×

Bjorn Mannsverk อดีตนักบินรบผู้ใช้ ‘จิตวิทยา’ เปลี่ยนโบโด/กลิมต์ ให้เป็นแจ็คผู้ฆ่ายักษ์

25.02.2026
  • LOADING...
บียอร์น มานส์เวิร์ก โค้ชจิตวิทยาของสโมสร โบโด/กลิมต์ ที่นำหลักคิดนักบินรบมาสร้างความสำเร็จให้ทีม

ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา โลกฟุตบอลแทบจะพูดถึงเรื่องเดียวกัน นั่นคือปรากฏการณ์ที่ชื่อว่า ‘เทพนิยายล้มยักษ์ ฉบับ..โบโด/กลิมต์’

 

หลังทีมเล็กจากขั้วโลกเหนือบุกเอาชนะอินเตอร์ มิลาน ถึงซาน ซิโร่ 2-1 รวมผลสองนัด 5-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย UCL 2026 ทำให้คำถามดังขึ้นพร้อมกันทั่ววงการลูกหนังว่า…พวกเขาทำได้อย่างไร?

 

เพราะนี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะเหนือทีมอย่าง อินเตอร์ มิลาน รองแชมป์ยุโรปเมื่อปีก่อน แต่ในเส้นทางนี้พวกเขายังเคยโค่นยักษ์อย่าง แมนฯ ซิตี และ แอตเลติโก มาดริด ในฤดูกาลเดียวกัน

 

และทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากสโมสรในเมืองโบโด เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรเพียงราว 50,000 คน (ประชากรทั้งเมืองรวมกัน ยังนั่งในสนามซาน ซิโร่ ได้ไม่เต็มความจุด้วยซ้ำ)

 

ย้อนไปที่คำถามแรกคือพวกเขาทำได้อย่างไร?

 

หากถามแฟนบอลทั่วไป คำตอบอาจอยู่ที่แท็กติกอันชาญฉลาด หรือสไตล์การเล่นที่กล้าหาญของนักเตะ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความจริง ทว่าเบื้องหลังภาพเหล่านั้น ยังมีอีกแง่มุมหนึ่งที่คนในสโมสรพูดตรงกันว่า มันคือรากฐานของความสำเร็จครั้งนี้ นั่นคือ ‘ชัยชนะทางจิตวิทยา’

 

และชายผู้ปลูกฝังแนวคิดนั้นคือ บียอร์น มานส์เวิร์ก (Bjorn Mannsverk) อดีตนักบินเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศนอร์เวย์ ผู้เคยบินรบมากว่า 20 ปี ผ่านภารกิจจริงในลิเบียและอัฟกานิสถาน ก่อนจะเปลี่ยนจากการล็อกเป้าศัตรูบนน่านฟ้า มาเป็นการล็อกเป้าความกลัวในใจนักเตะแทน

 

เขาเข้ามาร่วมงานกับสโมสรในปี 2017 วันที่โบโด/กลิมต์เพิ่งตกชั้นในลีกนอร์เวย์ มานส์เวิร์กเดินเข้าสู่ห้องประชุม และพบสิ่งที่เขามองว่าอันตรายยิ่งกว่าการเสียประตู คือ ‘ความเงียบ’

 

เขาเล่าว่าเมื่อถามว่าทำไมไม่มีใครพูดอะไร คำตอบที่ได้รับคือ “เราไม่คุ้นเคยกับอะไรแบบนี้” นั่นทำให้เขาตระหนักว่า ปัญหาที่เกิดจึ้นไม่ใช่เรื่องแท็กติก แต่เป็นวัฒนธรรมในทีมต่างหาก

 

สิ่งแรกที่ มานส์เวิร์ก เข้ามาช่วยเหลือทีม เขาไม่ได้สอนวิธีเปิดบอลหรือยิงประตู (เพราะเขาไม่ใช่โค้ชฟุตบอล) แต่สิ่งที่เขาสอนคือ เรื่องการสื่อสารและการรับมือกับความกดดัน การอยู่กับความผิดพลาด และการกล้ายอมรับมัน

 

หนึ่งในนักเตะที่ได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุดคือ อุลริก ซัลท์เนส (Ulrik Saltnes) มิดฟิลด์ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2012 ชายผู้เคยเกือบแขวนสตั๊ดเพราะความเครียดเรื้อรัง

 

แต่หลังผ่านกระบวนการฝึกจิตวิทยาเพียงไม่กี่สัปดาห์ เขากลับมามีบทบาทสำคัญ และกลายเป็นหัวใจของทีมในเวลาต่อมา

 

นับแต่นั้น มานส์เวิร์กเริ่ม รีเซ็ตวัฒนธรรมทั้งสโมสร จากทีมที่ให้โค้ชพูดฝ่ายเดียว เขาตั้งคำถามง่ายๆ ว่า “แล้วทำไมทุกคนไม่เริ่มให้ฟีดแบ็กกันเอง?”

 

คำตอบแรกคือการปฏิเสธ เพราะนักเตะของทีมไม่เคยถูกฝึกให้โต้ตอบในทำนองนี้

 

ดังนั้น เขาจึงสร้างพื้นที่ใหม่ขึ้น กับหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือแนวคิดที่เรียกว่า ‘The Ring’ ทุกครั้งที่ทีมเสียประตู นักเตะจะรวมตัวกันเป็นวงกลม ไม่ใช่เพื่อหาคนผิด แต่เพื่อพูดกันตรงๆ และหาทางแก้ไขร่วมกัน

 

แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องนักบินรบ สถานที่ซึ่งการซ่อนความผิดพลาดคือสิ่งอันตรายที่สุด และการพูดถึงมันอย่างตรงไปตรงมาคือข้อบังคับทางวัฒนธรรม

 

เขานำหลักการนั้นมาสู่สนามฟุตบอล สร้างสภาพแวดล้อมที่ความผิดพลาดไม่ใช่สิ่งต้องหลบซ่อน หรือหาโทษโกรธใคร แต่มันคือบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ และวัฒนธรรมนี้ค่อยๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับแทกติกในสนาม

 

“เรื่องความปลอดภัยในการบิน เราต้องลุกขึ้นมาพูดถึงความผิดพลาดทันที และต้องซื่อสัตย์กับมัน

 

“คุณอาจพลาดครั้งหนึ่งแล้วรอดชีวิต แต่ถ้าพลาดแบบเดิมอีกครั้ง คุณอาจไม่มีโอกาสแก้ตัว” มานส์เวิร์ก อธิบายแนวคิดแบบนักบิน

 

หนึ่งในช่วงเวลาที่มานส์เวิร์กภาคภูมิใจที่สุด คือวันที่ ฮูโก เวตเลเซน อดีตกองกลางของทีม ตัดสินใจแบ่งปันบันทึกการเล่นและการวิเคราะห์ฟอร์มของตัวเองให้กับเพื่อนร่วมทีมที่กำลังแย่งตำแหน่งเดียวกัน

 

เพราะในโลกฟุตบอลทั่วไป นั่นแทบเป็นภาพที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะการแข่งขันภายในทีมมักผลักให้ผู้เล่นปกป้องพื้นที่ของตัวเองมากกว่าจะเปิดเผยจุดอ่อน แต่ที่โบโด/กลิมต์ การกระทำเช่นนั้นกลับไม่ถูกมองว่าเป็นความเสี่ยง หากเป็นสัญญาณของความไว้ใจ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมใหม่ที่ทีมร่วมกันสร้างขึ้น

 

และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เซสชันฝึกจิตใจของมานส์เวิร์ก ไม่ใช่ข้อบังคับที่บีบให้ทุกคนเข้าร่วม แต่นักเตะมักจะเลือกเข้าหาเขาเอง เพราะพวกเขาเห็นแล้วว่าการควบคุมความคิดนั้นสำคัญพอๆ กับการควบคุมลูกบอลในสนาม

 

สิ่งที่โบโด/กลิมต์ ภายใต้การฝึกฝนเรื่องจิตใจของมานส์เวิร์ก พิสูจน์ให้โลกฟุตบอลเห็นแล้วว่า ผลงานของพวกเขาไม่ใช่แค่ชัยชนะเหนือทีมที่มูลค่าสูงกว่า หรือแท็กติกที่เหนือชั้นกว่า หากแต่คือบทพิสูจน์ว่า ‘จิตใจที่แข็งแกร่ง’ นั้นทรงพลังเพียงใดในเกมลูกหนัง

 

และเมื่อจิตวิทยาจากห้องนักบินรบถูกหลอมรวมเข้ากับแท็กติกบนผืนหญ้า พวกเขาก็ไม่ได้เป็นเพียงทีมเล็กๆ อีกต่อไป

 

และหัวใจสำคัญอีกอย่างคือ โบโด/กลิมต์กำลังบอกโลกฟุตบอลว่า เมื่อคุณควบคุม ‘ความคิด’ ได้ คุณจะควบคุม ‘ความกดดัน’ ได้ และเมื่อนั้น… ไม่ว่าศัตรูจะยิ่งใหญ่แค่ไหน พวกเขาก็เป็นแค่เป้าหมายที่มีไว้ให้พุ่งชนเท่านั้นเอง!

 

.

 

#THESTANDARDSport #BodoGlimt #ChampionsLeague #UCL

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising