KResearch กล่าวว่า หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไปอาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน กระบวนการงบประมาณ และการเจรจาการค้า แต่ก็ไม่น่าทำให้ GDP ปี 2569 หดตัวถึงขั้นติดลบได้ อย่างไรก็ตาม ก็มองว่า โอกาสที่การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์จะจะเป็นโมฆะ จนทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไปนั้นมีค่อนข้างน้อย เช่นเดียวกับ InnovestX ที่มองโอกาส ‘โมฆะ’ แทบเป็นศูนย์ แต่ยังห่วง ‘สุญญากาศ’ ช่วงตั้งรัฐบาลฉุดเศรษฐกิจครึ่งปีแรก
วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) บุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) กล่าวว่า หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป จะส่งผลต่อเศรษฐกิจและตลาดเงินตลาดทุนในแง่มุมต่างๆ ได้แก่ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอาจจะหายไป ทำให้กระบวนงบประมาณสะดุด อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น และอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
อย่างไรก็ตาม บุรินทร์ประเมินว่า โอกาสที่การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ จนทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไปนั้นมีค่อนข้างน้อย และไม่ได้ถูกนำมาประเมินเป็นกรณีฐาน (Base Case) ในประมาณการเศรษฐกิจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย โดยสังเกตได้จากปฏิกิริยาของตลาดหุ้นที่ยังไม่ได้แสดงความกังวลต่อประเด็นนี้
กระนั้น บุรินทร์ยังกล่าวต่อว่า แต่หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะและต้องจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจในประเด็นหลักๆ ได้แก่ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะหายไปทันที เนื่องจากเกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองรอบใหม่ ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติตัดสินใจเปลี่ยนแผน ย้ายฐานการผลิตหรือเม็ดเงินลงทุนไปยังประเทศอื่นแทน
นอกจากนี้ หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ การลงทุนของภาครัฐและการเบิกจ่ายงบประมาณจะต้องถูกเลื่อนออกไปตามกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะยิ่งทำให้กลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแย่ลง
บุรินทร์กล่าวต่อว่า หากเกิดเหตุการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยก็พร้อมปรับเปลี่ยนประมาณการเศรษฐกิจ แต่เบื้องต้น คาดว่า หากการเลือกเป็นโมฆะก็จะไม่ถึงขั้นทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ (GDP) ติดลบ แต่มีความเสี่ยงสูงที่การเติบโตของ GDP ในบางไตรมาสจะหดตัวจนติดลบได้
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า GDP ปีนี้ 2569 จะขยายตัว 1.9% (ขึ้นจาก 1.6% ที่คาดการณ์เมื่อธันวาคม) โดยภายใต้ประมาณการนี้ KResearch คาดว่า กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลมีแนวโน้มเสร็จสิ้นได้ภายในเดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2569 ซึ่งจะช่วยหนุนให้งบประมาณปี 2570 มีแนวโน้มบังคับใช้ได้ทันภายในไตรมาสที่ 4 ตามที่ประเมินไว้
สำหรับผลกระทบต่อการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ บุรินทร์มองว่า หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป การทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) หรือการเจรจาการค้าระดับประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ จะดำเนินการต่อไม่ได้ เนื่องจากประเทศจะตกอยู่ในสภาวะที่มีเพียงรัฐบาลรักษาการ ซึ่งไม่มีอำนาจเต็มในการเจรจาหรือเซ็นอนุมัติ ทำให้ไทยสูญเสียโอกาสทางการแข่งขันในระหว่างที่รอรัฐบาลใหม่
InnovestX มองโอกาส ‘โมฆะ’ แทบเป็นศูนย์ ปรับเป้า GDP ปีนี้ขึ้นเป็น 1.7%
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ Head of Economic Research ทีมวิจัยเศรษฐกิจและฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จํากัด (InnovestX) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ระบุว่า โอกาสที่ศาลฯ จะตัดสินให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ มองว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก หรือมองว่ามีโอกาสแทบจะเป็นศูนย์
ดร.ปิยศักดิ์ วิเคราะห์ว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งฝ่ายอนุรักษนิยม ได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด ซึ่งถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยในรอบ 20-30 ปี โดยเฉพาะตัวเลขจำนวน สส. ที่ได้ถึง 193 ที่นั่ง ทำให้เสถียรภาพในสภาฯ มีความมั่นคงสูงมาก และเอื้อต่อการผลักดันนโยบายต่างๆ
ทั้งนี้จากความชัดเจนทางการเมือง InnovestX ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปีนี้ขึ้นจากเดิม 1.4% เป็น 1.7% โดยปัจจัยหลักมาจากการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเดิมที่ดีขึ้นนัก
ดร.ปิยศักดิ์ ยังชี้ว่า หากรัฐบาลใหม่สามารถผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเป็นรูปธรรม อาจเป็น Upside ที่ช่วยดัน GDP จาก 1.7% เพิ่มอีก 0.5% ให้โตได้ถึงระดับ 2.0% ต้นๆ ได้ด้วย
จับตา ‘สุญญากาศ’ ครึ่งปีแรก เศรษฐกิจเสี่ยงโตต่ำกว่า 1%
แม้ภาพรวมทั้งปีจะดูดีขึ้น แต่ไส้ในของเศรษฐกิจครึ่งปีแรกปีนี้ น่ากังวลอย่างมาก โดย ดร.ปิยศักดิ์ ประเมินว่า ไตรมาส 1/2569 GDP อาจโตเพียง 1% กว่าๆ และไตรมาส 2 อาจแผ่วลงเหลือ 0% กว่าๆ ส่งผลให้ GDP ครึ่งแรกปี 2569 จะขยายตัวต่ำกว่า 1% ซึ่งเกิดจากปัจจัยลบ 3 ประการ ดังนี้
- ภาวะเกียร์ว่างของรัฐบาลรักษาการ ในช่วงรอยต่อก่อนมีรัฐบาลใหม่ รัฐบาลปัจจุบันมีสถานะรักษาการโดยพฤตินัย ทำให้ไม่สามารถอนุมัติโครงการใหญ่หรือตัดสินใจเรื่องสำคัญได้ เกิดภาวะชะงักงันในการเบิกจ่ายและการลงทุนภาครัฐ
- หมดรอบมาตรการ EV ความคึกคักของการบริโภคในไตรมาส 4 ปีก่อน เป็นผลจากมาตรการ EV 3.0 ที่กำลังจะหมดอายุ ทำให้เกิดการเร่งซื้อ (One-time off) ไปแล้ว ดีมานด์รถยนต์ในช่วงต้นปีนี้จึงหายไป ส่งผลกระทบต่อตัวเลขการบริโภค
- ภาพลวงตาการส่งออก (Transshipment) แม้ตัวเลขการส่งออกดูเหมือนจะฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อดูไส้ในพบว่าเป็นการนำเข้าชิ้นส่วนมาเพื่อส่งออกต่อ (Transshipment) แทบไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มการผลิตในประเทศ โดยเห็นได้จากตัวเลขนำเข้าจากจีนและไต้หวันที่สูงพอๆ กับยอดส่งออก
อย่างไรก็ดีคาดว่า GDP ในช่วงครึ่งหลังปีนี้มีโอกาสจะฟื้นกลับมาขยายตัวในระดับประมาณ 2% ส่งผลให้ทั้งปี 2569 GDP ของไทยจะขยายตัวเฉลี่ย 1.7%
สำหรับความเสี่ยงในช่วงครึ่งปีหลัง ดร.ปิยศักดิ์ มองไปที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่คาดว่าจะล่าช้าออกไปประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งแม้จะไม่รุนแรงเท่าปีก่อนๆ แต่ก็จะกระทบต่อเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 4/2569 ประมาณ 0.1-0.2%
ทั้งนี้ประมาณการเศรษฐกิจรายไตรมาส ปี 2569 จากการประเมินของ InnovestX คาดการณ์ทิศทาง GDP รายไตรมาส ดังนี้
- ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 1.7% ชะลอตัวจากฐานสูงและการเร่งใช้จ่ายปีก่อน
- ไตรมาส 2/2569 ขยายตัว 0.9% จุดต่ำสุดจากภาวะสุญญากาศทางการเมือง
- ไตรมาส 3/2569 ขยายตัว 1.9% เริ่มฟื้นตัวหลังมีรัฐบาลใหม่
- ไตรมาส 4/2569 ขยายตัว 2.2% เร่งตัวขึ้น แต่อาจสะดุดเล็กน้อยหากงบประมาณล่าช้า
ดร.ปิยศักดิ์ สรุปว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะผ่านจุดต่ำสุดในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีความหวังอยู่ที่เสถียรภาพของรัฐบาลใหม่และการเร่งเครื่องโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นกุญแจสำคัญ
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


