้งหมด เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568

 

 
 

แม้ว่าแต่ละแบงก์จะมีรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่ทั้ง 4 บริษัทต่างมีรายได้ดอกเบี้ยลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยที่เป็นขาลง สวนทางกับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

KKP กำไรฟื้นตัวแรง 84%

 

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 1,955 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 84.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่พุ่งขึ้น 64.7% หนุนโดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ธุรกิจบริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัลของ Dime! รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุน และกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน

 

นอกจากนี้ KKP ยังมีผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องถึง 52.3% ตามปริมาณรถยึดที่ลดลง รวมถึงการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 12.9% สะท้อนถึงคุณภาพสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ยังทรงตัวได้ที่ 4.6% จากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะปรับลดลง 5.2% ตามกลยุทธ์การคัดกรองสินเชื่อคุณภาพสูงก็ตาม

 

TTB กำไรยังโตได้ 1.4% แม้ดอกเบี้ยลงเร็วกว่าคาด

 

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ทำกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ได้ 5,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% YoY ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินอย่างเหมาะสม ทำให้ NIM ทรงตัวอยู่ที่ 3.02% แม้บริษัทจะมองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเร็วกว่าคาด

 

ขณะเดียวกัน รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยของ TTB เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 37.4% YoY จากกำไรเครื่องมือทางการเงินและค่าธรรมเนียมหลัก เช่น แบงก์แอสชัวรันส์ กองทุนรวม และบัตรเครดิต นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี ส่งผลให้การตั้งสำรองฯ (ECL) ลดลง 12.8% YoY แม้จะมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมผ่าน Management Overlay เพื่อรองรับความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้วก็ตาม

 

TISCO เผยกำไร 1.7 พันล้านบาท NIM เพิ่มขึ้นแตะ 4.95%

 

บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานกำไรสุทธิ 1,733.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY โดยได้รับอานิสงส์หลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.4% ตามต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ NIM ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.95% จาก 4.83% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยก็เติบโต 27.2% จากการฟื้นตัวของทุกกลุ่มธุรกิจ

 

อย่างไรก็ตาม TISCO ได้ตั้งสำรองฯ (ECL) เพิ่มขึ้นเป็น 775 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100.9% YoY คิดเป็น 1.3% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เพื่อรองรับความเสี่ยงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน ทั้งนี้ NPL ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 2.11% จาก 2.28% เมื่อสิ้นปี 2568 และมี Coverage Ratio สูงถึง 191.4%

 

LHFG กำไรพุ่ง 47.9% ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองลดลง

 

บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG ทำกำไรสุทธิในไตรมาสแรกได้ 842.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.9% YoY ปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 95.5% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน (FVTPL) และกำไรจากเงินลงทุน

 

ในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงเติบโต 5.9% YoY เป็นผลมาจากการที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยปรับตัวลดลงถึง 10.2% สำหรับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) มี NIM อยู่ที่ระดับ 1.85% ด้านคุณภาพสินทรัพย์ LHFG มีหนี้เสีย (NPL) หรือสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม ลดลงมาอยู่ที่ 2.30% จาก 2.44% ในปี 2568 ส่งผลให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ของกลุ่มลดลง 1.7% YoY มาอยู่ที่ 189 ล้านบาท ขณะที่ LH Bank มี Coverage Ratio อยู่ที่ 160.21% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน

 

ภาพ: UNIKYLUCKK / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories