×

รู้จัก ‘South Pars’ ยักษ์ก๊าซโลกใต้ก้น ‘อ่าวเปอร์เซีย’ หลังถูกโจมตี ค่าไฟไทยเสี่ยงแพงแค่ไหน?

20.03.2026
  • LOADING...
โรงงานผลิตและแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาพลังงานโลก

กกพ.จับตาวิกฤตพลังงาน หวั่นกระทบซัพพลาย LNG หายราว 17% ชี้ไทยมีความเสี่ยง เพราะพึ่งพาก๊าซนำเข้าสูง จึงเร่ง “หาแหล่งนำเข้าใหม่” พร้อมกระจายความเสี่ยงพลังงาน หนุนพลังงานทางเลือก-หมุนเวียน ใช้เชื้อเพลิงในประเทศ และย้ำว่า ‘ค่าไฟ’ งวดใหม่ ต้องประเมินรอบด้าน ไม่เป็นภาระ กฟผ.-ปตท​.

 

วันที่ 20 มี.ค. ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดพลังงานโลกในปัจจุบันสะท้อนบทเรียนสำคัญว่าประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูงมีความเปราะบาง

 

โดยเฉพาะสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอิสราเอลโจมตี South Pars กาตาร์ ส่งผลให้ LNG หาย 17% เสี่ยงกระทบต่อซัพพลายพลังงานตลาดยุโรป เอเชีย รวมถึงไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งนำเข้า และไทยนำเข้าก๊าซจากกาตาร์ 8%

 

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า เนื่องจาก ไทยยังคงพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าประมาณ 57% และกว่าครึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ต้องนำเข้า ส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าผันผวนตามราคาตลาดโลก ดังนั้นจึงต้องประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะในตลาด Spot LNG ที่มีความผันผวนสูง

 

 

โรงงานผลิตและแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาพลังงานโลก 1

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)

 

การเร่งกระจายแหล่งพลังงาน ลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ

 

ทั้งนี้ กกพ.ได้ปรับแผนพึ่งพาเชื้อเพลิงในประเทศ ทั้งบริหารความมั่นคงโดยเร่งซ่อม ปรับแผนผลิตไฟถ่านหินแม่เมาะ

 

โดยเฉพาะขณะนี้ราคาก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น การพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากราคา LNG ปรับเพิ่มจากประมาณ 12 USD/MMBtu เป็น 25 USD/MMBtu จะทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.58 บาทต่อหน่วย

 

รวมถึงพลังน้ำจากในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ไม่อาจคาดเดาได้

 

“ดังนั้น การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้างวดใหม่ เราจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยด้านต้นทุนเชื้อเพลิงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อราคาก๊าซในตลาดโลก เราต้องรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนประกาศอัตราใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเหมาะสมมากที่สุด”

 

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าภาครัฐและหน่วยงานกำกับ มีเป้าหมายร่วมกันในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยจะใช้กลไกต่าง ๆ เช่น เงินส่วนเกินจากกิจการไฟฟ้า เพื่อช่วยชะลอผลกระทบไม่ให้ส่งผ่านโดยตรงในทันที

 

งัดกลไกเงิน ‘Claw Back’ อุดหนุน 13 สตางค์

 

ปัจจุบัน กกพ. มีเงินเรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า หรือ คอลแบ็ก (Claw Back) ในปัจจุบันมีเหลืออยู่ที่ 9,400 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ให้หมดเพราะเป็นเงินของประชาชน ซึ่งเงินในส่วนนี้คาดว่าจะสามารถเข้ามาอุดหนุนราคาค่าไฟได้เพียง ​13 สตางค์ แต่การที่ประกาศค่าไฟจะต้องมีการประเมินให้ถี่ถ้วน เพราะจะต้องดูทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน หากประกาศไปล่วงหน้าและสถานการณ์เปลี่ยนอาจจะทำให้เกิดการผิดพลาดได้

 

ขณะที่การดูแลภาระหนี้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ​จะต้องให้ กฟผ. เตรียมรับมือเรื่องความพร้อมการเงินด้วย เพื่อไม่ให้กลับไปแบกรับภาระหนี้เช่นเดิมได้ เพราะต้องยอมรับว่า กฟผ. เป็นเสาหลัก

 

‘ค่าไฟ’ งวดใหม่ต้องประเมินรอบด้าน ไม่เป็นภาระ กฟผ.-ปตท​.

 

หากกระทบรุนแรง อาจจะเสี่ยงมาถึงความมั่นคง โดยปัจจุบัน กฟผ. ยังมีภาระหนี้คงค้างประมาณ 4 หมื่นล้านบาท และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังแบกภาระค่าเชื้อเพลิงอีกประมาณ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีเรื่องของดอกเบี้ยที่ต้องนำมาคิดในค่าไฟด้วย”

 

สำหรับแนวคิดการกำหนดค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า หรือการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณน้อย ภาครัฐเคยพิจารณามาแล้วในอดีต และอาจนำกลับมาใช้ตามความเหมาะสม โดยต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอย่างรอบคอบ

 

ชี้ราคาก๊าซ LNG ตลาดโลกผันผวน

 

ดร.พูลพัฒน์ ระบุอีกว่า แนวโน้มราคาก๊าซ LNG ในตลาดโลก ปัจจุบันมีความผันผวน โดยเคยพุ่งสูงถึง 47 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียูในช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน

 

โดยล่าสุดปรับขึ้นแตะระดับประมาณ 25 ดอลลาร์ จากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวอาจเป็นเพียงระยะสั้นจากภาวะตื่นตระหนกของตลาด และยังต้องติดตามทิศทางในระยะต่อไป

 

“สำหรับช่วงฤดูร้อนและเทศกาลสงกรานต์ที่มีการใช้ไฟฟ้าสูง ยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการจัดหาพลังงานเพียงพอ ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน แต่ขอความร่วมมือในการประหยัดพลังงาน เพื่อลดภาระต้นทุน”

 

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางเพิ่มการใช้พลังงานจากแหล่งภายในประเทศ เช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการพิจารณานำโรงไฟฟ้าเดิมกลับมาใช้งาน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและลดต้นทุนโดยรวมในช่วงที่ราคาก๊าซยังอยู่ในระดับสูง

 

อย่างไรก็ตาม กกพ. ให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบ พลังงานของประเทศให้สามารถ “พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น” ควบคู่กับการเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ซึ่งวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์สงครามสะท้อนให้เห็นชัดว่า ความมั่นคงพลังงานไม่สามารถพึ่งพาภายนอกเพียงอย่างเดียวได้

 

เดินหน้า Direct PPA

 

ทั้งนี้ กกพ. จะเร่งวางระบบกำกับกิจการพลังงาน เพื่อรองรับการผลิตและใช้พลังงานภายในประเทศมากขึ้น โดยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Prosumer) ไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้ใช้ไฟฟ้าในระบบโดยรวม

 

ควบคู่กับการพัฒนากลไกตลาดไฟฟ้าสะอาด เช่น Utility Green Tariff (UGT) และ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) โดยใช้ Big Data และ AI ผ่านระบบ Energy Foresight

 

ที่ผ่านมา กกพ. ได้เริ่มวางรากฐาน ได้เปิดตลาดไฟฟ้าสีเขียวเชิงพาณิชย์ผ่านโครงการ Utility Green Tariff (UGT) ซึ่งมีการจัดสรรไฟฟ้าสีเขียว 2,000 ล้านหน่วยต่อปี มีผู้ใช้บริการแล้ว 41 ราย ใช้ไฟฟ้าจริงกว่า 142 ล้านหน่วย และรองรับการลงทุน ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง Data Center

 

โรงงานผลิตและแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาพลังงานโลก 2

 

รู้จัก ‘South Pars’ ยักษ์ใหญ่ก๊าซที่ซ่อนตัวใต้ก้น ‘อ่าวเปอร์เซีย’

 

สำหรับ ‘South Pars’ ตามการรายงานของ The Times of India ระบุว่า แหล่งก๊าซแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงแหล่งทรัพยากรทั่วไป แต่เป็น ‘แหล่งก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลวที่ใหญ่ที่สุดในโลก’ ตั้งอยู่บริเวณอ่าวเปอร์เซีย ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึง 9,700 ตร.กม.

 

โดยมีการแบ่งเขตครอบครองระหว่าง 2 ประเทศคือ อิหร่าน (ฝั่งเซาท์ พาร์ส พื้นที่ 3,700 ตร.กม.) และกาตาร์ (ฝั่งนอร์ท โดม พื้นที่ 6,000 ตร.กม.)

 

ที่สำคัญ ความยิ่งใหญ่ของแหล่งพลังงานนี้ได้รับการบันทึกไว้ในกินเนส บุ๊ก เวิลด์ เรคคอร์ด ว่ามีปริมาณก๊าซสำรองมหาศาลถึงประมาณ 51 ล้านล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นเกือบ 19% ของปริมาณก๊าซสำรองทั้งหมดของโลก

 

โดยข้อมูลจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าแหล่งนี้มีก๊าซธรรมชาติอยู่ถึง 1,800 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และมีก๊าซธรรมชาติเหลวอีกกว่า 50,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งความมหาศาลนี้เทียบเท่ากับทรัพยากรของแหล่งก๊าซอื่นๆ ทั่วโลกรวมกันเกือบทั้งหมด

 

สำหรับอิหร่าน เซาท์ พาร์ส คือกระดูกสันหลังของระบบพลังงานในประเทศ โดยทำหน้าที่ผลิตก๊าซธรรมชาติหล่อเลี้ยงคนทั้งชาติ 70% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด

 

โดยก๊าซจากที่นี่ถูกส่งไปยังเมือง Asaluyeh ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชายฝั่งที่รวบรวมโรงกลั่น โรงงานปิโตรเคมี และสถานีส่งออกไว้ในที่เดียว ดังนั้น ความสำคัญของ เซาท์ พาร์ส จึงสำคัญต่ออิหร่าน และมีค่ามหาศาล

 

การหยุดชะงักของการผลิตใดๆ อาจทำให้ปัญหาพลังงานในประเทศรุนแรงขึ้น และนำไปสู่การปันส่วนและการไฟฟ้าดับมากขึ้นตาม แม้ว่าประเทศนี้จะมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากรัสเซีย และมีปริมาณสำรองน้ำมันมากเป็นอันดับ 3 ก็ตาม

 

ภาพ: oksana.perkins/Shutterstock , Hazhar Shawli F/Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories