×

บางจากเทคโอเวอร์ ‘เชฟรอนฮ่องกง’ เสริมแกร่งค้าปลีก-น้ำมันเรือ รุกกลยุทธ์โตต่างประเทศ

13.02.2026
  • LOADING...
ภาพโลโก้ของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ Chevron Hong Kong Limited สื่อถึงการเทคโอเวอร์และขยายธุรกิจระหว่างประเทศ

ก้าวใหม่บางจากฯ ในฮ่องกง ล่าสุดบรรลุข้อตกลงซื้อหุ้น ‘เชฟรอนฮ่องกง’ ยกพอร์ต ทั้งปั๊มน้ำมัน Caltex 31 แห่ง และคลังน้ำมันมาตรฐานสากล หวังสานต่อยุทธศาสตร์โตต่างประเทศ หลังกำไรดำเนินงานปกติปี 68 โตพุ่ง 67% และทุบสถิติกำลังการผลิตโรงกลั่นสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

รายงานข่าวระบุว่า บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท Chevron Companies (Greater China) Limited (‘CCGC’) เพื่อเข้าถือหุ้นกิจการบริษัท Chevron Hong Kong Limited (‘CHK’) ในสัดส่วน 100% นับเป็นก้าวสำคัญของบางจากฯ ในการขยายธุรกิจพลังงานไทยสู่ตลาดต่างประเทศ เตรียมพร้อมธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในไทย โดยเฉพาะบริหารกำลังการกลั่นระยะยาว

 

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการ CHK ไม่เพียงเป็นการขยายธุรกิจของบางจากฯ สู่ตลาดต่างประเทศ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการเดินหน้านำธุรกิจพลังงานไทยไปสร้าง ความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาค พร้อมก้าวสู่อนาคตด้านพลังงานภายใต้ทิศทางที่ชัดเจน

 

ฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจเสรีที่พัฒนาแล้ว

 

ฮ่องกงมีกรอบกฎหมายและกติกาการค้าปลีกเสรีที่ใกล้เคียงตลาดแข่งขันสมบูรณ์ อีกทั้งมีอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศอยู่ในระดับสูง (อันดับเครดิตของประเทศอยู่ที่ AA+) สะท้อนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

 

ประกอบกับมีระบบกำกับดูแลภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มแข็ง และเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการเดินเรือที่สำคัญของเอเชีย จึงเหมาะกับการเข้าทำธุรกรรม

 

บางจากเทคโอเวอร์ ‘เชฟรอนฮ่องกง’ เสริมแกร่งค้าปลีก-น้ำมันเรือ รุกกลยุทธ์โตต่างประเทศ

 

CHK ประกอบธุรกิจพลังงานที่หลากหลาย ได้แก่ ธุรกิจน้ำมันค้าปลีก ธุรกิจน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทร พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือระดับมาตรฐานสากล

 

นอกจากนี้ CHK ยังเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการสถานีบริการหลักของตลาดน้ำมันฮ่องกง โดยมีสถานีบริการ 31 แห่ง กระจายครอบคลุมพื้นที่เขตเมืองและชานเมือง

 

รุกธุรกิจค้าปลีก ใต้แบรนด์ ‘Caltex’

 

ทั้งนี้ ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ บางจากฯ จะยังคงดำเนินการสถานีบริการภายใต้แบรนด์ Caltex ภายใต้สัญญาเครื่องหมายการค้าระหว่าง ‘บางจากฯและเชฟรอน’

 

โดยการลงทุนใน CHK จะช่วยเสริมศักยภาพให้บางจากฯ สามารถต่อยอดธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร ขยายฐานลูกค้า รวมถึงเพิ่มความแข็งแกร่งของระบบโลจิสติกส์ด้านพลังงาน และสร้างโอกาสใหม่โตระยะยาว

 

“บริษัทคาดว่าจะธุรกรรมการซื้อขายหุ้นจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2569” ชัยวัฒน์ กล่าว

 

การดำเนินการครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนของบางจากฯ ‘Accelerating Bangchak 100x’ ซึ่งตั้งเป้าหมายเร่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้มีความสามารถในการแข่งขัน ใต้หลักธรรมาภิบาล

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

 


 

ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ 5 กลุ่ม

 

ชัยวัฒน์ ระบุอีกว่า ปัจจุบันบางจากฯ ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 5 กลุ่มหลัก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย

 

  • กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นการตลาดและพลังงานชีวภาพ
  • กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ
  • กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน
  • กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน
  • กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ฯ ซึ่งบริษัทฯ

 

โดยยังคงรักษาวินัยการลงทุนอย่างเคร่งครัด และจัดสรรงบลงทุนช่วงปี 2569-2571 รวม 35,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาธุรกิจหลัก เสริมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแห่งอนาคต พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

สรุปผลประกอบการปี 68 รายได้ทะลุ 5 แสนล้าน

 

ชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า กลุ่มบริษัทบางจากรายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 507,570 ล้านบาท EBITDA 35,753 ล้านบาท และมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 2,880 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.08 บาท

 

ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากปี 2567 และสามารถรับรู้ Synergy ตลอดปี 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานระหว่างธุรกิจ ในกลุ่มควบคู่กับการบริหารการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกัน

 

โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 โรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนงและโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาสามารถทำสถิติกำลังการผลิตเฉลี่ยรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 279,700 บาร์เรลต่อวัน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising