คนเราทำงานหนักไปทำไม เพื่อมีบ้าน? มีรถ? แต่ที่ดันเกิดขึ้นจริงคือ มีหนี้
ข้อมูลล่าสุดจากแบงก์ชาติคือ ตอนนี้คนไทย 25.5 ล้านคน (38% ของประชากร) ‘เป็นหนี้’ และที่น่ากังวลใจคือกลุ่ม First Jobber (อายุ 20-35 ปี) เป็นหนี้กันไปแล้วถึง 52.7% แถมยังมีหนี้เสีย (NPL) พุ่งสูงถึง 27% ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ‘หนี้ที่ไม่สร้างรายได้’ เช่นหนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล
ซึ่งตัวการที่ทำให้คนวัยทำงานรุ่นใหม่เป็นหนี้พุ่งขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากสินเชื่อแบบ ‘ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง’ (Buy Now, Pay Later – BNPL) ที่เข้าถึงได้ง่ายดายสุดๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ในยุคสมัยนี้ จนแบงก์ชาติต้องออกมาแอ็กชันเตรียมคุมเข้มวงการ BNPL ก่อนที่คนรุ่นใหม่จะล้มละลายกันตั้งแต่เพิ่งเริ่มทำงาน
แล้วคนรุ่นใหม่ (และเก่า) จะระวังตัวเองก่อนได้เลยอย่างไร วันนี้ 5 เช็กลิสต์มาฝาก ที่ถ้ายังไม่มีสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ควรกดใช้ Buy Now, Pay Later ถ้าไม่อยากอายุน้อยร้อยเปอร์เซ็นต์หนี้สิน
สัญญาณอันตราย เมื่อ Buy Now แต่ PAIN Later
ล่าสุดบัญชี BNPL ของไทยโตโหดมาก เฉลี่ยปีละ +99.9% (ตอนนี้ปาเข้าไปเกือบ 5 ล้านบัญชีแล้ว) โดยกระจุกตัวอยู่ในกลุ่ม ‘อายุน้อย และรายได้น้อย’ อย่างนักศึกษาและคนเพิ่งเริ่มทำงาน (22-30 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ค้างชำระหนี้มากที่สุด
พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงทำติดหนี้ดอกโหดไม่รู้ตัว
- เป็นหนี้แบบงงๆ: แอปชอปปิงออนไลน์ปัจจุบันออกแบบหน้าตา (Interface) ให้ดูเหมือนเป็นแค่ช่องทางจ่ายเงินธรรมดา หลายคนกดไปโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่คือ ‘การกู้สินเชื่อ’
- เสพติดโปรโมชัน: พอใช้ Buy Now, Pay Later แล้ว มันมีโปรฯ ชอปปิงที่ดีกว่า แถมไม่ต้องจ่ายเงินก้อนวันนี้ ทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นเป็นสิบเท่า จนกลับไปจ่ายราคาเต็มไม่เป็นอีกเลย
- วินัยการเงินพัง: ยอดผ่อนต่อเดือนที่ดู ‘น้อยนิด’ ไปกระตุ้นให้เราซื้อของฟุ่มเฟือยแบบไร้สติ
‘ผ่อนชานมไข่มุก’ กินหมดวันนี้ แถมฟรีดอกเบี้ยอีกสองเดือน
เชื่อไหมว่ามีคนใช้ BNPL ผ่อนชานมไข่มุกแก้วละ 106 บาท! แอปอาจจะบอกว่าผ่อน 2 เดือน จ่ายแค่เดือนละ 54.66 บาท อาจจะดูเหมือนน้อย แต่แอปไม่ได้บอก ‘อัตราดอกเบี้ย’ ให้ชัดเจน พอเอามาคำนวณหลังบ้าน ปรากฏว่าเรากำลังโดนคิดดอกเบี้ยสูงถึง 18.79% ต่อปี นี่แหละคือการเอาเงินในอนาคตมาละลายแม่น้ำ
ฟังเผินๆ Buy Now, Pay Later ดูเหมือนจะเป็นปีศาจร้าย แต่อยากให้ทุกคนใจเย็นๆ BNPL ก็เป็นเพียงเครื่องมือการเงินชนิดหนึ่ง ถ้ารู้จักใช้ให้เป็น มันจะช่วยหมุนสภาพคล่องได้ แต่ก่อนจะกดยืนยันคำสั่งซื้อครั้งต่อไป ขอให้ทำ Checklist เช็กตัวเองก่อนว่าเรามี 5 สิ่งนี้ครบถ้วนแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่มี ให้ยั้งมือไว้ตรงนั้นเลย
-
1. มีรายได้ที่ชัวร์ รออยู่ในเดือนหน้า
จำให้ขึ้นใจไว้เสมอว่า BNPL ไม่ใช่เงินฟรี แต่มันคือ ‘การขอยืมเงินจากตัวเองในอนาคต’ มาใช้ล่วงหน้า ถ้าเดือนหน้าเรายังไม่รู้เลยว่าเงินจะมาจากไหน หรือรายได้ยังลุ่มๆ ดอนๆ (เช่น เป็นฟรีแลนซ์ที่ยังปิดจ๊อบไม่ได้ หรือรอเงินที่คนอื่นติดหนี้ไว้) การกดผ่อนของวันนี้คือการสร้างระเบิดเวลาให้ตัวเองชัดๆ
ถามตัวเองสั้นๆ ว่า ‘ถ้าเดือนหน้าเกิดซวย บริษัทจ่ายเงินเลต หรือไม่มีรายได้เข้ามาเลย เรามีเงินเก็บสำรอง พอมาจ่ายค่าผ่อนไอ้ของชิ้นนี้ไหม?’ ถ้าคำตอบคือ ไม่ หรือ เดี๋ยวค่อยไปตายเอาดาบหน้า = ห้ามกดผ่อนเด็ดขาด
-
2. มีเหตุผลที่จำเป็น ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ (Need vs Want)
ย้อนกลับไปดูเคสผ่อนชานมไข่มุก นั่นคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการใช้อารมณ์ล้วนๆ กฎเหล็กของการเป็นหนี้คือ อายุการใช้งานของสิ่งนั้น ต้องอยู่กับเรานานกว่าระยะเวลาที่เราต้องผ่อน เรากินชานมหมดใน 15 นาที แต่ต้องมานั่งผ่อนต่ออีก 2 เดือน แถมเสียดอกเบี้ยเกือบ 19% มันคุ้มจริงหรือเปล่า
เตือนตัวเองว่า ของกิน, ค่าบุฟเฟต์หมูกระทะ, ตั๋วคอนเสิร์ต, หรือเสื้อผ้าแฟชั่นตามกระแสที่ใส่ถ่ายรูปลง IG แค่ครั้งเดียว คือ สิ่งต้องห้าม สำหรับ BNPL ให้เก็บโควตาการผ่อนไว้ใช้กับ ของที่จำเป็นต้องใช้สร้างรายได้ (เช่น ไอแพดไว้รับวาดรูป, คอมพิวเตอร์ไว้ทำงาน) หรือ ของชิ้นใหญ่ที่พังกะทันหัน (เช่น ตู้เย็นเสีย, มือถือพัง) เท่านั้น
-
3. มีวินัย ห้ามลืมจ่าย
โมเดลธุรกิจของ BNPL หลายเจ้า ไม่ได้หวังฟันกำไรจากดอกเบี้ยอย่างเดียว แต่พวกเขารอเก็บตกระหว่างทางจากค่าปรับจ่ายล่าช้าด้วย แค่เราลืมจ่ายไปวันเดียว หรือเงินในบัญชีไม่พอให้ตัด ค่าทวงถามและค่าปรับยิบย่อยจะเด้งขึ้นมาทันที จากของราคาถูกจะกลายเป็นของโคตรแพง และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเสียประวัติทางการเงิน
แม้ปัจจุบัน BNPL บางเจ้าจะยังไม่ส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโร แต่แบงก์ชาติกำลังเข้ามาจัดระเบียบ ซึ่งแปลว่าในอนาคต หากจ่ายช้าหรือเบี้ยวหนี้ BNPL ประวัติเหล่านี้อาจจะถูกบันทึกและส่งผลเสียเมื่อพวกเขาต้องการกู้ซื้อบ้านหรือซื้อรถในอนาคต
ถ้าเรารู้ตัวว่าเป็นคนขี้ลืมและแอปนั้นไม่มีระบบตัดเงินอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือน ก็ตัดใจไม่ใช้ดีกว่า หรือถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ทันทีที่กดซื้อ ให้เข้าแอปปฏิทินในมือถือ แล้วตั้งนาฬิกาปลุกแจ้งเตือนล่วงหน้า 2 ก่อนดิวจ่ายเสมอ ห้ามพึ่งพาความจำของสมองอย่างเดียวเด็ดขาด
-
4. มีพื้นที่ว่าง โควตาหนี้ของตัวเอง
ความน่ากลัวคือ ในแอปชอปปิงออนไลน์ หน้าตาการใช้งาน BNPL จะสร้างภาพลวงตาให้เรารู้สึกว่า ยอดผ่อนมันนิดเดียวเอง ผ่อนครีมเดือนละ 200, ผ่อนรองเท้าเดือนละ 500, ผ่อนหูฟังเดือนละ 300 ดูสบายๆ มาก จ่ายได้ชิลๆ แต่พอยอดจุกจิกพวกนี้มารวมตัวกันตอนบิลเรียกเก็บสิ้นเดือน รวมยอดกันแล้วอาจพุ่งทะลุหลักพันหรือหลักหมื่น ชนิดที่เงินเดือนออกปุ๊บ โดนสูบหายไปหมดบัญชีปั๊บ
เพราะฉะนั้นสำรวจตัวเองก่อนซื้อของเสมอว่าตอนนี้มีภาระต้องผ่อนอย่างอื่นอยู่ไหม (ค่าหอ, ผ่อนรถ, กยศ.) ปกติแล้วภาระหนี้ทั้งหมดต่อเดือน ไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ ถ้าตอนนี้เราจ่ายหนี้ต่างๆ เกินครึ่งหนึ่งของเงินเดือนแล้ว การสร้างหนี้ BNPL เพิ่มแม้แต่บาทเดียว คือจุดเริ่มต้นของหายนะ
-
5. มีสกิลอ่านบรรทัดสุดท้าย หาเงื่อนไขแอบแฝง
ในโลกของการเงิน ไม่มีใครใจดีแจกเงินให้เราใช้ฟรีๆ 100% บางครั้งโปรโมชันที่แปะป้ายตัวโตๆ ว่า ผ่อน 0% อาจจะแฝงมากับราคาที่ถูกบวกเผื่อไปแล้ว หรือแอบเก็บค่าธรรมเนียมการใช้แอปพลิเคชัน ที่บวกเพิ่มขึ้นมาดื้อๆ ในหน้าชำระเงินขั้นตอนสุดท้าย เหมือนเคสชานมไข่มุกที่ซ่อนดอกเบี้ยเกือบ 19% ไว้เนียนๆ
ดังนั้น เราต้องมีสกิลเทียบราคาเสมอ ก่อนกดจ่าย ให้ลองกดของลงตะกร้าแบบจ่ายเต็มจำนวน แล้วเทียบกับแบบ BNPL แล้วดูที่ยอดเงินสุทธิสุดท้าย ถ้าแบบจ่ายเต็มสามารถใส่โค้ดส่วนลดได้เยอะกว่า หรือรวมๆ แล้วต่างกันไม่เกิน 5% ให้กัดฟันจ่ายเงินสดดีกว่า อย่าไปหลงกลเสียดายกับความสบายชั่วคราวเลย
Buy Now, Pay Later ก็เป็นสินเชื่ออีกรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและกระตุ้นการใช้จ่ายของเราอย่างแนบเนียนขึ้นมากๆ เราสามารถใช้มันได้ แต่ต้องรู้เท่าทันกลไกของมัน แม้ว่าในอนาคตแบงก์ชาติจะเข้ามาสร้างกติกาเพื่อปกป้องเราในภาพรวมมากขึ้น แต่ถึงที่สุดแล้วสำคัญที่สุด คือตัวเราเองต้องมีสติในการใช้เงิน
การใช้จ่ายเกินตัวไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพการเงินในระยะยาว และหากจำเป็นต้องก่อหนี้ก็ต้องระมัดระวังและมีวินัยในการผ่อนชำระเสมอ ใช้เวลาศึกษาข้อมูลสินเชื่อให้ถี่ถ้วนก่อน รักษาผลประโยชน์ของตัวเองอย่างสูงสุด เพราะใช้เงินยากๆ วันนี้ ดีกว่าไม่มีเงินใช้วันหน้า
ป.ล. สำหรับใครที่เผลอสร้างหนี้ไปแล้ว ขอให้เริ่มตั้งสติ หยุดกดผ่อนของชิ้นใหม่ และรีบโปะยอดที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
ภาพ: Formatoriginal/ Shutterstock
อ้างอิง:


